มูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนฯ ซาบซึ้ง ‘พระพันปีหลวง’ ชุบชีวิตคนพิการทางสติปัญญาพึ่งพาตนเองได้

20.11.25 | 14:14 น.

มูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนฯ ซาบซึ้ง ‘พระพันปีหลวง’ สายพระเนตรกว้างไกล ชุบชีวิตคนพิการทางสติปัญญาพึ่งพาตนเองได้

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน สำนักพระราชวัง เปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เป็นวันที่ 12 โดยเปิดให้เข้ากราบถวายบังคมทุกวัน เวลา 08.00-21.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีคณะบุคคล ประชาชนจากกรุงเทพฯ และภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ พร้อมใจกันแต่งกายด้วยชุดสีดำไว้ทุกข์ เดินทางมากราบถวายบังคมเบื้องหน้าพระโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ด้วยความอาลัยและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ อาทิ ชาว จ.เชียงใหม่ จ.ตรัง จ.ตราด และ จ.ตาก, คณะครูและนักเรียนโรงเรียนราชวินิตฯ, โรงเรียนราชินี, โรงเรียนประโคนชัยพิทยาคม จ.บุรีรัมย์, มูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทย ในพระบรมรมชินูปถัมภ์, สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำ กรุงเทพมหานคร, สำนักงานปลัดบัญชีกองทัพบก เป็นต้น

ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์ ประธานมูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ กล่าวถึงพระมหากรุณาธิคุณในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีต่อผู้พิการทางสติปัญญาทั่วประเทศ ว่า ด้วยสายพระเนตรอันกว้างไกล ของสมเด็จพระพันปีหลวง ที่ทรงเล็งเห็นว่าผู้พิการทางสติปัญญานั้นถ้าได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี ก็จะสามารถเป็นที่พึ่งพิงของครอบครัวได้มากกว่าการเป็นภาระ  และด้วยพระบารมีอันยิ่งใหญ่นี้ มิได้ทรงดูแลเพียงแค่ผู้พิการทางสติปัญญาเท่านั้นหากแต่ยังทรงมีพระราชเสาวนีย์ ให้ดูแลทั้งครอบครัวของผู้พิการด้วย  นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นแก่ผู้พิการทางสติปัญญาทั่วประเทศไทย

Advertisement

“สมเด็จพระพันปีหลงง ทรงรับมูลนิธิฯไว้ใน พระบรมราชินูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2505 ด้วยทรงเล็งเห็นว่าถ้าเด็กๆที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา ได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี เขาก็จะสามารถพัฒนาได้ เพราะในยุคนั้นคนทั่วไปมองว่าเด็กผู้พิการทางสติปัญญาเป็นภาระของครอบครัว ดังนั้นมูลนิธิฯ จึงให้ความสำคัญกับการดูแลเด็กๆโดยเฉพาะการพัฒนาด้านสติปัญญาของเด็กแต่ละคน เด็กคนไหนมีความสามารถด้านใดก็จมีครูคอยประกบ เพื่อสอนงานให้ อาทิ งานครัว งานเย็บปักถักร้อย งานชงกาแฟ เป็นต้น ซึ่งในทุกวันนี้เด็กๆได้รับการจ้างงานจากนายจ้างอย่างถูกต้องตามกฎหมายมีรายได้มาจุนเจือครอบครัวเป็นจำนวนมาก มีอัตราการจ้างงานจากนายจ้างเพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้ผู้พิการทางสติปัญญา มีความภาคภูมิใจและเห็นคุณค่าในตัวเอง อีกทั้งมูลนิธิฯก็ไม่ได้ดูแลเพียงแค่คนพิการทางสติปัญญาในศูนย์จำนวน 600 คน เท่านั้น

หากแต่ยังดูแลผู้พิการทางสติปัญญาที่พักอาศัยอยู่ตามบ้านทั่วประเทศอีก 5,000 คน ซึ่งในแต่ละเดือนนอกจากจะโอนเงินค่าจ้างงานของเด็กๆไปให้ทางบัญชีครอบครัวเท่านั้น แต่เรายังช่วยสนับสนุนเรื่องค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือนของเขาอีกด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระพันปีหลวง ที่ทรงมีต่อผู้พิการทางสติปัญญา ที่ได้พระราชทานพระราโชบายในการดูแลผู้พิการให้ได่รับการยอมรับจากครอบครัวและสังคมอย่างภาคภูมิใจ“ ดร.สายสม กล่าวด้วยความซาบซึ้ง