ในการบำเพ็ญพระราชกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง นั้น
ผศ.ดร.นนทพร อยู่มั่งมี อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ระบุถึงประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับทำนองที่ใช้สวดพระอภิธรรมในการบำเพ็ญพระราชกุศล ไว้ในหนังสือ ‘ธรรมเนียมพระบรมศพและพระศพเจ้านาย’ ว่าเป็น ‘ทำนองหลวง’ โดยกล่าวกันว่าเป็นทำนองโบราณใช้มาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา
ทำนองที่ใช้สวดในปัจจุบันมี 3ทำนองคือ กะ เลื่อน และลากซุง
ทำนอง กะ เป็นทำนองที่ลงท้ายด้วยเสียง กะ เช่น ทุกะ ติกะ เป็นต้น
ทำนองเลื่อนเป็นการลากเสียงเรื่อยไป ส่วนทำนองลากซุง เป็นทำนองเสียงหนักและแน่น
และยังมีทำนองสวดอีกคือ หวน และ เหิน แต่ไม่ค่อยใช้กัน
สำหรับลักษณะการสวดจะสวดเป็นคู่ เรียก พระคู่สวด คือการสวดครั้งละ 2 รูป
แต่ขึ้นสวดบนแท่นพร้อมกัน 4 รูปเพื่อให้ครบองค์สงฆ์ วิธีการสวดนั้น จะสวดครั้งละ1 คู่ กล่าวคือ พัดสีเหลืองเป็นหัวหน้าของแม่คู่รูปที่ 1 โดยมีผู้ถือพัดสีน้ำเงินเคียงเป็นแม่คู่
ส่วนท่านที่ถือพัดสีแดงเป็นแม่คู่รูปที่ 2 ซึ่งมีท่านที่ถือพัดสีเขียวเป็นแม่คู่ (เหลืองคู่น้ำเงิน และแดงคู่เขียว) แต่ปัจจุบันเมื่อหัวหน้าขึ้นก็สวดพร้อมกันทั้ง 4 รูปจนจบ
ทั้งนี้ พระพิธีธรรมจะนั่งบนที่เฉพาะเรียกว่า ‘ส้าง’ ตั้งอยู่มุขด้านทิศเหนือใกล้พระทวารอัฒจันทร์ขึ้นลงซ้ายขวา ตั้งแท่นลายสลักปิดทองประดับกระจก มีเสาโครงเพดานผ้าระบาย 3 ชั้น ขลิบทองแผ่ลวดห้อยดอกไม้พวงกลาง แต่งด้วยพู่กลิ่นทั้ง 4 มุม จัดเป็นอาสน์สงฆ์ลาดผ้าขาวมีหมอนอิงและตู้พระธรรมสำหรับพระพิธีธรรม
สวดทั้งกลางวันและกลางคืน ผลัดเปลี่ยนกันแท่นละ 4 รูป
ที่หน้าแท่นสวดพระอภิธรรมทั้ง 2 แท่น ตั้งครื่องบูชากระบะมุขสำหรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดบูชาธรรม
ส่วนที่ตู้พระธรรมมีพัดแฉกตั้งอยู่ ซึ่งสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงมีข้อสันนิษฐานถึงมูลเหตุการตั้งพัดแฉกบนเตียงพระพิธีธรรมว่า ทรงได้เค้ามาจากตำราพิธีตรุษเมืองนครศรีธรรมราช กล่าวว่า เตียงหนังสือต่อกับเตียงพระสวดอีกเตียงหนึ่ง โยงสายมงคลสูตรถึงกัน ก็คิดเข้าใจว่าเดิมพระที่สวดบนเตียงสวดปากเปล่า
พระราชาคณะนั่งปรกบนเตียงหนังสือ อ่านหนังสือสอบทานคำสวด พัดแฉกที่พระราชาคณะที่นั่งปรกเวลาอ่านหนังสือคงตั้ง หรือผูกพัดแฉกติดไว้กับตู้หนังสือ
เมื่อย้ายที่นั่งมาบนเตียงพระสวดก็เอาตู้หนังสือกับพัดแฉกมาตั้งบนเตียงพระสวด
ครั้นให้พระสวดสวดด้วยการอ่านหนังสือก็ไม่จำเป็นต้องมีผู้อ่านทาน จึงเปลี่ยนการนั่งปรกเป็นภาวนา
มีพระราชาคณะฝ่ายสมถะนั่งเตียงต่างหาก จึงติดเป็นธรรมเนียมมีพัดแฉกกับตู้หนังสือมาจนบัดนี้

