ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ พิธีรับเสด็จอย่างเป็นทางการ โดยมี ‘ทองลุน สีสุลิด’ ประธานประเทศลาว เฝ้าฯ รับเสด็จ
เมื่อเวลา 10.07 น.(เวลาท้องถิ่น) วันที่ 17 มีนาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากโรงแรมคราวน์พลาซ่า เวียงจันทน์ ซึ่งเป็นเป็นโรงแรมที่ประทับ ไปยังหอคำ (ทำเนียบประธานประเทศ)

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง นายทองลุน ลีสุลิด ประธานประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และนางนาลี สีสุลิด ภริยา เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ จากนั้น เด็กหญิงชาวลาว และเด็กชายชาวลาว เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายช่อดอกไม้












แล้วเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยประธานประเทศขึ้นแท่นรับการถวายความเคารพ กองทหารเกียรติยศถวายความเคารพ และทรงตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ เมื่อตรวจแถวทหารกองเกียรติยศเสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยประธานประเทศ และภริยา ไปยังแถวคณะทางการฝ่ายลาว ทรงรับการทูลแนะนำคณะทางการฝ่ายลาวตามลำดับ





เสร็จแล้ว พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายธานี ทองภักดี รองราชเลขานุการในพระองค์ แนะนำคณะทางการฝ่ายไทยแก่ประธานประเทศ และภริยา แล้วเสด็จขี้นหอคำ จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังห้องเฝ้า พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายทองลุน ลีสุลิด ประธานประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และนางนาลี สีสุลิด และภริยา เฝ้า ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการ สมควรแก่เวลาจึงเสด็จพระราชดำเนินไปยังตำหนักผ้าไหมลาวโบราณ








จากนั้น เวลา 11.03 น. (เวลาท้องถิ่น) เสด็จพระราชดำเนินถึงตำหนักผ้าไหมลาวโบราณ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นางสุวิตา ปะเสิด ประธานคณะผู้ก่อตั้งตำหนักผ้าไหมลาวโบราณ และนางจันเทา ปะทำมะวง ประธานกิตติมศักดิ์สมาคมหัตถกรรมลาว เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายช่อดอกไม้ แด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี และกราบบังคมทูลความเป็นมาของตำหนักผ้าไหมลาวโบราณ เสร็จแล้วทอดพระเนตรการจัดแสดงผ้าไหมลาวโบราณประเภทต่าง ๆ และผ้าพื้นเมืองของกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ กับทอดพระเนตรการจัดแสดงรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และการสาธิตงานหัตถกรรม การจัดแสดงผลิตภัณฑ์หัตถกรรมลาวแบบประยุกต์และร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์







ในโอกาสนี้ ทรงลงพระปรมาภิไธย และพระนามาภิไธย ในสมุดที่ระลึก กับทรงรับการทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายผ้าแขวนผนัง และผ้าผันคอ เป็นที่ระลึก สมควรแก่เวลาจึงเสด็จพระราชดำเนินออกจากตำหนักผ้าไหมลาวโบราณ ไปประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินกลับโรงแรมคราวน์พลาซ่า เวียงจันทน์ โรงแรมที่ประทับ










ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 16 ถึงวันที่ 18 มีนาคม พุทธศักราช 2569 ตามคำทูลเชิญของนายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
การเสด็จพระราชดำเนินเยือนในครั้งนี้นับเป็นส่วนหนึ่งแห่งวาระการเฉลิมฉลองการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ลาว ครบ 75 ปี ในปีพุทธศักราช 2568 และจะเป็นการกระชับสายสัมพันธ์และความร่วมมืออันเข้มแข็งระหว่างประเทศทั้งสอง ในฐานะมิตรประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดสนิทสนมยิ่งและมีวัฒนธรรมประเพณีที่มีความคล้ายคลึงกัน ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ “หอคำ” เป็นศัพท์ภาษาลาวที่ใช้เรียกพระราชวังที่ประทับของกษัตริย์ลาวในอดีต ปัจจุบันใช้เป็นทำเนียบประธานประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว)
หอคำสร้างขึ้นตามข้อริเริ่มของรัฐบาลชั่วคราวแห่งชาติลาว ในสมัยราชอาณาจักรลาว เมื่อปี 2517 บนพื้นที่ซึ่งเคยเป็นพระราชวังในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชแห่งอาณาจักรล้านช้าง
ภายหลังการสถาปนาสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เมื่อปี 2518 เจ้าสุพานุวง ประธานประเทศแห่ง สปป.ลาว คนแรก มีดำริให้ก่อสร้างหอคำจนแล้วเสร็จในปี 2529 เพื่อใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติราชการของประธานประเทศ และใช้รับรองแขกบ้านแขกเมืองและบุคคลสำคัญของประเทศ
สถานที่แห่งนี้มิได้มีเพียงสถาปัตยกรรมอันงดงาม ตามแบบพระตำหนักตริอานง (Trianon) ในพระราชวังแวร์ซาย สาธารณรัฐฝรั่งเศส หากยังบันทึกอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์แห่งมิตรภาพระหว่างประเทศไทยและ สปป.ลาว ไว้อีกด้วย
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 8-9 เมษายน 2537 หอคำเคยใช้เป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมด้วยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือน สปป.ลาว อย่างเป็นทางการ เพื่อทรงร่วมพิธีเปิดสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 (หนองคาย-เวียงจันทน์) ในโอกาสนั้น อดีตประธานประเทศแห่ง สปป.ลาว ได้จัดพิธีรับเสด็จและพิธีบายศรีทูลพระขวัญ เพื่อถวายการต้อนรับอย่างสมพระเกียรติและอบอุ่น ฝ้ายผูกข้อพระกรในวันนั้น เปรียบเสมือนสายใยที่ถักทอความเอื้ออาทร และความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของสองแผ่นดิน

