จารึกประวัติศาสตร์ 170 ปี การทูต ‘ในหลวง-พระราชินี’ เสด็จฯเยือนฝรั่งเศส สมพระเกียรติยศสูงสุด
การเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี นับเป็นห้วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์ที่ต้องจารึกไว้ด้วยความปีติยินดีอย่างยิ่ง เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน-2 กรกฎาคม พุทธศักราช 2569 ตามคำกราบบังคมทูลเชิญจาก เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส

การเสด็จพระราชดำเนินในครั้งนี้ นับเป็นการเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสของพระประมุขแห่งราชอาณาจักรไทยในรอบกว่า 6 ทศวรรษ และมีความหมายอย่างยิ่งในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 170 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและฝรั่งเศส สะท้อนถึงมิตรภาพอันงดงาม มั่นคง และแน่นแฟ้นที่ดำเนินมาอย่างยาวนานกว่า 340 ปี นับแต่แรกเริ่มปฏิสัมพันธ์
ทั้งนี้ รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศสได้จัดการรับเสด็จและถวายการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่และสมพระเกียรติยศสูงสุดแห่งรัฐพิธี โดยวันแรกแห่งการเสด็จฯสู่มหานครปารีส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินถึงท่าอากาศยานกรุงปารีส โดยมีผู้แทนระดับสูงจากรัฐบาลฝรั่งเศสเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จอย่างสมพระเกียรติ ก่อนเสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงแรมเลอ เมอริซ (Le Meurice) ซึ่งเป็นโรงแรมที่ประทับ ต่อมาในวันที่สอง ซึ่งนับเป็นวันสำคัญยิ่ง โดยในช่วงกลางวัน มีพิธีรับเสด็จอย่างเป็นทางการตามโบราณราชประเพณีและรัฐพิธีอันสง่างาม ณ สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อย่าง โอแตล เด แซ็งวาลิด

จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินไปยังทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศส (พระราชวังเอลีเซ) โดยมี เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส และ บริจิตต์ มาครง ภริยา รอเฝ้าฯรับเสด็จบริเวณลานเกียรติยศอย่างอบอุ่นและสมพระเกียรติ


โอกาสนี้ ทางรัฐบาลฝรั่งเศสได้นำเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น พระราชสาส์นทองคำจากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทูลสมเด็จพระจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 และสนธิสัญญาทางไมตรีฯ พ.ศ.2399 มาจัดแสดงถวายให้ทอดพระเนตร

ในช่วงค่ำวันเดียวกัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ไปยังทำเนียบประธานาธิบดี ในงานถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ (State Banquet) โดยประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส และภริยา รอเฝ้าฯรับเสด็จบริเวณลานเกียรติยศ และทรงฉายพระบรมฉายาลักษณ์ร่วมกับประธานาธิบดีและภริยา ณ บริเวณประตูทางเข้าอาคารทำเนียบประธานาธิบดี

โอกาสนี้ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศสทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเครื่องอิสริยาภรณ์ตระกูลเลฌียง ดอนเนอร์ ชั้นกรอง ครัวซ์ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และทูลเกล้าฯถวายเครื่องอิสริยาภรณ์แห่งชาติว่าด้วยความดีความชอบ หรือออร์เดรอะ นาซียงนาล ดู เมริท ชั้นกรอง ครัวซ์ แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังห้อง Ballroom ซึ่งเป็นห้องจัดงานถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ โอกาสนี้ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส กล่าวสุนทรพจน์แสดงความยินดีในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ ซึ่งนับเป็นการกระชับสายสัมพันธ์ที่มีมายาวนานให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น


ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสตอบ ความว่า
‘ข้าพเจ้าและพระราชินี มีความยินดีที่ได้มาเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการในครั้งนี้ ขอขอบใจท่านประธานาธิบดี รัฐบาล และประชาชนชาวฝรั่งเศส ที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น และมีน้ำใจระลึกถึงครอบครัวของข้าพเจ้า ตลอดจนประชาชนชาวไทย ด้วยความเอื้อเฟื้อ และเคารพยกย่องซึ่งกันและกันเสมอมา
ราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐฝรั่งเศส มีความสัมพันธ์อันดีมาช้านาน และได้ร่วมมือกันในกิจการด้านต่างๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง การศึกษา วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม อันอำนวยประโยชน์แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นวาระครบ 340 ปีความสัมพันธ์ไทยกับฝรั่งเศส สืบเนื่องมาจนถึงปีนี้ ซึ่งเป็นวาระครบ 170 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน ก็ยิ่งตอกย้ำถึงความผูกพันซึ่งแน่นแฟ้นขึ้นโดยลำดับ ทั้งในระดับที่เป็นทางการ หรือระหว่างประเทศ และในระดับบุคคล ข้าพเจ้าจึงเชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของเราทั้งสองจะเจริญงอกงามยิ่งๆ ขึ้นไปในอนาคต และเราจะสามารถร่วมมือกันได้ อย่างกว้างขวางและครอบคลุมมากขึ้น ในกิจการทุกด้านทุกระดับ เพื่อความเจริญมั่นคงของประชาชน ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่มีพลวัตสูง และมีความจำเป็นที่ประเทศต่างๆ จะต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกันด้วยมิตรไมตรี ขออำนวยพร
ให้ท่านประธานาธิบดี และภริยา ตลอดถึงประชาชนชาวฝรั่งเศส มีความสุขและความสำเร็จ ทั้งขอให้มิตรภาพระหว่างประเทศของเราทั้งสองมีความยั่งยืนไพบูลย์สืบไป’

จากนั้น ประธานาธิบดีกล่าวเชิญชวนดื่มถวายพระพรชัยมงคลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา
ในวันต่อมา ทั้งสองพระองค์เสด็จพระราชดำเนินปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อทอดพระเนตรความก้าวหน้าทางวัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ และวิถีชีวิตของฝรั่งเศส รวมถึงการเสด็จฯไปประทับเรือไฟฟ้าเพื่อล่องชมทัศนียภาพของแม่น้ำแซน สัญลักษณ์อันเลื่องชื่อของกรุงปารีส ตลอดจนทอดพระเนตรนิทรรศการ ‘ราชพัสตราสู่สากล’ ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะการตกแต่ง กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา





วันสุดท้าย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯเมืองตูลูส ทอดพระเนตรการดำเนินงานอันล้ำสมัยของบริษัทแอร์บัส (Airbus) ทรงรับฟังบรรยายสรุปและทอดพระเนตรขั้นตอนการประกอบเครื่องบินพาณิชย์รุ่น เอ350 (A350) พร้อมกันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯไปยังศูนย์ฝึกนักบินและทรงทำการบินด้วยเครื่องจำลองการบินเสมือน (Flight Simulator) ก่อนจะเสด็จพระราชดำเนินกลับสู่ประเทศไทย

การเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นหมุดหมายครั้งสำคัญที่จารึกหน้าประวัติศาสตร์สัมพันธไมตรี แต่ยังเป็นภาพสะท้อนอันแจ่มชัดถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นและทรงคุณค่าที่สองประเทศมีให้แก่กัน




