ดาราอาวุโส สำนึกพระมหากรุณาธิคุณ ‘พระพันปี’ เผยทรงเป็นต้นแบบแห่งความอดทนและเสียสละ

2.11.25 | 14:49 น.

ดาราอาวุโส สำนึกพระมหากรุณาธิคุณ ‘พระพันปี’ เผยทรงเป็นต้นแบบแห่งความอดทนและเสียสละ

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน จากประกาศสำนักพระราชวัง ความว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมลงนาม ถวายความอาลัยในสมุดหลวง ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลาเวลา 08.30-16.00 น. นั้น

โดยบรรยากาศบริเวณพระบรมมหาราชวัง มีประชาชนเดินทางเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อย่างต่อเนื่องท่ามกลางสภาพอากาศร้อนอบอ้าว แต่ประชาชนที่เดินทางมาร่วมถวายความอาลัยก็ไม่ย่อท้อ แม้สภาพอากาศจะร้อนก็ตาม

อาทิ ราชสกุลลดาวัลย์ นางสุพร สังฆะภิบาล นักแสดงอาวุโส และประชาชนทั่วไป เข้าถวายสักการะและลงนามถวายความอาลัยด้วยความรักเทิดทูนและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อความผาสุขของปวงชนชาวไทยตลอดมา

โดยบริเวณพื้นที่พระบรมมหาราชวัง มีจิตอาสาพระราชทานคอยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ทั้งนี้ได้มีการจัดเตรียมจุดบริการน้ำดื่ม และมีกองแพทย์หลวงเพื่อคอยดูแลประชนที่มาถวายสักการะฯ พระบรมศพ พระพันปีหลวง อีกทั้งยังมีการแจกจ่ายผ้าเย็น และพิมเสนน้ำพระราชทานให้กับประชาชน รวมไปถึงรถสุขาเคลื่อนที่จากทางกรุงเทพมหานครคอยบริการประชนในบริเวณพระบรมมหาราชวัง และมีจุดบริการให้ยืมผ้าถุงสำหรับสุภาพสตรีที่บริเวณอุโมงค์หน้าพระลาน โดยผู้ที่ต้องการใช้บริการ ให้นำบัตรประชาชน หรือหนังสือเดินทางมาลงทะเบียนเพื่อขอใช้บริการ หลังจากเสร็จสิ้นให้นำผ้าถุงมาคืนยังจุดบริเวณทางออกประตูวิมานเทเวศร์

Advertisement

นางสุพร สังฆะภิบาล นักแสดงอาวุโส กล่าวว่า วันนี้มากันหลายคน ตั้งใจเพื่อมาถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และร่วมน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย โดยตั้งใจจะเดินทางมาให้ได้ใน 15 วันแรก ซึ่งหลังจากนี้หากทางสำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้ากราบพระบรมศพ ตนก็จะเดินทางมาอีกครั้ง

โดยนางสุพร กล่าวว่า มีความรู้สึกปลาบปลื้มใจต่อสมเด็จพระพันปีหลวงเป็นอย่างมาก เพราะเห็นพระองค์ทรงงานหนักตั้งแต่ยังเด็ก ผ่านข่าวในพระราชสำนักที่ตนดูทุกคืน ซึ่งพระราชกรณียกิจในด้านต่างๆ ของพระองค์ นับว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างท่วมท้นต่อปวงชนชาวไทย

“เรื่องที่ประจักษ์ชัดที่สุดในสายตา คือการที่พระองค์เสด็จฯ ไปยังถิ่นทุรกันดาร เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ยากไร้ เป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ยิ่งใหญ่มาก เห็นแล้วก็รู้สึกว่าความลำบากที่เราได้รับในชีวิตไม่ได้เสี้ยวหนึ่งที่พระองค์ทรงลำบากเพื่อคนไทยเลยแม้แต่น้อย” นางสุพรกล่าว

ทั้งนี้ นางสุพร กล่าวทิ้งท้ายว่า สมเด็จพระพันปีหลวงทรงเป็นแรงบันดาลใจให้กับตนในการทรงเป็นต้นแบบของความอดทน ความเข้มแข็ง และความเสียสละ ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งผอง ซึ่งการที่เราเห็นคนไทยมีน้ำใจให้แก่กัน นั่นก็คือการที่มีพระองค์ทรงเป็นต้นแบบ

ด้าน นางสิริกาญจน์ เนติวิธวกุล อายุ 81 ปี พร้อมด้วย นางสุธินี คำลือฤทธิ์ อายุ 72 ปี ชาวพระปะแดง จ. สมุทราปราการ กล่าวว่า ตนเดินทางมาถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงตั้งแต่วันที่เปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะฯ วันแรกไม่เคยขาด ซึ่งทั้งคู่เป็นจิตอาสาพระราชทานที่ถวายงานตั้งแต่รัชสมัยของในหลวง น.9 ต่อเนื่องมายังรัชกาลปัจจุบัน โดยมีหน้าที่หลักคือ ถ่ายภาพ และคอยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เดินทางมายังพระบรมมหาราชวัง และวันนี้หลังจากถวายสักการะฯ เสร็จสิ้น ทั้งคู่ก็จะเตรียมตัวไปปฏิบัติหน้าที่ต่อ

นางสิริกาญจน์ กล่าวว่า ถึงแม้การทำงานจิตอาสาจะเหนื่อย แต่เป็นความเหนื่อยที่เต็มไปด้วยความรู้สึกปลาบปลิ้ม ภูมิใจ ที่ได้เป็นตัวแทนของประชาชนชาวไทยในการถวายงานรับใช้สมเด็จพระพันปีหลวง และน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

พร้อมกันนี้ ทั้งคู่ยังโชว์รูปถ่ายเมื่อครั้งเดินทางไปรับเสด็จฯ ในหลวงร.9 ที่บรรจงตัดแปะใส่กรอบ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และเก็บไว้เป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

ทั้งนี้ นางสิริกาญจน์ทิ้งท้ายว่า “เราทำงานอย่างเต็มที่ แม้เราจะอายุมากถึง 81 ปี แต่เชื่ออย่างยิ่งว่าที่ยังแข็งแรง และสามารถทำงานเป็นจิตอาสาอย่างเต็มที่แบบนี้ได้เพราะบารมีของพระองค์ท่าน”