พระราชินี ทอดพระเนตรฮอกกี้น้ำแข็งซีเกมส์ พระราชทานเหรียญทอง ทีมหญิงไทย
เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม 2568 โดยเป็นซีเกมส์ครั้งที่ 7 ที่ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชันแนล ไอซ์ ฮอกกี้ อารีน่า พระราม 9 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จทอดพระเนตรการแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็ง ซึ่งทีมฮอกกี้น้ำแข็งของไทยทะลุเข้าชิงเหรียญทองได้ทั้ง 2 ประเภท ทีมชาย และทีมหญิง โดยทีมหญิงไทย พบ ฟิลิปปินส์ ก่อนสามารถเอาชนะทีมหญิงฟิลิปปินส์ด้วยคะแนน 13-4 คว้าแชมป์ไปครอง จากนั้นสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานเหรียญรางวัลแก่ทีมฮอกกี้น้ำแข็งหญิง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ควันหลงหลังจาก “ช้างศึก” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยภายใต้การคุมทีมของ “โค้ชวัง” นายธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล เฮดโค้ชทีมฟุตบอลชายทีมชาติไทย ฝันสลายพ่าย เวียดนาม 2-3 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ เนับเป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปีที่ทีมชาติไทยไม่ได้เหรียญทองฟุตบอลชายในการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ในบ้านของตัวเอง หลังจบการแข่งขัน “มาดามแป้ง” นางนวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ กล่าวสั้นๆว่า “อกหัก” ก่อนเดินขึ้นรถออกจากสนามไป
ด้านนาย ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล เฮดโค้ชทีมฟุตบอลชายทีมชาติไทย เปิดเผยว่า ขอโทษแฟนบอล ขอโทษผู้บริหารที่ไม่สามารถคว้าเหรียญทองซีเกมส์ในบ้านได้ ทั้งนี้ต้องขอบคุณทุกสโมสรที่ให้ความร่วมมือปล่อยนักเตะมาร่วมทีมในครั้งนี้
“หากจะโทษต้องโทษผมที่ไม่สามารถพาทีมไปถึงจุดหมายได้ การที่มีประตูนำ 2-0 แต่กลับแพ้ 2-3 เป็นเพราะจังหวะของเกม เสีย ชนภัทร บัวพันธ์ ไป ทำให้แผนการเปลี่ยนตัวผู้เล่น เกมครึ่งหลังต้องเปลี่ยนใหม่หมด เสียประตูเร็วในครึ่งหลัง ทำให้โมเมนตั้มของเกมย้ายไปฝั่งคู่ต่อสู้ นักเตะทุกคนสู้เต็มที่แล้ว พยายามยื้อจนถึงช่วงต่อเวลาขอชื่นชมน้องๆ ทุกคนที่สู้อย่างสุดควาสามารถแล้ว”
เมื่อไม่สามารถพาทีมไปถึงเป้าหมาย คงต้องให้สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯพิจารณาผลงาน เพราะสัญญาที่คุยกัน คือ ทำหน้าที่ถึงชิงแชมป์เอเชีย ขณะที่มีแฟนบอลมองว่าความฟิตนักเตะไทยเป็นรองเวียดนามชัดเจน ต้องบอกว่าก่อนหน้านี้พยายามฟื้นฟูนักเตะให้มีความสดมากที่สุด แม้จิตใจของนักเตะพยายามสู้ แต่สภาพร่างกายโหลดเยอะมาก เพราะต้องรับใช้ทั้งสโมสรและรับใช้ทีมชาติ
ชนภัช บัวพันธ์ กองหลังทีมชาติไทยที่มีอาการบาดเจ็บและต้องเปลี่ยนตัวออก เปิดเผยว่า ตนบาดเจ็บ และไม่ได้อยู่ช่วยเพื่อนจนจบเกม แต่ก็ขอบใจเพื่อนๆที่สู้อย่างเต็มที่ แม้ไม่ประสบความสำเร็จ แต่เชื่อว่าทุกคนทำเต็มที่ ต้องขอโทษด้วยที่ไม่สามารถช่วยอะไรได้มาก ขอโทษแฟนบอล ทุกคนตั้งใจเข้ามาเชียร์ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ
ด้านผลการแข่งขันวันรองสุดท้าย 19 ธันวาคม ช่วงบ่าย นักกีฬาไทยโกยไปแล้ว 200 เหรียญทอง 135 เหรียญเงิน 93 เหรียญทองแดง ทำให้ทัพไทยครองตำแหน่งเจ้าเหรียญทอง โดยวันสุดท้าย 20 ธันวาคม เหลือการชิงอีก 3 เหรียญทอง จากตะกร้อทีมเดี่ยวชายและหญิง ชิง 2 เหรียญทอง ที่ศูนย์กีฬาเทศบาลนครปฐม และว่ายน้ำมาราธอน ชิงอีก 1 เหรียญทอง ที่พินนาเคิล แกรนด์ จอมเทียน รีสอร์ท ชลบุรี
ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่ากกท. เปิดเผยว่า สำหรับการเป็นเจ้าภาพกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม 2568 ได้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจตั้งแต่เริ่มเตรียมการก่อนการแข่งขัน ถึงตอนนี้ที่เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการแข่งขัน มีตัวเลขเงินสะพัดแล้วกว่า 12,000 ล้านบาท ทั้งมูลค่าที่เกิดจากการแข่งขันโดยตรง และมูลค่าด้านอื่น ๆ ประกอบกัน โดยเชื่อว่าเมื่อจบการแข่งขันมูลค่าทางเศรษฐกิจน่าจะพุ่งสูงถึง 14,000 ล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวนับเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สูงมาก หากเทียบจากการจัดมหกรรมกีฬาอื่นๆ ที่ผ่านมาถือว่ามากที่สุด
ส่วนการเข้าชมกีฬาของชาวไทยมีความคึกคักและตื่นตัวเป็นอย่างมาก สถิติกองเชียร์เดินทางไปชมที่สนามแข่งขัน มีตัวเลขสะสมจากการลงทะเบียนในระบบและวอล์คอินเข้าสนามต่างๆ ถึงวันที่ 18 ธันวาคม 2568 เกือบ 400,000 คนแล้ว คาดว่าเมื่อจบการแข่งขันตัวเลขจำนวนผู้ชมเข้าสนามจะเพิ่มมากกว่านี้อีก” ดร.ก้องศักดิ์ กล่าว

