พสกนิกร หลั่งไหลเข้ากราบถวายบังคม ‘พระพันปีหลวง’ ยายวัย 74 ซาบซึ้งทรงรักษา ‘โขน’ ไว้ให้ลูกหลาน
เมื่อวันที่ 11 พพฤศจิกายน ตามที่สำนักพระราชวังได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เป็นวันที่ 3 โดยเปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมทุกวัน เวลา 08.00 – 21.00 น. โดยจะเปิดเป็น 4 ช่วงเวลาดังนี้ ช่วงที่ 1 เวลา 08.00 น.-10.45 น.ช่วงที่ 2 เวลา 12.00 น.-16.45 น. ช่วงที่ 3 เวลา 17.45 น.-18.30 น. และช่วงที่ 4 เวลา 19.45 น.-21.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศว่า ตั้งแต่เช้าได้มีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด แต่งกายด้วยชุดสุภาพชุดดำไว้ทุกข์ มารอเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ บริเวณจุดคัดกรองที่ท้องสนามหลวง โดยประชาชนกลุ่มแรก มาตั้งแต่ 05.00 น. ทั้งนี้ กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดให้ประชาชนเข้าจุดพักคอยตั้งแต่เวลา 07.30 น. จนถึงเวลา 21.00 น. จากนั้นประชาชนทยอยเดินผ่านจุดคัดกรองต่างๆ เข้าสู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท แล้วถวายบังคมพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศด้วยความอาลัยและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ โดยมีเจ้าหน้าที่และจิตอาสาฯ คอยดูแลอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง

นางณดา วิธานติรวัฒน์ อายุ 74 ปี ชาวจ.นครปฐม เดินทางมาคนเดียวตั้งแต่ 7 โมงเช้า กล่าวว่า ตั้งใจมากราบถวายบังคมพระบรมศพด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เมื่อครั้งครบ 7 วันก็กราบถวายสักการะแล้วครั้งหนึ่ง ครั้งนี้มาครั้งที่สอง ความรู้สึกเหมือนมากราบแม่ เพราะตนก็มีแม่อายุใกล้เคียงกับสมเด็จพระพันปีหลวง ประทับใจพระองค์ในทุกสิ่งทุกอย่าง พระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ไม่มีใครเทียบได้ อย่างเรื่องโขนที่พระองค์ได้ทรงรักษาไว้เพื่อคนไทย ซึ่งตนได้เดินไปดูโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ทุกอย่างงดงามมาก และตอนนี้ก็กลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่งดงามและเป็นมรดกให้กับคนรุ่นหลังต่อไป

“แม้ไม่เคยเฝ้าฯ รับเสด็จ แต่รักพระองค์มาก ประทับใจพระองค์ทุกเรื่องทุกอย่าง ไม่มีอะไรที่ไม่ประทับใจพระองค์เลย ติดตามข่าวพระองค์มาตั้งแต่สมัยตัวเองสาวๆ จนแก่ ที่บ้านก็มีพระฉายาลักษณ์ตั้งไว้กลางบ้าน หลังจากนี้ ตั้งใจจะมากราบถวายบังคมพระบรมศพอีก และตั้งใจจะมาวันพระราชทานเพลิงพระบรมศพเพื่อส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย แม้จะขาไม่ดี เพราะเป็นประสาททับเส้นประสาท แต่พอได้มากราบพระบรมศพกลับเดินคล่องมาก ซึ่งตัวเองก็ได้อธิษฐานว่า ถ้ามีบุญได้เข้ามากราบพระองค์ ก็ขอให้ไม่มีอะไร ทำให้สามารถนั่งรถมา 3 ทอดประมาณ 3 ชั่วโมงมาต่อคิวเพื่อเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพน้อมถวายอาลัยสมเด็จพระพันปีหลวงได้อย่างที่ตั้งใจ“ นางณดากล่าว

นางสาวณัฐฌาณี สุวัฒนากุลกิจ อายุ 21 ปี เดินทางมาพร้อมป้า นางสาวปภาดา โพธิวิเศษ ชาวจังหวัดระนอง กล่าวว่า ตนและป้าซึ่งมาจากระนอง ตั้งใจมากราบถวายบังคมพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศสมเด็จพระพันปีหลวง สักครั้งหนึ่งในชีวิต ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ อยากใช้เวลาบนพระที่นั่งที่ดุสิตมหาปราสาทให้นานที่สุด อยากเก็บทุกรายละเอียด รวมถึงซึมซับพระราชพิธีตามโบราณราชประเพณี ในสมัยในหลวง รัชกาลที่ 9 สวรรคต ตน คุณแม่ และป้า ขึ้นกราบถวายบังคมพระบรมศพ แต่ครั้งนั้นยังเล็กมาก วันนี้เป็นอีกครั้งคนไทยสูญเสียและประชาชนมากมายหลั่งไหลเดินทางมา โดยเฉพาะคนสูงอายุ บางคนนั่งรถเข็น บางคนเดินไม่สะดวก คนพิการ สภาพอากาศร้อน แต่ไม่ท้อ เพราะทุกคนคิดถึงพระองค์ท่าน

สำหรับประชาชนที่ประสงค์ถวายเงินในงานพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สามารถมาที่โต๊ะกองคลัง ภายในเต้นท์รับรองด้านหน้าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-21.00 น. ทั้งนี้ ประชาชนจะต้องเขียนคำนำหน้า ชื่อ นามสกุล และจำนวนเงินด้วยตัวเอง
ทั้งนี้ สำหรับวันที่สอง (10 พฤศจิกายน) ของการเปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทนั้น หลังปิดการขึ้นกราบถวายบังคมพระบรมศพ พบว่าประชาชนเข้ากราบถวายบังคมมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 3,752 คน โดยตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2568 ซึ่งเป็นวันแรกที่สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง มียอดประชาชนสะสมรวม 50,485 คน (ข้อมูลวันที่ 10 พ.ย. 68 เวลา 21.00 น.)






