ปีติ ในหลวง-พระราชินี ทรงรับการทูลเกล้าฯ ถวายเครื่องอิสริยาภรณ์ จาก ‘มาครง’ ปธน.ฝรั่งเศส
เมื่อเวลา 20.11 น. (เวลาท้องถิ่น) วันที่ 29 มิถุนายน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา จากโรงแรมเลอ เมอริช กรุงปารีส โรงแรมที่ประทับ ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ไปยังทำเนียบประธานาธิบดี ในงานถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ (State Banquet) ซึ่งประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศสและภริยา จัดถวาย

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง ทรงพระดำเนินผ่านแถวกองทหารเกียรติยศ นายเอมานูว์แอล มาครง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส และนางบริจิต มาครง ภริยา รอเฝ้ารับเสด็จ จากนั้นฉายพระบรมฉายาลักษณ์ร่วมกับประธานาธิบดีและภริยา ณ บริเวณประตูทางเข้าอาคารทำเนียบประธานาธิบดี



ในการนี้ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส ทูลเกล้าฯ ถวายเครื่องอิสริยาภรณ์ตระกูลเลฌียง ดอนเนอร์ ชั้นกรอง ครัวซ์ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และทูลเกล้าฯ ถวายเครื่องอิสริยาภรณ์แห่งชาติว่าด้วยความดีความชอบ หรือ ออร์เดรอะ นาซียงนาล ดู เมริท ชั้น กรอง ครัวซ์ แด่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสร็จแล้ว เสด็จพระราชดำเนินไปยังห้องบอลรูม ซึ่งเป็นห้องจัดงานถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ





ในโอกาสนี้ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส กล่าวสุนทรพจน์แสดงความยินดี ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ ซึ่งนับเป็นการกระชับสายสัมพันธ์ที่มีมายาวนานให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น



จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสตอบ ความว่า “ท่านประธานาธิบดี ข้าพเจ้าและพระราชินี มีความยินดีที่ได้มาเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการในครั้งนี้ ขอขอบใจท่านประธานาธิบดี รัฐบาล และประชาชนชาวฝรั่งเศส ที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น และมีน้ำใจระลึกถึงครอบครัวของข้าพเจ้า ตลอดจนประชาชนชาวไทย ด้วยความเอื้อเฟื้อ และเคารพยกย่องซึ่งกันและกันเสมอมา
ราชอาณาจักรไทย กับสาธารณรัฐฝรั่งเศส มีความสัมพันธ์อันดีมาช้านาน และได้ร่วมมือกันในกิจการด้านต่าง ๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง การศึกษา วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม อันอำนวยประโยชน์แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นวาระครบ 340 ปี ความสัมพันธ์ไทยกับฝรั่งเศส สืบเนื่องมาจนถึงปีนี้ ซึ่งเป็นวาระครบ 170 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน ก็ยิ่งตอกย้ำถึงความผูกพัน ซึ่งแน่นแฟ้นขึ้นโดยลำดับ ทั้งในระดับที่เป็นทางการ หรือระหว่างประเทศ และในระดับบุคคล
ข้าพเจ้าจึงเชื่อมั่นว่า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของเราทั้งสองจะเจริญงอกงามยิ่งๆ ขึ้นไปในอนาคต และเราจะสามารถร่วมมือกันได้อย่างกว้างขวางและครอบคลุมมากขึ้น ในกิจการทุกด้านทุกระดับ เพื่อความเจริญมั่นคงของประชาชน ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่มีพลวัตสูง และมีความจำเป็นที่ประเทศต่างๆ จะต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกันด้วยมิตรไมตรี
ขออำนวยพร ให้ท่านประธานาธิบดี และภริยา ตลอดถึงประชาชนชาวฝรั่งเศส มีความสุขและความสำเร็จ ทั้งขอให้มิตรภาพระหว่างประเทศของเราทั้งสองมีความยั่งยืนไพบูลย์สืบไป”

และเมื่อเสร็จสิ้นงานถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ประทับรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จพระราชดำเนินกลับโรงแรม ที่ประทับ เลอ เมอริซ กรุงปารีส




