‘เกิดใหม่ก็ไม่ได้ฟัง’ ปู่พรหมมา-ย่ากาหลง เข้าสักการะพระพันปีหลวง ขอเป็นลูกที่ดีของพ่อและแม่ตลอดไป
เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน สำนักพระราชวัง เปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เป็นวันที่ 15 โดยเปิดให้เข้ากราบถวายบังคมทุกวัน เวลา 08.00-21.00 น.
ยกเว้นวันที่ 24-25 พฤศจิกายน ซึ่งเปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ได้ตั้งแต่ 08.00-14.00 น. ปิดจุดคัดกรองเวลา 13.00 น. สำหรับช่วงเวลาเข้าชมพระบรมมหาราชวังและวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (สำหรับนักท่องเที่ยว) เปิดให้เข้าชม 08.30-12.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศบริเวณท้องสนามหลวง พสกนิกรจากทั่วสารทิศยังคงหลั่งไหลเดินทางเพื่อเฝ้ารอเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพพระพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท โดยมีการแต่งกายด้วยชุดไว้ทุกข์สีดำเพื่อเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตั้งแต่ช่วงเช้า โดยเข้ามารอเข้าตั้งแต่ 04.00 น. แม้ว่าในช่วงบ่ายแดดจะร้อน แต่พสกนิกรผู้จงรักภักดียังคงเดินทางมาเฝ้ารอเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพพระพันปีหลวงอย่างเนืองเเน่นไม่ขาดสาย มีเจ้าหน้าที่และจิตอาสาจากหลายหน่วยงานคอยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนตลอดเส้นทาง โดยมีอาหารพระราชทาน น้ำดื่ม จิตอาสา รถรับ-ส่ง รถ Shuttle Bus ที่บริการฟรี 16 เส้นทาง หรือหน่วยการแพทย์ฉุกเฉิน พร้อมให้บริการประชาชนอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งห้องสุขาเคลื่อนที่ การรักษาความปลอดภัยซึ่งคอยดูแลประชาชนอย่างครบครัน
ชายวัย 58 ปี หรือปู่พรหมมา ชาวจังหวัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า เดินทางมาโดยรถยนต์ส่วนตัว พร้อมกับคณะรวมจำนวน 6 คน อาทิ นางปฐมพร หรือย่ากาหลง หญิงวัย 62 ปี เดินทางเพื่อเข้าถวายสักการะพระบรมศพ ในวันนี้ถือเป็นครั้งที่ 4 แล้ว ซึ่งมีความตั้งใจว่าจะมาถวายสักการะพระบรมศพให้ครบ 12 ครั้ง เนื่องจากเป็นตัวเลขวันพระราชสมภพพระพันปีหลวง ทั้งนี้ การเข้าถวายสักการะพระบรมศพนั้น ได้รับการอำนวยความสะดวกจากเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี อาหารรสชาติอร่อย สถานที่นั่งสบาย การจอดรถกว้างขวาง จอดรถก็ไม่ต้องเดินไกล รวมทั้งตนได้มีการจัดทำเข็มกลัดไว้อาลัยด้วยตนเองเพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและเพื่อเข้าถวายสักการะพระบรมศพ

“เราเคารพและจะเดินตามรอยพระบาท มีความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณและที่สำคัญท่านเป็นพ่อเป็นแม่ของแผ่นดิน หากไม่มีท่านทั้ง 2 พระองค์ ไม่มีราชวงศ์นี้ เราก็จะไม่มีประเทศอยู่ จะยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงตามพ่อสอน และที่สำคัญจะเป็นลูกที่ดีของพ่อและแม่ตลอดไป” ปู่พรหมมากล่าว
เมื่อถามว่า ประทับใจในพระราชกรณียกิจใดบ้างของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ปู่พรหมมากล่าวว่า มีความประทับใจในโครงการ “ศูนย์ศิลปาชีพ” เนื่องจากเป็นโครงการที่ทำให้ประชาชนหรือผู้มีรายได้น้อยมีรายได้เพิ่มขึ้น ให้เรามีอาชีพที่มั่นคง นอกจากนั้นท่านทรงทำให้ผ้าไทยของเราเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
“ถือเป็นเป็นเกียรติอย่างยิ่งในการเข้ามากราบถวายบังคมพระบรมศพ พอได้ยินเสียงประโคมในพระราชพิธี น้ำตาก็ไหล เหมือนกับว่าท่านเมตตา การสูญเสียครั้งนี้รู้สึกเสียใจมาก เกิดใหม่ก็ไม่ได้ฟัง” ปู่พรหมมากล่าว



