แม่ชีวัดดัง จ.ชัยนาท สุดภูมิใจ ครั้งหนึ่งเคยถวายงาน พระพันปีหลวง ยกย่องทรงมีพระเมตตามหาศาล
ตามที่มีประกาศสำนักพระราชวัง ความว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน โดยเปิดให้เข้ากราบถวายบังคมทุกวัน เวลา 09.00 – 21.00 น.
เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณท้องสนามหลวงว่ามีประชาชนแต่งกายด้วยชุดสุภาพไว้ทุกข์ ทยอยเดินทางรอเข้าสักการะพระบรมศพอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดให้สุภาพบุรุษงดสวมกางเกงยีนส์ สุภาพสตรีสวมกระโปรงหรือผ้านุ่งเท่านั้น ทั้งนี้ยังมีจุดบริการยืม–คืนเครื่องแต่งกายสุภาพ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่แต่งกายไม่ครบถ้วนตามระเบียบ ขณะเดียวกันมีเจ้าหน้าที่และจิตอาสาจากหลายหน่วยงานคอยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนตามจุดพักคอยที่สามารถรองรับประชาชนได้สูงสุด 9,000 คน ไม่ว่าจะเป็น การบริการอินเทอร์เน็ตฟรี บริการน้ำดื่มและอาหารพระราชทาน ห้องสุขาเคลื่อนที่ การจราจร การแพทย์ฉุกเฉิน การรักษาความสะอาดและความปลอดภัย ซึ่งมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลตลอดเส้นทาง เพื่อให้การเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ

แม่ชีคมคาย คุมพันธ์ แม่ชีประจำวัดธรรมามูลวรวิหาร จ.ชัยนาท กล่าวว่า ตนมาทุกวันตั้งแต่พระองค์ท่านสวรรคต มีเพียงแค่วันอาทิตย์ที่ผ่านมาที่ไม่ได้มา ด้วยความคิดว่าให้โอกาสคนที่เขายังไม่ได้มาบ้าง แต่หลังจากนั้นก็มาทุกวัน พร้อมกับมารับเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วย และมาแสดงความอาลัยต่อสมเด็จพระพันปีหลวง
“สำหรับคนที่อยู่สมัยเดียวกับแม่ชีจะรู้สึกว่าเราสูญเสีย เราสูญเสียพ่อหลวงร 9 แล้วเราก็มาสูญเสียพระพันปีหลวง ก็รู้สึกอาลัยอาวรณ์ เสียดายมาก เพราะพระองค์ท่านทรงมีคุณูปการในประเทศไทยเราหลายอย่าง ที่เห็นชัดๆ เลยมีเรื่องของเด็กๆ เรื่องผ้าไหม แม้แต่เรื่องช้าง เรื่องดอกไม้ หรือเรื่องป่า” แม่ชีคมคายกล่าว

แม่ชีคมคาย กล่าวอีกว่า ตนเคยอยู่ในความปกครองของพระองค์ท่าน ซึ่งเดิมทีแม่ชีทั้งหลายเคยอยู่ในพระบรมราชินูปถัมภ์ของสมเด็จพระพันปีหลวง พอตอนหลังพระองค์ท่านทรงมีงานเยอะ ท่านจึงมอบแม่ชีทั้งประเทศไทยอยู่ในความปกครองของสมเด็จพระสังฆราช ในสมัยนั้นเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19 ซึ่งสมัยก่อนจะมีสำนักสถาบันแม่ชีไทยอยู่ในวัดบวร ตนถือว่าเป็นผู้อยู่ในความปกครองของพระองค์ท่าน
“เราเกิดในสมัยที่พระองค์ท่านเป็นพระบรมราชินีนาถ ซึ่งถือว่างานศาสนาทุกงานที่เราได้ทำเป็นการถวายงานพระองค์ท่านด้วย เป็นการสนองงานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วย และเป็นการสนองงานพระบรมศาสดาด้วย
ซึ่งแม่ชีก็เคยได้สนองงานในหลายๆ ด้านทั้งงานสอนนักเรียน และบางทีพระคุณเจ้าก็ชวนให้ไปช่วยสอนวิชาธรรม สอนมารยาทไทย สอนภาษาไทย และบางทีก็ได้สอนภาษาอังกฤษ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็ถือว่าเป็นการถวายงานให้แด่พระองค์ท่านด้วย ซึ่งท่านทรงเคยตรัสว่าขอฝากเด็กไทยไว้ในความดูแลของแม่ชีทั้งหลายด้วย” แม่ชีคมคายกล่าว
แม่ชีคมคาย กล่าวอีกว่า สมเด็จพระพันปีหลวงท่านทรงมีพระเมตตากับเด็ก และไม่ใช่เฉพาะกับไทย แต่ท่านเมตตาแม้แต่เด็กเขมร หรือแม้กระทั่งเด็กทั่วๆ ไปถ้าได้รับความเดือดร้อน พระองค์ท่านก็เมตตาด้วย พระองค์ท่านทรงมีเมตตายิ่งใหญ่มหาศาลมาก และพระองค์ท่านเป็นพระบรมราชินีที่เราเห็นทุกช่วงชีวิต ตั้งแต่สมัยพระองค์ท่านทรงพระเยาว์ ทรงพระสิริโฉมงดงามมาก
“รู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยถวายงานให้พระองค์ท่าน เพราะแม่ชีเป็นคนบ้านนอกเป็นคนจังหวัดลพบุรี ก็รู้สึกว่าเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้ถวายงานพระองค์ท่าน” แม่ชีคมคายกล่าว


