ครูกาฬสินธุ์ น้อมอาลัย ‘พระพันปีหลวง’ ทรงส่งเสริมผ้าไหมแพรวา ได้รับยกย่อง ‘ราชินีแห่งไหม’
เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมลงนาม ถวายความอาลัยในสมุดหลวง ณ ศาลาสหทัยสมาคม และสนามหญ้าหน้าศาลาลูกขุนใน พระบรมมหาราชวัง อย่างต่อเนื่อง โดยมีราชสกุล คณะบุคคล และประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจากทั่วทุกสารทิศแต่งกายด้วยชุดดำไว้ทุกข์ และชุดชาติพันธุ์ เดินทางมาเข้าถวายสักการะพระบรมศพพร้อมลงนามถวายความอาลัยในสมุดหลวงเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อย่างต่อเนื่องด้วยความอาลัยและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อพสกนิกรชาวไทยเสมอมา อาทิ ราชสกุลมนตรีกุล ราชสกุลวัชรีวงศ์ ราชสกุลจรูญโรจน์ ราชสกุลเทพหัสดิน นักเรียนและนักศึกษามูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทาน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร คณะครูและนักเรียนโรงเรียนราชวินิตมัธยม

คณะผู้บริหาร บุคลากรทางการแพทย์มูลนิธิเทียนฟ้าและโรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ คณะผู้บริหารและครูโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ระยอง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ครูและลูกเสือเนตรนารีโรงเรียนราชวินิตบางแก้ว สมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกาในพระบรมราชูปถัมภ์ นายวราเทพ รัตนากร อดีตนัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มูลนิธิธรรมดี ศิษย์เก่านักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบ รุ่น 71 สมาคมศิษย์เซนต์ฟรังซีสซาเวียร์ในพระบรมราชินูปถัมภ์ คณะครูและนักเรียนโรงเรียนวัดพุทธบูชา เป็นต้น

น.ส.นราพร ภูงามเขียน อายุ 60 ข้าราชการเกษียณ จาก จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตั้งใจมาถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนาง เจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นโอกาสครั้งหนึ่งที่เราจะได้มาส่งเสด็จท่าน พรุ่งนี้ตนก็จะมากราบพระบรมศพพระพันปีหลวงบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทอีกครั้ง สำหรับพระราชกรณียกิจของพระองค์ที่ประทับใจคือทรงส่งเสริมภูมิปัญญาชาวบ้านจังหวัดกาฬสินธุ์ อย่างผ้าไหมแพรวา มาต่อยอดกลายมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของไทย และได้รับการยกย่องว่าเป็น “ราชินีแห่งไหม”
“ทรงเป็นแบบอย่าง เป็นแม่ของชาติ พระองค์ไม่ได้นึกถึงตัวเองเลย นึกถึงแต่ประชาชนเป็นหลักว่าประชาชนจะอยู่อย่างไร จะอิ่มไหม จะสุขไหม ขนาดท่านป่วยท่านแพ้ฝุ่นจนพยาบาลต้องขอให้พัก ท่านจะไม่ยอม ท่านบอกว่าประชาชนรออยู่ และในช่วงที่เกิดวิกฤตคอมมิวนิสต์ในไทยท่านก็ไปหาประชาชนถึงที่“ น.ส.นราพร กล่าว

นายมาเทียส มาเทียสเซ่น อายุ 59 เดินทางมาจากประเทศเดนมาร์ก พร้อมนางเตือนใจ มาเทียสเซ่น อายุ 49 กล่าวว่า วันนี้ตนมาถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ พระพันปีหลวง จะจดจำช่วงเวลาประวัติศาสตร์นี้ไว้ ตนรู้สึกเสียใจไม่ต่างกับคนไทยที่สูญเสียแม่ของแผ่นดินที่ยิ่งใหญ่
ด้านนางเตือนใจ กล่าวว่า รู้สึกเสียใจมากที่พระองค์จากไป เรารักในหลวง รัชกาลที่ 9 รักพระพันปี เกิดมาเห็นพระองค์มาโดยตลอด การมาที่นี่ได้มากราบลาพระองค์ ก่อนที่พวกเราจะเดินทางกลับเดนมาร์กในวันพรุ่งนี้ พวกเรารักมหากษัตริย์ทุกองค์ ทั้งในหลวง พระราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ ถึงแม้ตนจะอยู่เมืองนอก แต่ภูมิใจที่เรามีพระมหากษัตริย์ไทย อีกทั้งพระราชินีประเทศเดนมาร์กก็มีความสัมพันธ์ที่ดีกับราชวงศ์เดนมาร์ก

นายสงวน แสงใจหนัก ชาวไทยทรงดำ จ.เพชรบุรี กล่าวว่า ตลอดเดือนพฤศจิกายนนี้ ตนจะเข้ามาสักการะพระบรมศพพระพันปีหลวง พระองค์คือนางฟ้าในแผ่นดิน น้อมสำนึกพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดไม่ได้ ทรงเป็นแบบอย่างในเรื่องความสมถะและเป็นแบบอย่างในทุกๆ เรื่องที่คนไทยได้ปฏิบัติตาม ที่ทำทุกคนเคารพรัก ขอให้พระองค์เสด็จสู่สวรรค์คาลัย ประเทศไหนก็ไม่มีเหมือนประเทศไทยเรา คนทุกเชื้อชาติอยู่ร่วมกันได้ สังคมไทยไม่มีการแบ่งชาติ ศาสนา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประกาศสำนักพระราชวัง เรื่องการถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง กำหนดให้ประชาชนสามารถเข้าถวายสักการะพระบรมศพ ใน 4 ช่วงเวลา ดังนั้น ช่วงที่ 1 เวลา 08.00-10.45 น. ช่วงที่ 2 เวลา 12.00-16.45 น. ช่วงที่ 3 เวลา 17.45-18.30 น. และช่วงที่ 4 เวลา 19.45-21.00 น. เริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน 2568
ส่วนการแต่งกายของผู้ที่จะมาสักการะพระบรมศพ ความร่วมมือให้ทุกคนโปรดแต่งกายสุภาพไว้ทุกข์ สีดำ ขาว เสื้อคอปก ไม่แขนกุด ชุดชาวเขาสำหรับชาวเขา ชุดลูกเสือสำหรับลูกเสือ สุภาพสตรีต้องสวมกระโปรงผ้าหรือผ้าถุงเท่านั้น งดสวมกระโปรงยีนส์ หรือกางเกงยีนส์






