
ศุกร์ที่ 31 ตุลาคมนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สวรรคตจะบรรจบครบ 7 วัน ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 142 ตอนที่ 68 ข เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 ได้เผยแพร่ หมายกำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวารถวายพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง
สำหรับความเป็นมาของการบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวารนั้น ผศ.ดร.นนทพร อยู่มั่งมี อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผู้เขียนหนังสือ ‘ธรรมเนียมพระบรมศพและพระศพเจ้านาย’ ระบุไว้ว่า การบำเพ็ญพระราชกุศลเมื่อครบ 7 วัน 50 วัน และ 100 วัน พิธีกรรมจะปฏิบัติเหมือนกันคือ มีการสวดมนต์ แสดงพระธรรมเทศนา 1 กัณฑ์ ถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ และสดับปกรณ์

การบำเพ็ญพระราชกุศลตามระยะเวลาดังกล่าว เริ่มในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งงานพระศพสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ ซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้บำเพ็ญพระราชกุศลต่อไปทุก 7 วัน จนพระราชทานเพลิง
แบบแผนเช่นนี้ได้รับอิทธิพลจากพิธีกงเต๊กของจีนและญวน ตามที่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงอธิบายไว้ในคำนำ เรื่อง ตำราพิธีพระญวณ ว่า
‘แต่การทำกงเต๊กที่ทำเมื่อครั้งสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์นั้นเป็นต้นประเพณีที่เกิดขึ้น และมีสืบมาจนทุกวันนี้ 2 อย่าง คือ อย่างที่ 1 วิธีทำบุญหน้าศพตามประเพณีจีนและญวนนั้น ญาติวงศ์ผู้มรณภาพ ย่อมทำบุญหน้าศพทุกๆ วัน นับแต่วันมรณะไปจนครบ 7 วัน แต่นั้นทำบุญ 7 วันครั้ง 1 ไปอีก 7 ครั้ง ครบ 50 วัน แล้วหยุดงานพิธีไปจนถึงร้อยวัน ทำพิธีการใหญ่เป็นครั้งสุดท้าย
พิธีกงเต๊กในงานศพก็ทำเช่นนั้น เป็นต้นแบบทำบุญหน้าศพซึ่งเรียกว่า สัปตมวาร ปัญญาสมวาร และศตมาห ที่ทำกันอยู่ด้วยไม่เกี่ยวข้องแก่กงเต๊กจนทุกวันนี้’
การบำเพ็ญพระราชกุศลที่ได้รับอิทธิพลมาจากพิธีกงเต๊กของจีนและญวนในจำนวนรอบวันดังกล่าวมีคำเรียกในภาษามคธดังนี้
การพระราชกุศล 7 วัน เรียกว่า การพระราชกุศลสัตตมวาร (สัตตม แปลว่าที่ 7)
การพระราชกุศล 15 วัน เรียกว่า การพระราชกุศลปัณรสมวาร (ปัณรสม แปลว่า ที่ 15)
การพระราชกุศล 50 วัน เรียกว่า การพระราชกุศลปัญญาสมวาร (ปัญญาสม แปลว่า ที่ 50)
การพระราชกุศล 100 วัน เรียกว่า การพระราชกุศลสตมวาร (สตม แปลว่า ที่ 100)
