ครูช่างทอผ้า สถาบันสิริกิติ์ เผยรับสั่ง ‘พระพันปี’ การให้ความรู้เป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่ ตั้งใจอนุรักษ์ผ้าลายราชสำนัก

3.12.25 | 14:49 น.

ครูช่างทอผ้า สถาบันสิริกิติ์ เผยรับสั่ง ‘พระพันปี’ การให้ความรู้เป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่ ตั้งใจอนุรักษ์ผ้าลายราชสำนัก

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม สำนักพระราชวัง รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-21.00 น.

สำหรับบรรยากาศวันนี้ ได้มีประชาชนทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดพร้อมใจกันแต่งกายด้วยชุดสุภาพสีดำไว้ทุกข์เดินทางมาเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ เบื้องหน้าพระโกศอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ มีคณะบุคคลจากจังหวัดต่างๆ อาทิ จังหวัดสุโขทัย, สุพรรณบุรี, หนองบัวลำภู, สุรินทร์, ราชบุรี, ช่างฝีมือ ครู จากสถาบันสิริกิติ์ สวนจิตรลดา แผนกปักผ้า แผนกเขียนลาย แผนกปั้น และแผนกทอผ้าไหม, คณะนักเรียนโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ, ชมรมคู่สมรสตุลาการศาลยุติธรรม, บริษัท เจ เอส แอล โกลบอล มีเดีย จำกัด เป็นต้น

Advertisement

นายแหลมทอง สีภู ช่างฝีมือสถาบันสิริกิติ์ สวนจิตรลดา แผนกทอผ้าไหม กล่าวว่า วันนี้เดินทางร่วมกับคณะช่างฝีมือสถาบันสิริกิติ์ฯ 133 คน เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ จากลูกเกษตรกรชาวไร่ชาวนา ต.ด่านช้าง อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู วันนี้เป็นช่างฝีมือทอผ้าไหม เป็นครูสอนการทอผ้าไหมให้กับชาวบ้าน ย้อนไปปี 2528 สมเด็จพระพันปีหลวงเสด็จฯ แปรพระราชฐาน ณ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ จ.สกลนคร แม่พร้อมกับชาวบ้านทราบว่า พระองค์ทรงรับซื้อผ้าทอ พากันนำผ้าไหมมัดหมี่ไปขาย ท่านผู้หญิงสุประภาดา เกษมสันต์ อดีตราชเลขานุการในพระองค์ รับผ้าไหมของแม่ไว้ 1 ผืน ถามถึงครอบครัวและลูกๆ แม่ตอบมีลูก 4 คน ลูกคนที่สองชื่อ แหลมทอง สีภู ไม่ได้เรียนหนังสือไปรับจ้างขายรองเท้าที่ จ.กาฬสินธุ์ ท่านผู้หญิงชวนให้นำลูกมาฝึกอาชีพพระตำหนักภูพาน แม่ได้รับซองพระราชเงิน 1,000 บาท เป็นค่ารถไปรับตนกลับมาที่สกลนคร เริ่มจากฝึกปักผ้า ลายดอกคูณ ลายกุหลาบพระนาม จากนั้นมีโอกาสเรียนต่อที่ศิลปาชีพพิเศษ สวนจิตรลดา กรุงเทพฯ ฝึกฝนต่อเนื่องขยับมาเรียนปักด้วยไหมน้อย และเรียนเกี่ยวกับผ้าไหมครบวงจร ได้เห็นช่างฝีมือทอผ้าเกิดแรงบันดาลใจเรียนและฝึกทอผ้าจนเป็นช่างทอผ้าที่มีความชำนาญ ช่วงหนึ่งเป็นทหารเกณฑ์มีหนังสือเรียกกลับให้มาปฏิบัติหน้าที่ที่ศิลปาชีพสวนจิตรลดา เป็นจุดเริ่มต้นได้ตามเสด็จฯ สมเด็จพระพันปีหลวงในฐานะครูสอนทอผ้าไหม

“ตามเสด็จฯ ไปสอนชาวบ้านครั้งแรกที่พระตำหนักไกลกังวล หัวหิน หลังจากนั้นติดตามขบวนเวลาทรงแปรพระราชฐานไปตามภูมิภาคต่างๆ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ สอนทั้งปักผ้า ฟอกย้อม สาวเส้นไหม และทอผ้า หลังเสด็จฯ กลับ ทรงมีพระราชเสาวณีย์ให้ครูแหลมทองไปสอนตามศูนย์ต่างๆ ทั่วประเทศไทย ครั้งหนึ่งในการปฏิบัติหน้าที่ถวายงานที่ศูนย์ศิลปาชีพภูขัดภูเมี่ยงภูสอยดาว จ.พิษณุโลก มีความประทับที่สุดในชีวิต จำได้ชัดเจนวันที่ 3 เมษายน 2545 สมเด็จพระพันปีหลวงเสด็จฯ ได้เข้าเฝ้าฯ พระองค์ตรัสถามว่า “สอนชาวบ้านยากมั้ยจ๊ะ” ตนกราบบังคมทูลว่า ไม่ยากพระพุทธเจ้าค่ะ เพราะคนพื้นถิ่นมีพื้นฐานทอผ้าอยู่แล้ว แต่ข้าพุทธเจ้ามาสอนการทำเส้นไหม การทอลายผ้าไหม ทรงแย้มพระสรวลให้ พร้อมรับสั่ง ‘การให้ความรู้เป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่ มีคุณค่ามากกว่าสิ่งอื่นใด การให้ความรู้เปรียบเสมือนให้ชีวิต ต่อชีวิต ให้มีความรู้ มีรายได้ ทำให้ความเป็นอยู่ดีขึ้น ครูช่วยด้วยนะจ๊ะ’ พระสุรเสียงก้องอยู่ในความรู้สึกตลอดมา นับตั้งแต่วันนั้นนำพระราชดำรัสไว้เหนือเกล้าจะปฏิบัติหน้าที่ครูให้เต็มที่” นายแหลมทองกล่าว

แหลมทอง สีภู

นายแหลมทองกล่าวต่อว่า ตนถวายงานตามพระราชดำริฟื้นฟูลายผ้าเก่าโดยถอดลายจากฉลองพระองค์ของพระองค์ พระองค์รับสั่งให้ลงพื้นที่ศูนย์ศิลปาชีพบ้านเนินธัมมัง จ.นครศรีธรรมราช ศึกษาและถอดแบบลายผ้ายกเมืองนครศรีธรรมราชที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์นครศรีธรรมราช ชุบชีวิตขึ้นใหม่สู่ผืนผ้าจริง มีช่างทอจริงๆ ตนยึดพระราชดำรัส แม้ยากแค่ไหนจะทำให้สำเร็จ ได้สอนกลุ่มทอผ้าเนินธัมมังให้ทอผ้ายกเมืองนคร ใช้ดิ้นทองร่วมด้วย ยกระดับการทอ ถือเป็นงานประณีตศิลป์ ช่วยชาวบ้านมีรายได้จากการเพิ่มมูลค่า ปัจจุบันผ้ายกเมืองนครนำมาจัดสร้างเครื่องแต่งกายโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ สิ่งเหล่านี้คือมรดกที่ทรงฝากไว้ให้แผ่นดิน ตราบที่ยังมีชีวิตอยู่ ผมจะถ่ายทอดความรู้และสืบสานพระราชปณิธานพระองค์จนกระทั่งชีวิตจะหาไม่ ปลูกฝังครอบครัวให้ตอบแทนคุณแผ่นดิน แม้พระองค์สิ้นแล้ว ทำให้ดีที่สุดตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ภรรยาเป็นช่างฝีมือแผนกทอผ้าไหม ส่วนลูกสาวขณะนี้ฝึกงานในส่วนกองศิลปาชีพ ติดตามศูนย์โครงการส่วนภูมิภาค

ด้านนางสาลี่ แต้มใจ อายุ 66 ปี ช่างฝีมือแผนกปักผ้าตีนจก และผ้าแพรวา สถาบันสิริกิติ์ สวนจิตรลดา กล่าวว่า ตนเกิดที่ จ.นครปฐม เป็นลูกหลานข้าราชบริพาร และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระพันปีหลวง ให้มาฝึกอาชีพที่สถาบันสิริกิติ์ ตอนอายุ 19 ปี เป็นชุดแรกที่มาฝึกทอผ้าตีนจก ก็มีครูจากจังหวัดราชบุรีมาสอนและให้ฝึกทำ ก็นั่งมองอยู่ทั้งวันไม่ได้อะไรเลยวัน วันต่อมาครูก็ทำให้ดู ก็ฝึกทำจนทำได้ ท่านผู้หญิงสุประภาดา เกษมสันต์ ก็ลงมาถามว่ามีใครทำได้ไหม ครูก็บอกว่า ตนทำได้คนเดียว อีกประมาณ 1 สัปดาห์ สมเด็จพระพันปีหลวง พระองค์ทรงให้ท่านผู้หญิงสุประภาดา เอารางวัล เป็นเงิน 3 พันบาทมามอบให้ รู้สึกดีใจมาก

นางสาลี่กล่าวอีกว่า ตนเริ่มจากการทอผ้าตีนจกก่อน 2 ปีต่อมา สมเด็จพระพันปีหลวงก็ให้ครู จ.กาฬสินธุ์ มาสอนทอผ้าแพรวากาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นผ้าเบอร์ 1 ของ จ.กาฬสินธุ์ จนปัจจุบันนี้ตนก็มีความชำนาญการทอผ้าตีนจก และทอผ้าแพรวา และแกะลายโบราณ เอามาใส่สีแล้วทอถวายสมเด็จพระพันปีหลวง แล้วพระองค์ก็ได้พระราชทานรางวัลลงมา สำหรับผลงานของตน มีทั้งนำไปตัดเป็นฉลองพระองค์ และพระราชทานแขกบ้านแขกเมือง หรือนำไปโชว์เวลาเสด็จฯ ต่างประเทศ เพื่อให้ต่างชาติได้ชื่นชม เวลาเสด็จฯ ไปยังภาคต่างๆ พระองค์จะทรงพาพวกเราไปสอนทอผ้า สอนงานฝีมือให้ชาวบ้าน และผลงานส่วนหนึ่งก็นำไปโชว์ที่ พิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน ต.เกาะเกิด อ.บางประอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อให้ลูกหลานรุ่นต่อไปได้ดูว่าประเทศไทยมีของที่มีคุณค่าที่ควรอนุรักษ์ไว้ เพราะเด็กรุ่นใหม่บางคนอาจจะไม่รู้ว่าผ้าตีนจก ผ้าไหมแพรวาเป็นอย่างไร

สาลี่ แต้มใจ

“สมเด็จพระพันปีหลวง รับสั่งไว้ว่า ให้พวกเราช่วยกันอนุรักษ์เอาไว้เพราะจะสูญหายไป ถ้าเราไม่ช่วยกันดูแล หรือถ้าไม่มีใครสานต่อ ตอนนี้อยากสืบสานต่อ คือลายโบราณ ลายในราชสำนัก หรือผ้าสมัยเก่า และพระองค์ทรงเห็นว่าเรามีความชำนาญ ก็เลยส่งไปสอนตามศูนย์ต่างๆ เช่น ช่วงที่เสด็จฯ ไปบ้านห้วยต้า จ.อุตรดิตถ์ เป็นหมู่บ้านที่ไม่มีถนน อยู่เหนือเขื่อนสิริกิติ์ ทรงให้ครูไปสอนทอผ้าให้เด็กที่นั่น และให้ไปสอนทอผ้าลายตีนจกให้ชาวกะเหรี่ยงที่หมู่บ้าน ทิฮูเย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ไปสอนชาวเขาที่ จ.กาญจนบุรี และสอนคนที่พระองค์ทรงรับไว้ มาเรียนที่ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา และที่ จ.แม่ฮ่องสอน ก็มีศูนย์สอนทอผ้า แล้วก็รับผลงานมาขายแล้วส่งเงินไปให้ ทำให้คนที่ทำ มีอาชีพมีรายได้

เมื่อปี 2540 ได้ตามเสด็จไปประเทศฝรั่งเศส เอางานผ้าตีนจก ผ้าแพรวา เครื่องเงินเครื่องทองไปโชว์ที่หอไอเฟล และพระองค์ทรงฉลองพระองค์ผ้าไทย เพื่อให้ต่างประเทศได้รับรู้ว่าเด็กไทยที่พระองค์ทรงนำมาฝึกอาชีพมีฝีมือมีผลงานที่สวยงามไม่แพ้ประเทศใดๆ ครั้งที่ไปฝรั่งเศสประทับใจมาก ช่วงที่ได้เข้าเฝ้าพระองค์ตรัสว่าขอบใจนะ ที่ช่วยกันอนุรักษ์งานของประเทศเราไว้ จะได้ไม่สูญหายไป คนรุ่นหลังจะได้รู้ว่าเราก็มีฝีมือ และเวลาไปต่างจังหวัด พระองค์ทรงชื่นชมที่พวกเราทำงานให้พระองค์” นางสาลี่กล่าว

นางสาลี่กล่าวด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่า ภูมิใจมากที่พระองค์ทรงให้โอกาส ให้อาชีพและทำให้เรานำความรู้ที่ฝึกฝนมา เอาไปสอนประชาชนที่พระองค์รับเข้ามาฝึกอาชีพ ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่เราดีขึ้น จากคนที่มาจากศูนย์ จบแค่ มศ.3 ตอนมาอยู่พระองค์รับสั่งว่าใครอยากเรียนต่อก็ให้เรียน เช้าทำงาน เย็นก็ไปเรียน ได้พระราชทานทุนการศึกษาส่งให้เรียนจนจบปริญญาตรี ตอนนี้เรามีสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่างพร้อม พระองค์ทรงเลี้ยงดูเราให้เงินเดือนให้อาชีพ พระองค์ทรงสอนไม่ให้ฟุ่มเฟือย การสูญเสียพระองค์ไป เราไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ รู้สึกเคว้งคว้างบอกไม่ถูก ด้วยความผูกพัน เรามาอยู่บ้านพระองค์กว่า 40 ปี อยู่กันเหมือนครอบครัวใหญ่ที่เอาลูกมาเลี้ยงอยู่ด้วยกัน แล้วพระองค์ทรงดูแลอย่างดี ปีใหม่ก็พระราชทานของขวัญมาให้จับฉลากสุขใจมากๆ

“การสูญเสียพระองค์ไม่มีอะไรเปรียบได้ ก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในสิ่งที่พระองค์มอบหมายให้ และจะอนุรักษ์งานที่พระองค์รักและหวงแหนตราบจนชีวิตจะหาไม่” นางสาลี่ระบุ

สำหรับในวันที่ 5 ธันวาคม 2568 สำนักพระราชวังแจ้งการเปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 08.00-14.00 น. จะปิดจุดคัดกรองในอุโมงค์ทางเดินลอดถนนหน้าพระลาน เวลา 13.00 น. โดยจะเปิดให้เข้าชมได้เฉพาะวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และเข้ากราบถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ในปราสาทพระเทพบิดร ตั้งแต่เวลา 08.30-17.00 น. โดยผ่านเข้าออกทางประตูสวัสดิโสภา จุดคัดกรองปิด เวลา 16.00 น. ซึ่งจะปิดการจำหน่ายบัตรเข้าชมฯ ตลอดทั้งวัน ผู้ที่จะเข้าถวายบังคมฯ ในปราสาทพระเทพบิดร สุภาพบุรุษห้ามสวมกางเกงยีนส์ สุภาพสตรีต้องสวมกระโปรงหรือผ้าถุง

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครสรุปว่า ในวันที่ 2 ธันวาคม มีประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จำนวน 6,744 คน ยอดสะสมรวม 199,468 คน (ตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2568) ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย