อาสาแจกพระฉายาลักษณ์ กว่า 2 หมื่นใบ หวังให้ภาพแห่งความทรงจำยังอยู่คู่ทุกบ้านคนไทย
ตามที่สำนักพระราชวังออกประกาศ เรื่องการถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยกำหนดให้ประชาชนสามารถเข้าถวายสักการะพระบรมศพได้ในวันที่ 9 พฤศจิกายนนั้น
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 9 พฤศจิกายน บริเวณ ท้องสนามหลวง ยังคงมีประชาชนเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเข้าถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งอยู่ในช่วงสุดท้ายของการเปิดให้ประชาชนเข้าสักการะในรอบที่ 2 ของวัน
บรรยากาศช่วงบ่ายเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย แม้อากาศจะร้อนอบอ้าว แต่ประชาชนจำนวนมากยังคงนั่งต่อแถวอย่างเป็นระเบียบ เจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานทั้งตำรวจ ทหาร กรุงเทพมหานคร และอาสาสมัคร คอยดูแลอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง มีจุดบริการน้ำดื่มและอาหารพระราชทานไว้ให้ประชาชนได้พักระหว่างรอ
ภายในพื้นที่พักคอยมีการเปิดเสียงบรรยายพระราชกรณียกิจอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ประชาชนต่างนั่งฟังด้วยความสงบ หลายคนพระฉายาลักษณ์ไว้ในมือด้วยความอาลัย บางส่วนเริ่มทยอยขยับเข้าสู่พระบรมมหาราชวังอย่างเป็นระเบียบ ขณะที่อีกจำนวนหนึ่งยังคงต่อแถวอย่างสงบ เพื่อเข้ากราบถวายความอาลัย
น.ส.จิรัฏฐ์ ว่องแพร่วิทย์ กล่าวว่า วันนี้ได้เดินทางมาบริเวณท้องสนามหลวงเพื่อแจกพระฉายาลักษณ์ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และราชวงศ์ เพราะอยากให้คำว่า “เป็นรูปที่มีทุกบ้าน” ยังคงอยู่ต่อไปในหัวใจของคนไทย จึงร่วมกับเพื่อน ๆ จัดพิมพ์พระฉายาลักษณ์ทั้งหมด 9 แบบ แบบละกว่า 2,000 ใบ รวมประมาณ 20,000 ใบ โดยเลือกรูปที่สื่อถึงความอบอุ่นและความเป็นครอบครัว มากกว่าความเป็นทางการ เพื่อให้ประชาชนได้นำกลับไปไว้ในบ้าน เป็นสิ่งเตือนใจถึงพระเมตตาและความผูกพันระหว่างสถาบันกับประชาชน
“วันนี้เดินทางมาแจกตั้งแต่ตีสี่ก็มีคนมารับภาพจำนวนมาก แม้จะหมดไปแล้วก็จะเติมตลอด เราตั้งใจจะแจกจนกว่างบที่ตั้งไว้กับเพื่อน ๆ จะหมด เพราะอยากให้ทุกบ้านมีรูปของพระองค์ไว้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวใจ และเป็นเครื่องหมายว่าพระองค์ทรงอยู่กับประชาชนชาวไทย” น.ส.จิรัฏฐ์ กล่าว
น.ส.จิรัฏฐ์ กล่าวต่อว่า การสูญเสียในครั้งนี้เหมือนการสูญเสียญาติผู้ใหญ่ของครอบครัว เพราะในสายตาของตน ประชาชนชาวไทยทุกคนต่างเป็นครอบครัวของพระองค์ ซึ่งพระองค์ทรงดูแลประชาชนด้วยความห่วงใยและเมตตามาโดยตลอด
“ราชวงศ์ทรงดูแลประชาชนมาเป็นร้อยปี ประเทศไทยมีวันนี้ได้ก็เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์ ถ้าได้คุยกับชาวบ้านต่างจังหวัดจะรู้เลยว่าพระองค์ทรงดูแลผู้คนมากแค่ไหน ดิฉันรักในพระเมตตาของพระพันปี และคิดถึงเสียง จ๊ะจ๋า อันอ่อนโยนของพระองค์ เวลาตรัสถามประชาชนว่า เดือดร้อนเรื่องไหน เป็นคำพูดเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความห่วงใยที่ไม่มีวันลืม” น.ส.จิรัฏฐ์ กล่าว
โดยตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายนจะเปิดให้เข้าถวายสักการะพระบรมศพได้ใน 4 ช่วงเวลา ดังนี้ ช่วงที่ 1 เวลา 08.00 – 10.45 น. ช่วงที่ 2 เวลา 12.00 -16.45 น. ช่วงที่ 3 เวลา 17.45 – 18.30 น. และช่วงที่ 4 เวลา 19.45 – 21.00 น.
สำหรับประชาชน ที่ต้องการเดินทางมายังท้องสนามหลวง กระทรวงคมนาคม และ ขสมก. และกรมเจ้าท่า เตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกประชาชนในการเดินทางเข้าร่วม โดยจัดเดินรถในเส้นทางปกติ 18 เส้นทาง รถโดยสาร Shuttle Bus (บริการฟรี) เชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้า จำนวน 6 เส้นทาง และ เชื่อมต่อสถานีขนส่ง จำนวน 8 เส้นทาง ให้บริการในวันที่ 26 ตุลาคม ตั้งแต่เวลา 08.00 – 12.00 น. และให้บริการต่อเนื่องจนถึงเวลา 20.00 น. หรือจนกว่าประชาชนจะออกจากพื้นที่จนหมด


