ใจสลาย ทราบข่าวสวรรคต ชายวัย 55 รอถวายสักการะพระบรมศพ เผย ‘ทรงเป็นแบบอย่างแห่งความดี’

17.11.25 | 12:00 น.

ตามที่มีประกาศสำนักพระราชวัง ความว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ภายหลังจาก การพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน โดยเปิดให้เข้ากราบถวายบังคมทุกวัน เวลา 09.00 – 21.00 น.

ยกเว้นวันที่ 24-25 พฤศจิกายน ที่เปิดให้เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ
ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึง 14.00 น. ปิดจุดคิดกรองวลา 13.00 น. และเปิดให้เข้าชม พระบรมมหาราชวัง และวัดพระศรีรัตนศาสตาราม ตั้งแต่เวลา 08.30 น. ถึง 12.00 น.

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณท้องสนามหลวง มีประชาชนต่อแถวเข้ารอถวายสักการะพระบรมศพ โดยในช่วงเช้าวันนี้มีผู้เดินทางจากต่างจังหวัด โดยนั่งรถประจำทางมาลงที่ข้างท้องสนามหลวงกันเป็นจำนวนมาก

นายนพพร อริยณัฎฐพร อายุ 55 ปี กล่าวว่า ทราบข่าวท่านตั้งแต่วันที่มีประกาศสำนักพระราชวังออกมาและรู้สึกตกใจมาก วันนี้ตนจึงตั้งใจเดินทางมาตั้งแต่ 07.00 น.

Advertisement

“ท่านเป็นเหมือนแม่ของแผ่นดิน ตอนนี้มีโอกาสที่จะได้สักการะและรำลึกถึงความดีที่ท่านได้ดูแลประชาชนชาวไทยมาตลอด ถ้าไม่มีท่านก็ไม่ได้มีพวกเราในวันนี้” นายนพพร กล่าว

เมื่อถามถึงความประทับใจในพระราชกรณียกิจนายนพพร กล่าวว่า ตนติดตามข่าวในพระราชสำนักมาตลอด และประทับใจในทุกพระราชกรณียกิจ

“โครงการหลวงของพระองค์ท่าน ได้ช่วยเหลือชาวบ้านในเรื่องของความเป็นผู้หญิง เกี่ยวกับเรื่องผ้าไหม เกี่ยวกับเรื่องการแสดงโขนหรืออะไรต่างๆ และพระจริยวัตรของพระองค์ท่านเป็นแบบอย่างที่งดงาม มองเห็นท่านทุกครั้งก็รู้สึกอบอุ่นเหมือนท่านเป็นแม่ ยิ่งเราไม่มีแม่หลายสิบปี พอท่านสิ้นเราก็ใจสลาย”นายนพพร กล่าว

นายนพพร กล่าวต่อไป ทุกวันนี้ตนทำงานด้านจิตอาสา การนำคำสอนในการทำความดีจึงได้นำมาใช้ตลอด เพราะความดีคือคุณสมบัติอย่างหนึ่งที่ควรมี

“ทุกวันนี้นำคำสอนของท่านมาใช้คือการเป็นคนดีสมบัติอย่างหนึ่งที่ท่านทำไว้ให้เห็น แล้วเราก็ดูแลคนในองค์กรของเรา ลูกหลานของเรา แบบอย่างที่ท่านบอก เพราะผมได้ทำงานมูลนิธิอยู่ส่วนหนึ่งเป็นจิตอาสาเกี่ยวกับสังคมสงเคราะห์ทำอยู่ตลอด” นายนพพร กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ บริเวณโดยรอบท้องสนามหลวงมีเต็นท์จุดพักคอยที่จัดเตรียมอาหาร น้ำดื่มไว้รองรับประชาชน พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่จิตอาสา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานพยาบาลเคลื่อนที่ และนักเรียนจิตอาสา คอยดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางเข้าร่วม