เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ พระมิ่งขวัญพสกนิกรไทย บำเพ็ญพระกรณียกิจเพื่อปวงชน

29.04.26 | 11:57 น.

เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ พระมิ่งขวัญพสกนิกรไทย บำเพ็ญพระกรณียกิจเพื่อปวงชน

 

สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ทรงเป็นพระมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทย ประสูติเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2548 ณ โรงพยาบาลศิริราช เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระราชนัดดาในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เมื่อแรกประสูติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชหัตถเลขาพระนามว่า “พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ” ซึ่งแปลว่า “ผู้ทำประทีปคือปัญญาให้สว่างกระจ่างแจ้ง ผู้ทำเกาะคือที่พึ่งให้รุ่งเรืองโชติช่วง”

Advertisement

ต่อมา ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ สถาปนาพระฐานันดรศักดิ์และเฉลิมพระนามเป็น “สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร” ในปี 2569 ทรงเจริญพระชันษาครบ 21 ปี

ทรงเข้าศึกษาที่โรงเรียนจิตรลดา โดยทรงเข้าร่วมกิจกรรมของโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอ อาทิ กิจกรรมงานสัปดาห์รักการอ่าน ทั้งยังทรงร่วมการแสดงในงานของโรงเรียน ทั้งยังทรงสนพระทัยในการบินตั้งแต่ทรงพระเยาว์ โดยเสด็จไปพระราชทานรางวัลแก่ผู้ชนะการแข่งขันเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ในรายการหนูน้อยจ้าวเวหา ด้วยพระองค์เอง โดยทรงลองฝึกการบังคับเครื่องบินชนิดต่างๆ ปัจจุบันทรงศึกษา ณ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และในช่วงปิดภาคเรียนเมื่อเสด็จกลับประเทศไทย จะเสด็จไปทรงปฏิบัติพระกรณียกิจต่างๆ ทรงร่วมกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ราษฎรโดยไม่ถือพระองค์มาโดยตลอด

ไม่ว่าจะเป็น ทรงร่วมกิจกรรมจิตอาสาในโครงการจิตอาสาเราทำความดี ด้วยหัวใจ ในพื้นที่ต่างๆ อาทิ ทรงทำจิตอาสา บำเพ็ญประโยชน์ทำความสะอาดวัดประยุรวงศาวาส วรวิหาร เสด็จไปพระราชทานสิ่งของแก่ตัวแทนจิตอาสาในพื้นที่ต่างๆ ทรงประกอบอาหารประทานให้แก่จิตอาสา ทั้งยังทรงสนพระทัยในพระพุทธศาสนา และด้านกีฬาเป็นอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ ยังเสด็จไปทรงเยี่ยมทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติราชการสนามในสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ณ โรงพยาบาลค่ายสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา

โอกาสนี้ เสด็จไปยังแผนกผู้ป่วยวิกฤต (ICU) ทรงเยี่ยมทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบ จำนวน 3 นาย ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด มีบาดแผลบริเวณใบหน้า และต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ โดยทรงมีพระปฏิสันถารพระราชทานกำลังใจอย่างใกล้ชิด สร้างความปลาบปลื้มแก่กำลังพลและครอบครัวอย่างหาที่สุดมิได้

ในการนี้ ได้พระราชทานสิ่งของซึ่งทรงจัดด้วยพระองค์เอง ร่วมกับคณะครูและนักเรียนโรงเรียนจิตรลดา แก่ญาติทหารผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมทรงชื่นชมในความกล้าหาญ เสียสละ และความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติและความสงบสุขของประชาชน

จากนั้น เสด็จไปยังหอผู้ป่วยราชการสนาม ทรงเยี่ยมและพระราชทานขวัญกำลังใจ พร้อมพระราชทานสิ่งของแก่ทหารที่ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 67 นาย ซึ่งเป็นกำลังพลของกองทัพภาคที่ 2 โดยส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด ขณะนี้มีอาการดีขึ้น ทุกนายมีขวัญกำลังใจเข้มแข็ง และต่างแสดงความตั้งใจที่จะกลับไปปฏิบัติหน้าที่เคียงบ่าเคียงไหล่เพื่อนทหารในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาอีกครั้ง ตลอดการเสด็จเยี่ยม ทรงมีพระปฏิสันถารกับทหารและครอบครัวอย่างอบอุ่น ทรงให้กำลังใจ ชื่นชม และมีรับสั่งแก่บุตรหลานของทหารที่มาเฝ้าอาการ สร้างความซาบซึ้งใจและความปลื้มปีติแก่ทหารและครอบครัวอย่างหาที่สุดมิได้

ทรงเป็นพระมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทย