เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงโปรด พล.ร.อ.สุวิน เป็นผู้แทนพระองค์ เปิดประชุมสามัญประจำปี มูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังฯ ขับเคลื่อนงานอนุรักษ์ฯใต้ทะเลรอบด้าน
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพระกรุณาโปรดให้ พลเรือเอกสุวิน แจ้งยอดสุข เป็นผู้แทนพระองค์ ไปเป็นประธานเปิดการประชุมสามัญประจำปีงบประมาณ 2569 ของมูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ ห้องเจ้าพระยา หอประชุมกองทัพเรือ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร
โดยมี พลเรือเอก สุชาติ ธรรมพิทักษ์เวช รองผู้บัญชาการทหารเรือ นายภัคพล งามลักษณ์ รองประธานกรรมการมูลนิธิฯ นางวรีวรรณ ภูริเดช รองประธานกรรมการมูลนิธิฯ และ พลเรือโท ปณิธาน สิทธิโยธาคาร เลขาธิการมูลนิธิฯ คณะที่ปรึกษา คณะกรรมการมูลนิธิฯ คณะอนุกรรมการฝ่ายต่าง ๆ และผู้เกี่ยวข้อง 29 คน เข้าร่วมประชุม

ทั้งนี้ เพื่อรับทราบรายงานผลการดำเนินงานของมูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ประจำปีงบประมาณ 2568 และแผนการดำเนินงานของมูลนิธิฯ ประจำปีงบประมาณ 2569
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระดำริเกี่ยวกับการอนุรักษ์ แนวปะการัง กัลปังหา และสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย โดยทรงห่วงใยปัญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล การทำร้ายสัตว์ทะเลของมนุษย์โดยตั้งใจและรู้เท่าไม่ถึงการณ์
จึงทรงโปรดให้จัดตั้ง “โครงการอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา” ในปี พ.ศ.2559 โดยมีหน่วยงานสนองพระดำริทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมโครงการฯ

และได้จัดตั้ง “มูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา” เมื่อ 22 กรกฎาคม 2563 โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นองค์ประธานมูลนิธิ
เพื่อสนองพระดำริฯ ในการอนุรักษ์แนวปะการัง กัลปังหา และสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ให้มีความอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืน กระตุ้นปลูกจิตสำนึกของประชาชน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการอนุรักษ์แนวปะการัง กัลปังหา และสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย
รวมทั้งเผยแพร่ให้สาธารณชนทั่วไปทั้งชาวไทยและต่างประเทศได้ทราบถึงประโยชน์และการให้ความร่วมมือ รวมทั้งขยายผลการดำเนินงานในวงกว้าง ตลอดจนดำเนินการร่วมกับองค์กรการกุศลอื่นๆ เพื่อสาธารณประโยชน์


