ศาสนิกชน 5 ศาสนา กลุ่มชาติพันธุ์ ผู้พิการ น้อมถวายอาลัย สมเด็จพระพันปีหลวง
เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน สำนักพระราชวัง เปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เป็นวันที่ 11 โดยเปิดให้เข้ากราบถวายบังคมทุกวัน เวลา 08.00-21.00 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้ามีคณะบุคคล ประชาชนจากกรุงเทพมหานครและภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศไทย พร้อมใจแต่งกายด้วยชุดสีดำไว้ทุกข์ เดินทางมากราบถวายบังคมเบื้องหน้าพระโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ด้วยความอาลัยและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ อาทิ คณะสภาสถาปนิก, คณะนักศึกษา วปรอ. รุ่น 4313, นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมคนพิการทั่วประเทศ, นางสาวซาบิดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นำคณะผู้บริหาร วธ. กรมการศาสนา และศาสนิกชนทั้ง 5 ศาสนา ได้แก่ ศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ ศาสนาพราหมณ์–ฮินดู และศาสนาซิกข์ จาก 15 องค์การ รวมถึงประชาชนจากจังหวัดต่างๆ อาทิ จ.ชัยนาท, จ.ชัยภูมิ , จ.ชุมพร, กลุ่มชาติพันธุ์ 6 กลุ่ม อาทิ อาข่า ลาหู่ ม้ง จากจ.เชียงราย เป็นต้น
ทั้งนี้ ประชาชนจะได้รับภาพพระฉายาลักษณ์ และภาพพระโกศพระบรมศพ ไว้เป็นที่ระลึก พร้อมทั้งมีการแจกเข็มกลัดโบว์ดำไว้อาลัย พระราชทาน จากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ตรงประตูทางออกแก่ประชาชนที่มาถวายบังคมพระบรมศพด้วย
นายวรกร ไหลหรั่ง ประธานคณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านคนพิการ ทุพพลภาพ และผู้ด้อยโอกาส (สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์) และ ดร.ณรงค์ ไปวันเสาร์ อุปนายกสมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย กล่าวพร้อมกันว่า วันนี้เป็นโอกาสที่คนพิการได้มาถวายอาลัยต่อสมเด็จพระพันปีหลวง พระองค์ทรงรักคนพิการ ทรงดูช่วยเหลือคนพิการตลอดมา ไม่ว่าจะเป็นคนพิการ คนด้อยโอกาส คนชรา คนผู้ยากไร้
“สมเด็จพระพันปีหลวง ทรงช่วยเหลือคนพิการในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน อาชีพ กลุ่มศิลปาชีพ การทอผ้า การแนะนำการใช้ชีวิตต่างๆ การให้การดูแลรักษาเพื่อให้คนพิการสามารถเข้าถึงสิทธิ์ต่างๆ พระองค์พระราชทานเบ็ดตกปลา เพื่อให้สามารถตกปลาหากินได้ ทรงทำให้คนพิการมีรายได้ทั้งครอบครัว นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป้นอย่างยิ่ง ซึ่งคนพิการไม่ได้หวังให้ใครมาให้อย่างเดียว เราพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนชีวิตให้เป็นไปตามขบวนการที่จะเป็นไปได้ ตามที่พระองค์ทรงมีพระราชประสงค์ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงทำเพื่อประชาชนจริงๆ พระองค์ทรงสละแรงกายแรงใจในการทำเพื่อให้เกิดประโยชน์กับคนทุกประเภท ไม่ใช่แค่คนพิการเท่านั้น ทรงช่วยเหลือทุกอย่าง ทุกคนโดยไม่เคยละเว้นเลย”
ดร.ณรงค์-นายวรกร กล่าวอีกว่า ตนในฐานะผู้นำคนพิการจะน้อมนำความรู้และอาชีพที่พระองค์พระราชทานไว้ มาถ่ายทอดให้กับคนพิการรุ่นต่อๆ ไป เพื่อให้เกิดการช่วยเหลือกันเป็นทอดๆ และดูแลกันต่อๆ ไป
นางสาวกานต์จรัส เอียดทองใส ปลัดจังหวัดชัยภูมิ กล่าวว่า ก่อนมารับราชการประจำอยู่จ.ชัยภูมิ ตนรับราชการอยู่ จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของเขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งเป็นพระนามของพระองค์ และมีหมู่บ้านห้วยต้า ต.นางพญา อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ เป็นหมู่บ้านที่ไม่ได้อพยพออกจากการสร้างเขื่อนสิริกิติ์ เมื่อทรงทราบว่าประชาชนตรงนี้เดือดร้อน พระองค์จึงเสด็จฯ มาเยี่ยมเป็นประจำทุกปี แม้หมู่บ้านแห่งนี้ จะล้อมรอบด้วยน้ำ เป็นพื้นที่ที่เดินทางไปยากมาก เดินทางได้ทางเดียวคือ เรือ โดยพระองค์เสด็จฯ ด้วยเฮลิคอปเตอร์ ทรงนำโครงการศิลปาชีพมาลงให้ประชาชน ทั้งทอผ้า แกะสลักไม้ และหลังจากนั้นหนึ่งปี จะเสด็จฯ มาทรงติดตามงานว่าประชาชนทำกันอย่างไรบ้าง ซึ่งพระองค์จะทรงคัดเลือกงานที่มีฝีมือดี และจะพาไปเรียนที่ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร
”ตนได้มีโอกาสเข้าไปนั่งใกล้ๆ เพื่อจดพระราชเสาวนีย์ที่พระองค์มีต่อชาวบ้าน พระองค์ทรงมีพระเมตตามาก ประทับนั่งกับพื้นรับสั่งกับประชาชน โดยจะทรงคัดเลือกงานฝีมือดี และพระราชทานเงินรางวัลพิเศษให้แก่ชาวบ้าน หลังจากพระองค์เสด็จฯ ไปช่วยเหลือ ชีวิตของประชาชนที่นี่ดีขึ้นมาก มีรายได้จากงานที่พระองค์พระราชทาน สำหรับวันนี้ ได้พาคนชัยภูมิมากราบถวายบังคมพระองค์ ทั้งหมด 890 คน จาก 4 อำเภอ และจะมาอีก 3 ครั้ง ทุกคนมาด้วยใจและตั้งใจมาถวายอาลัยด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อคนชัยภูมิ ที่นี่ก็เป็นจังหวัดที่พระองค์เสด็จฯ มาทรงงานหลายครั้ง พระราชทานโครงการศิลปาชีพทุ่งกระมัง และโครงการปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติทุ่งกระมัง พระองค์ทรงเปี่ยมไปด้วยพระเมตตาต่อพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้“ นางสาวกานต์จรัส กล่าว
ศจ.ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ ประธานร่วมกรรมการประสานงานคริสตจักรโปรเตสแตนท์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า องค์กรคริสต์ทั้ง 5 องค์กร พร้อมใจกันถวายความอาลัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เราทุกคนต้องยอมรับว่า เราอยู่ในประเทศไทยซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในช่วงที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ยังมีพระชนม์ชีพ รับรู้เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจที่ทรงงานเพื่อราษฎรมาโดยตลอด
“ที่ผ่านมา สมเด็จพระพันปีหลวงทรงให้การสนับสนุน ช่วยเหลือองค์กรศาสนาคริสต์หลายองค์กร ในด้านพันธกิจต่างๆ ทั้งในทางตรงทางอ้อม เคยเสด็จฯ ไปทรงร่วมงานของโรงเรียนคาทอลิกหลายครั้ง เนื่องจากทรงศึกษาในโรงเรียนคาทอลิกเมื่อครั้งทรงพระเยาว์ แม้แต่เสด็จฯ เยี่ยมราษฎรบนภูเขา ทรงริเริ่มโครงการต่างๆ มากมาย ชนเผ่าต่างๆ ที่นับถือศาสนาคริสต์ก็ได้รับประโยชน์ ถ้าจะพรรณนาก็คงไม่หมด” ศจ.ธงชัย กล่าว
“ส่วนตัวผมมีเรื่องราวซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่จดจำได้ไม่ลืม คือเมื่อตอนน้ำท่วมใหญ่ที่กรุงเทพฯ ผมเขียนหนังสือชื่อว่าน้ำท่วมใจ ใจท่วมน้ำ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สภาสตรีแห่งประเทศไทย แจ้งมาเพื่อขอให้ใส่หนังสือเล่มนี้ลงในถุงยังชีพพระราชทาน เพื่อนำไปมอบให้แก่ผู้ประสบภัย ภายหลังสมเด็จพระพันปีหลวงสวรรคต คริสตชนพร้อมใจกันจัดกิจกรรมถวายความอาลัยแด่พระองค์ท่านอย่างต่อเนื่อง เพื่อน้อมสำนึกพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้”
นายอนันต์ สัจเดว์ สมาคมตรีคุรุสิงห์สภา กล่าวว่า การสูญเสียพระองค์เป็นความโศกเศร้าของพสกนิกรไทยทั้งประเทศ ขณะที่สมเด็จพระพันปีหลวงทรงพระประชวรประทับโรงพยาบาลจุฬาฯ ชาวไทยซิกข์สวดมนต์ให้พระองค์ทรงหายจากพระประชวร แต่เมื่อสวรรคตทรงเป็นแม่แห่งชาติและเป็นองค์อุปถัมภ์ศาสนาซิกข์ ชาวไทยซิกข์พร้อมใจถวายอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ตนและพี่น้องชาวไทยซิกข์นับหมื่นคนเฝ้าฯ รับเสด็จพระองค์ท่านเสด็จในโอกาสโอกาสเฉลิมฉลองศาสนาซิกข์ 500 ปี ณ โรงละครแห่งชาติ สร้างความปลาบปลื้มให้กับชาวไทยซิกข์ ทรงดูแลชาวซิกข์ตลอดมา สมาคมตรีคุรุสิงห์สภาเป็นศูนย์กลางศาสนาซิกข์ในประเทศไทยจะสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ในด้านช่วยเหลือประชาชนและการสาธารณสุขต่างๆ เพื่อพัฒนาประเทศชาติต่อไป









