ตามที่มีประกาศสำนักพระราชวัง ความว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ภายหลังจาก การพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน โดยเปิดให้เข้ากราบถวายบังคมทุกวัน เวลา 09.00 – 21.00 น.
ยกเว้นวันที่ 24-25 พฤศจิกายน ที่เปิดให้เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึง 14.00 น. ปิดจุดคิดกรองวลา 13.00 น. และเปิดให้เข้าชม พระบรมมหาราชวัง และวัดพระศรีรัตนศาสตาราม ตั้งแต่เวลา 08.30 น. ถึง 12.00 น.
เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน เวลาประมาณ 14.00น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณท้องสนามหลวง มีประชาชนต่อแถวเข้ารอถวายสักการะพระบรมศพอย่างต่อเนื่อง

นางสาวสุวลักษณ์ จันทร์ตนะ หรือ ‘ป้าลักษณ์’ อายุ 61 ปี กล่าวว่า ตนเดินทางเข้าถวายสักการะหลายครั้งแล้ว ตั้งแต่ช่วงแรกๆที่มีการเปิดให้เข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ ส่วนตัวประทับใจที่พระองค์ท่านทรงรักในศิลปะแขนงต่างๆ ทั้งงานประณีตศิลป์ ลายฉลุไม้ ประติมากรรม โดยทรงให้การสนับสนุนการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมตลอดมา

นางสาวสุวลักษณ์ เล่าด้วยว่า ตนเป็นเด็ก ‘บ้านราชวิถี’ รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ท่านทรงห่วงใยเด็กยากไร้
“การได้เห็นในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพันปีหลวง ทรงเคียงคู่กัน ทำให้รู้สึกตราตรึงอยู่ในใจ เหมือนเป็นพ่อและแม่ที่เบื้องบนส่งมาให้เราได้เคารพ ได้เห็นด้วยตาตนเอง โดยจะขอน้อมนำคำสอนการเป็นคนดี เข้าใจผู้อื่น และการให้อภัย มาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน สิ่งใดที่ผิดพลาดก็ค่อยๆแก้ไขกันต่อไป” นางสาวสุวลักษณ์ กล่าว

ทั้งนี้ บริเวณโดยรอบท้องสนามหลวงมีเต็นท์จุดพักคอยที่จัดเตรียมอาหาร น้ำดื่มไว้รองรับประชาชน พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่จิตอาสา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานพยาบาลเคลื่อนที่ และนักเรียนจิตอาสา คอยดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางเข้าร่วม


