ตามที่มีประกาศสำนักพระราชวัง ความว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ภายหลังจาก การพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน โดยเปิดให้เข้ากราบถวายบังคมทุกวัน เวลา 09.00 – 21.00 น.
เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณท้องสนามหลวง ว่ามีประชาชนเดินทางรอเข้าสักการะพระบรมศพอย่างต่อเนื่อง
นางอรชร ตรีทอง อายุ 61 ปี อาชีพแม่บ้าน หนึ่งในประชาชนที่เดินทางมาร่วมถวายสักการะพระบรมศพ เปิดเผยว่า รู้สึกเศร้าใจอย่างยิ่งที่ประเทศไทยได้สูญเสียสมเด็จพระพันปีหลวงไป และเมื่อได้มากราบถวายบังคมพระบรมศพ ก็รู้สึกตื้นตันใจที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้มีโอกาสมากราบพระองค์ท่านอย่างใกล้ชิด

“พระองค์ท่านทรงมอบอาชีพให้กับชาวนา ชาวไร่ ให้ทุกคนมีงานทำ มีรายได้เลี้ยงครอบครัว อย่างภาคใต้ก็มีงานหัตถกรรมจากหญ้าลิเภา การปักผ้า และทำกระเป๋าลิเภา ดิฉันรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านเป็นอย่างมาก” นางอรชรกล่าว

นางอรชร กล่าวต่อไปว่า หลังทราบข่าวการสวรรคตของสมเด็จพระพันปีหลวง ตอนเวลาประมาณตี 2 รู้สึกตกใจมากและไม่เชื่อในตอนแรก จึงโทรศัพท์ตรวจสอบ เมื่อทราบว่ามีประกาศจากสำนักพระราชวังจริง ก็รีบเดินทางมาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ตั้งแต่เวลาตี 4 เพื่อรอฟังหมายกำหนดการและเตรียมตัวร่วมถวายความอาลัย
“ประชาชนทุกคนยังคงจงรักภักดีต่อพระองค์ท่าน และมาร่วมไว้อาลัยด้วยความอาลัยรักอย่างสุดซึ้ง อยากฝากถึงคนรุ่นใหม่ ให้ตระหนักถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน เพราะพระองค์ท่านทรงทำคุณประโยชน์ไว้มากมาย อยากให้ทุกคนมาร่วมไว้อาลัยกันให้มาก ๆ ในช่วงเย็นนี้ด้วย” นางอรชร กล่าว

ทั้งนี้ สำนักพระราชวังขอความร่วมมือจากประชาชนให้แต่งกายสุภาพไว้ทุกข์ โดยสวมเสื้อสีดำหรือสีขาวแบบมีคอปก ไม่แขนกุด สำหรับชาวเขาให้แต่งชุดประจำเผ่า และสำหรับลูกเสือให้แต่งชุดลูกเสือตามระเบียบ ส่วนสุภาพสตรีให้สวมกระโปรงผ้าหรือผ้าถุงเท่านั้น งดสวมกระโปรงยีนส์หรือกางเกงยีนส์ โดยจากเดิมที่กำหนดให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมเป็นรอบ ๆ ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้เปิดให้ประชาชนทยอยเข้ากราบถวายบังคมได้อย่างต่อเนื่อง หากจำนวนผู้เข้าร่วมไม่หนาแน่น เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เดินทางมา 

