พสกนิกร หลั่งไหลร่วมถวายสักการะพระพันปีหลวง หญิงวัยเกษียณ น้อมรำลึกสืบสานผ้าไหมไทย
ตามที่ สำนักพระราชวัง ประกาศเปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 น. ถึงเวลา 16.00 น. นั้น
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 พฤศจิกายน ที่บริเวณท้องสนามหลวง เขตพระนคร กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนทยอยเดินทางมารวมตัวกันที่บริเวณสนามหลวง รอเข้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์อย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงเช้ามีฝนตกปรอยๆ ลงมาเป็นระยะ แต่ประชาชนยังคงปักหลักนั่งรอด้วยความสงบเรียบร้อยภายในเต็นท์พักคอยที่จัดเตรียมไว้

โดยมีเจ้าหน้าที่จัดจุดบริการน้ำดื่มและอาหารพระราชทาน พร้อมคอยอำนวยความสะดวก ทั้งจัดระเบียบคิว แจกจ่ายน้ำดื่ม และบริการอาหารพระราชทานแก่ผู้ที่มาร่วมแสดงความอาลัย รวมถึงจิตอาสาให้คำแนะนำเส้นทางและแนวทางปฏิบัติ รวมถึงมีจุดดูแลความปลอดภัย จุดปฐมพยาบาลเบื้องต้นสำหรับผู้เจ็บป่วย รถสุขาเคลื่อนที่ และจุดทิ้งขยะ 10 จุด โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำจุดคอยให้คำแนะนำในการคัดแยกขยะ
นางสาวสุชาดา เทียนทอง อายุ 69 ปี ผู้เกษียณอายุ เปิดเผยว่า ตนเดินทางมาจากเขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ โดยรถประจำทางฟรีที่เจ้าหน้าที่จัดให้บริการรับ-ส่งถึงสนามหลวง ซึ่งวันนี้ถือเป็นครั้งที่ 4 ที่ได้เดินทางมาถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ แม้จะมีฝนตกในช่วงเช้า ก็ไม่ถือเป็นอุปสรรค เนื่องจากตั้งใจมาถวายสักการะ อีกทั้งยังทำให้อากาศในวันนี้เย็นสบาย

“หลังทราบข่าวการสวรรคตของสมเด็จพระพันปีหลวง ก็รู้สึกใจหายและเศร้าใจ แต่ก็เข้าใจว่านี่คือวัฏจักรของชีวิต ไม่ว่าฐานะใดต่างต้องไปสู่ที่หมายเดียวกัน พระองค์ทรงประชวรมานาน จึงเชื่อว่าถึงเวลาแล้วที่จะได้เสด็จสู่สวรรคาลัย” นางสาวสุชาดา กล่าว
นางสาวสุชาดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ครั้งหนึ่งเคยได้มีโอกาสเข้าเฝ้ารับเสด็จสมเด็จพระพันปีหลวงที่จังหวัดสุรินทร์ และได้กราบถวายความเคารพอย่างใกล้ชิด ยังจำได้ว่าพระองค์ทรงพระสิริโฉมงดงามมาก ขณะนั้นชาวบ้านได้นำผ้าไหมไทยไปถวาย ซึ่งพระองค์ได้มีพระราชดำรัสให้ชาวบ้านร่วมกันอนุรักษ์ผ้าไหมไทย และปรับรูปแบบให้มีสีสันสวยงาม

“รู้สึกซาบซึ้งและประทับใจในพระราชดำรัสนั้นเป็นอย่างมาก และน้อมนำมาปรับใช้ โดยเมื่อก่อนก็ได้ตัดเย็บเสื้อผ้าด้วยผ้าไหมไทยอยู่เสมอ เพื่อสืบสานแนวพระราชดำริด้านศิลปาชีพต่อไป” นางสาว สุชาดา กล่าว
ทั้งนี้ สำนักพระราชวังจะเปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะ พระบรมศพ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ ณ ศาลาสหทัยสมาคม เวลา 8.30 – 16.00 น. และเปิดให้เข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน เวลา 9.00 – 21.00 น.

โดยประชาชนสามารถเดินทาง เข้าลงนามแสดงความอาลัยและกราบสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ศาลาสหทัยสมาคม และบริเวณสนามหญ้าด้านข้างศาลาลูกขุน ในพระบรมมหาราชวัง โดยองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จัดรถ Shuttle Bus บริการฟรี ซึ่งเชื่อมต่อสถานีขนส่งและจุดสำคัญ 8 เส้นทาง มุ่งสู่สนามหลวง ได้แก่ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ สายใต้ใหม่ สถานีหัวลำโพง สถานีเอกมัย บางใหญ่ สนามราชมังคลากีฬาสถาน สถานีขนส่งผู้โดยสาร (หมอชิต 2) รถ Shuttle Bus เชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้า 6 เส้นทาง สถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ได้แก่ ท่าพระ สนามไชย สามยอด และสถานีรถไฟฟ้าสายสีเขียว ได้แก่ สยาม วงเวียนใหญ่ รวม 19 คัน และเชื่อมต่อเรือโดยสารท่าเรือสะพานผ่านฟ้า 2 คัน รวมถึงเส้นทางปกติผ่านสนามหลวง 18 เส้นทาง


