ขรก.บำนาญ ถวายสักการะ ‘พระพันปีหลวง’ ยกย่อง ทรงเป็น ‘แม่ของแผ่นดิน’
ตามที่มีประกาศสำนักพระราชวัง ความว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมลงนามถวายความอาลัยในสมุดหลวง ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 น. นั้น
เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ บริเวณท้องสนามหลวงตลอดทั้งวัน ที่สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้าลงนามแสดงความอาลัยและกราบสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ศาลาสหทัยสมาคม และบริเวณสนามหญ้าด้านข้างศาลาลูกขุน ในพระบรมมหาราชวัง เป็นวันที่ 6
แม้ในช่วงเช้าฝนจะตก ทำให้การเดินทางไม่สะดวก แต่ก็ไม่ทำให้พสกนิกรผู้จงรักภักดีเกิดความย่อท้อ ยังคงพร้อมใจกันเดินทางมาจากในพื้นที่ต่างๆ ทั้งในกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัด อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน

โดยบริเวณจุดคัดกรอง แม้จะมีฝนตกในช่วงเช้า แต่เมื่อซาลงแล้ว พสกนิกรผู้จงรักภักดี ยังคงทยอยเดินทางมานั่งรอยังจุดพักคอยซึ่งมีการจัดพื้นที่รองรับไว้กว่า 3,000 ที่นั่ง ทุกคนสามารถรับอาหารและน้ำดื่มพระราชทานบริเวณทางเข้า พักรับประทานอาหาร ก่อนเดินมายังอุโมงค์หน้าพระลาน ซึ่งจะมีที่พักคอยรอขึ้นไปยังประตูมณีนพรัตน์ เพื่อรอเข้าสักการะ โดยจะมีเจ้าหน้าที่และจิตอาสาพระราชทานคอยอำนวยความสะดวก รวมถึงหน่วยแพทย์ดูแลรักษาอาการเจ็บป่วยฉุกเฉิน อีกทั้งยังมีบริการวีลแชร์สำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการ และรถกอล์ฟไฟฟ้าบริการรับส่งผู้สูงอายุ บริเวณถนนผ่านกลางสนามหลวง รวมถึงเจ้าหน้าที่สื่อสารและล่ามอาสาภาษาต่างประเทศเพื่อให้ข้อมูลแก่ชาวต่างชาติ รวมถึงมีหน่วยงานภาคส่วนต่างๆ คอยช่วยเหลืออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน

น.ส.สุปาณี โรจปัญญายิ่งยืน อายุ 61 ปี ข้าราชการบำนาญ กล่าวว่า เดินทางมาจากเขตหนองแขม กรุงเทพฯ รู้สึกเสียใจ ถือเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ เพราะทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ ตั้งใจเดินทางมาถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจ โดยเสด็จพระราชดำเนินพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ไปยังถิ่นทุรกันดารห่างไกลด้วยพระวิริยอุตสาหะ เพื่อช่วยเหลือประชาชน อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยมานานหลายสิบปี อีกทั้งยังเป็นแม่ตัวอย่างของแผ่นดิน หลังจากได้กราบสักการะเรียบร้อยแล้วจะนำพระฉายาลักษณ์ที่ได้รับไปใส่กรอบเพื่อบูชา สำหรับการเดินทางมาสักการะในวันนี้ได้รับความอำนวยสะดวกจากเจ้าหน้าที่และจิตอาสาที่มาช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเป็นอย่างดี

เช่นเดียวกับ น.ส.สมศรี ศิริวงศิลป์ เดินทางมาจากบางบอน กทม. กล่าวพร้อมเสียงสะอื้นไห้ ด้วยใบหน้าที่เศร้าโศก ว่า สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระพันปีหลวงอย่างหาที่สุดมิได้ และรู้สึกประทับใจในพระราชกรณียกิจของพระองค์ในทุกด้าน เราเป็นเพียงประชาชนเล็กๆ คนหนึ่งที่ได้รับพระเมตตา จากทั้ง 2 พระองค์ คือ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระพันปีหลวง ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย จากนี้จะตั้งใจทำความดี และทำประโยชน์เพื่อสังคม เพื่อสืบสานพระราชปณิธานต่อไป

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานคร จัดบริการสุขาสำหรับผู้พิการและรถสุขาเคลื่อนที่รวม 10 คัน แบ่งเป็น จุดตรงข้ามวัดมหาธาตุ 4 คัน ถนนหับเผย ข้างศาลหลักเมือง 2 คัน จุดแม่พระธรณีบีบมวยผม 3 คัน พร้อมจัดจุดทิ้งขยะ 10 จุด มีเจ้าหน้าที่ประจำจุดพร้อมให้คำแนะนำในการคัดแยกขยะ ขณะที่ยังมีบริการทางการแพทย์ 3 จุด ได้แก่ บริเวณอุโมงค์พระลาน 1 จุด และบริเวณสนามหลวง 2 จุด พร้อมทีมแพทย์-พยาบาลตรวจเยี่ยมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพประชาชนตลอดวัน

ประชาชนสามารถเดินทางเข้าลงนามแสดงความอาลัยและกราบสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ศาลาสหทัยสมาคม และบริเวณสนามหญ้าด้านข้างศาลาลูกขุน ในพระบรมมหาราชวัง โดยองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จัดรถ Shuttle Bus บริการฟรี โดยเชื่อมต่อสถานีขนส่งและจุดสำคัญ 8 เส้นทาง มุ่งสู่สนามหลวง คือ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ สายใต้ใหม่ สถานีหัวลำโพง สถานีเอกมัย บางใหญ่ สนามราชมังคลากีฬาสถาน สถานีขนส่งผู้โดยสาร (หมอชิต 2) รถ Shuttle Bus เชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้า 6 เส้นทาง สถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ได้แก่ ท่าพระ สนามไชย สามยอด และสถานีรถไฟฟ้าสายสีเขียว ได้แก่ สยาม วงเวียนใหญ่ รวม 19 คัน และเชื่อมต่อเรือโดยสารท่าเรือสะพานผ่านฟ้า 2 คัน รวมถึงเส้นทางปกติผ่านสนามหลวง 18 เส้นทาง

