นักปั่นใจสู้ รวมพลปั่นจักรยานจากยะลาเข้ากราบ ‘พระพันปีหลวง’ น้ำตาคลอซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ

26.11.25 | 19:13 น.
พระพันปีหลวง

นักปั่นใจสู้ รวมพลปั่นจักรยานจากยะลาเข้ากราบ ‘พระพันปีหลวง’ น้ำตาคลอซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ

ตามที่มีประกาศสำนักพระราชวัง ความว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ภายหลังจาก การพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน โดยเปิดให้เข้ากราบถวายบังคมทุกวัน เวลา 09.00 – 21.00 น.

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณท้องสนามหลวงว่า มีประชาชนแต่งกายด้วยชุดไว้ทุกข์สีดำทยอยเดินทางมารอถวายสักการะพระบรมศพสมเด็จพระพันปีหลวงอย่างต่อเนื่อง โดยมีเจ้าหน้าที่และจิตอาสาจากหลายหน่วยงานคอยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในตลอดเส้นทาง

นายศิริชัย พลัง อายุ 56 ปีกล่าวว่า ตนได้ปั่นจักรยานจากจังหวัดยะลา ตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน พร้อมกับคณะรวม 12 คน ซึ่งนักปั่นมาจากหลายพื้นที่ ทั้งอุบลราชธานี โคราช สมุทรสงคราม และประจวบคีรีขันธ์ แล้วมารวมตัวที่ยะลาเพื่อปั่นไปสนามหลวง ใช้เวลา 13 วัน เดินทางระยะทางประมาณ 1,300 กิโลเมตรมาถึงสนามหลวง

“ถามว่าเหนื่อยไหม ก็ไม่เหนื่อยเลย เพราะใจมุ่งมั่นที่จะมากราบพระพันปีหลวง เมื่อมาถึงก็รู้สึกสำเร็จ เพราะได้ทำตามความตั้งใจ ถึงแม้ว่าบ้านจะถูกน้ำท่วมระดับประมาณ 1 เมตร แต่สิ่งที่เสียไปสามารถสร้างใหม่ได้ แต่ในเมื่อเรามากราบพระพันปีหลวงแล้ว เชื่อว่าหลังจากกลับไปชีวิตจะพบสิ่งดีๆ” นายศิริชัยกล่าว

Advertisement

นายศิริชัย เล่าต่อว่า ตอนออกเดินทาง น้ำยังไม่ท่วม แต่เมื่อเดินทางมาถึงอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี น้ำก็เริ่มท่วมบ้าน เส้นทางกลับจึงผ่านไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ตนได้เตรียมตัวยกของขึ้นที่สูงไว้แล้ว เพราะทุกปีในเดือนนี้ ยะลามักจะประสบปัญหาน้ำท่วม แต่ปีนี้หนักกว่าปกติ ความเสียหายมีบ้างเล็กน้อย แต่ถือว่าทำใจไว้แล้ว เพราะสิ่งที่สูญเสียสามารถหามาทดแทนได้ แต่พระพันปีหลวงนั้นหาไม่ได้ การได้มากราบท่านเพียงครั้งเดียวก็ถือเป็นความภูมิใจแล้ว

“ตั้งแต่เด็ก ผมเคยเห็นพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน ที่เสด็จไปกับในหลวง ร.9 หากไม่มีพระองค์ท่าน ประเทศไทยคงไม่มาถึงทุกวันนี้ ตอนในหลวงร.9 เสด็จสวรรคตผมก็เคยปั่นจักรยานขึ้นมากราบท่าน และครั้งนี้ก็ทำเพื่อแม่อีกครั้งหนึ่ง”นายศิริชัยกล่าว

ด้าน นายเอิบ บัวสุข อายุ 78 ปี กล่าวทั้งน้ำตาว่า แรงจูงใจที่ทำให้ตนปั่นจักรยานจากจังหวัดยะลามายังท้องสนามหลวงเพื่อมากราบพระบรมศพสมเด็จพระพันปีหลวง มาจากความประทับใจที่มีต่อพระองค์ท่านที่ได้ประกอบพระราชกรณียกิจกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 มาอย่างยาวนาน พระองค์เสด็จไปทุกที่ทุกแห่ง โดยเฉพาะพื้นที่กันดาร เพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนที่ยากไร้และปานกลาง เพื่อที่จะให้มีอาชีพ มีที่ทำมาหากิน อยู่อย่างเป็นสุขภายใต้พระบรมโพธิสมภาร

“ผมเคยติดตามโครงการของท่าน โดยปั่นจักรยานเริ่มจากนครศรีธรรมราชไปสิ้นสุดโครงการที่จังหวัดน่าน ก็ผ่านโครงการโคกหนองนาโมเดลที่ในหลวงท่านได้ทรงทำให้กับพสกนิกร โดยเฉพาะที่ห้วยทราย เดิมที่นั่นเป็นถิ่นทุรกันดารที่สุด แต่ในปัจจุบันนี้ท่านลองไปดูนะตรงจุดนั้นเป็นที่อุดมสมบูรณ์ มีต้นไม้เขียวชอุ่มมากเลย ทุกๆ ที่ทุกๆ แห่งที่ท่านไปมีแต่ดีขึ้นๆ มากๆ เพราะฉะนั้นซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ท่านทรงงานหนักก็เลยตัดสินใจว่าจะลงมากราบท่านให้ได้

แม้ผมจะอายุ 78 แล้ว แต่ร่างกายยังแข็งแรงมาก และก็อยากจะทำเต็มที่เพื่อพระองค์ท่าน เพราะพระองค์ท่านเหนื่อยกว่าเรามากเลย” นายเอิบกล่าว