เรื่องเล่าจากรั้วโดม ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’ แรงบันดาลใจตราบนิรันดร์ ทรงยืนหยัดเพื่อความยุติธรรมและปวงชน

31.07.26 | 17:53 น.

เรื่องเล่าจากรั้วโดม ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’ แรงบันดาลใจตราบนิรันดร์ ทรงยืนหยัดเพื่อความยุติธรรมและปวงชน

 

แม้กาลเวลาจะล่วงผ่านไป แต่พระกรณียกิจ พระวิริยอุตสาหะ และพระเมตตาธรรมของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ยังคงประทับอยู่ในความทรงจำของผู้ที่เคยถวายงาน ประชาคมธรรมศาสตร์ รวมถึงปวงชนชาวไทยอย่างมิรู้เลือน พระองค์มิได้ทรงเป็นเพียงศิษย์เก่าผู้ทรงพระปรีชาสามารถในด้านนิติศาสตร์ หากยังทรงเป็นแบบอย่างของนักกฎหมายผู้ยึดมั่นในหลักนิติธรรมและการอุทิศพระองค์เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน

ในการนี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติ “พัชรกิติยาภา เจ้าฟ้าขวัญโดม The Eternal Inspiration” เพื่อน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ผู้ทรงเป็นศิษย์เก่าคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และทรงได้รับการยกย่องจากประชาคมธรรมศาสตร์ในฐานะ “เจ้าฟ้าขวัญโดม” ด้วยพระวิริยอุตสาหะในการทรงอักษร พระปรีชาสามารถด้านนิติศาสตร์ ตลอดจนพระกรณียกิจอันทรงคุณูปการต่อประเทศชาติ โดยเฉพาะด้านกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน อันเป็นพระปณิธานที่ทรงยึดมั่นตลอดมา

นอกเหนือจากการถ่ายทอดพระประวัติ พระกรณียกิจ พระดำริ และพระวิริยอุตสาหะผ่านนิทรรศการแล้ว เวทีเสวนา “เจ้าฟ้าขวัญโดม แรงบันดาลใจตราบนิรันดร์ พระกรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และแนวทางการสืบสานพระปณิธาน” นับเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญที่ถ่ายทอดพระเกียรติคุณผ่านความทรงจำของผู้เคยถวายงานใกล้ชิด ทั้งพระอาจารย์ที่ปรึกษา พระสหายในรั้วโดม และผู้ถวายงานด้านกระบวนการยุติธรรม เรื่องราวที่ได้รับการบอกเล่าล้วนสะท้อนพระจริยวัตรอันงดงาม ความอ่อนน้อม พระเมตตาที่ทรงมีต่อปวงชน ตลอดจนพระปณิธานอันแน่วแน่ในการทรงงานเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ซึ่งยังคงเป็นแรงบันดาลใจและความทรงจำอันทรงคุณค่าแก่ผู้ที่เคยถวายงานและผู้ที่ได้มีโอกาสใกล้ชิดพระองค์ตราบจนทุกวันนี้

Advertisement

  • อาจารย์ผู้เฝ้ามองการเติบโตของ ‘เจ้าฟ้าขวัญโดม’

ศาสตราจารย์ ดร.เสาวนีย์ อัศวโรจน์ อดีตพระอาจารย์ที่ปรึกษา คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ย้อนความทรงจำเมื่อสามทศวรรษก่อนด้วยน้ำเสียงเปี่ยมความซาบซึ้งว่า เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯทรงเข้าศึกษาที่คณะนิติศาสตร์ในปี 2540 และทรงได้รับมอบหมายให้มีพระอาจารย์ที่ปรึกษาเช่นเดียวกับนักศึกษาทุกคน ศ.ดร.เสาวนีย์เล่าว่า แม้จะทรงเป็นพระบรมวงศานุวงศ์ แต่ไม่เคยทรงขออภิสิทธิ์หรือการดูแลเป็นพิเศษ พระองค์ทรงวางพระองค์เรียบง่าย และทรงดำเนินพระองค์เช่นเดียวกับนักศึกษาคนอื่น ภาพแรกที่ยังคงชัดเจนในความทรงจำ คือวันแรกพบ วันที่ 11 พฤษภาคม 2540 เมื่อสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เสด็จไปทรงร่วมกิจกรรมกับเพื่อนนักศึกษา ด้วยฉลองพระองค์เสื้อสีม่วง กางเกงสีดำ ทรงรวบพระเกศาอย่างเรียบง่าย และประทับนั่งแถวหน้าร่วมกับเพื่อน แม้พื้นที่จะไม่สะอาดนักก็มิได้ทรงถือพระองค์

เหตุการณ์เล็กๆ ที่พระอาจารย์ยังคงจดจำ คือช่วงที่รุ่นพี่ส่งน้ำดื่มให้นักศึกษา พระองค์มิได้ทรงรับไว้เฉพาะพระองค์ แต่ทรงส่งต่อแก้วน้ำไปยังผู้ที่นั่งด้านหลัง จนครบทุกคน เป็นภาพเล็กๆ ที่สะท้อนพระเมตตาและความใส่พระทัยต่อผู้อื่นได้อย่างงดงาม

ศ.ดร.เสาวนีย์ยังเปิดเผยถึงเหตุผลที่พระองค์ทรงเลือกศึกษาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยทรงมีพระประสงค์แน่วแน่ว่าจะศึกษานิติศาสตร์ที่ธรรมศาสตร์เพียงแห่งเดียว หากไม่ทรงสอบเข้าศึกษาได้ ก็ทรงตั้งพระทัยว่าจะทรงศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง เพราะทรงมุ่งมั่นที่จะศึกษาวิชากฎหมายเพื่อรับใช้ประชาชน ศ.ดร.เสาวนีย์ยังกล่าวถึงพระวิริยอุตสาหะในการทรงศึกษา ที่ต้องทรงพระอักษรในช่วงเช้า ก่อนเสด็จไปทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในช่วงบ่ายแทบทุกวัน เมื่อสอบถามผู้ถวายงานว่าเหตุใดจึงไม่ทรงมุ่งศึกษาพระอักษรเพียงอย่างเดียว คำตอบที่ได้รับคือ พระองค์ทรงเกรงพระทัยประชาชนที่ทูลเชิญให้เสด็จไปทรงงาน เพราะทุกภารกิจล้วนเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม

พระดำรัสตอนหนึ่งที่ยังคงอยู่ในความทรงจำของเธอ คือ “ภาจบแล้ว ภาจะไปทำงานกฎหมาย เพื่อนำกฎหมายทางทฤษฎีไปใช้ในทางปฏิบัติ ทำหน้าที่ราชวงศ์ รับใช้ประชาชน เพราะหัวใจของประเทศชาติ คือประชาชน” พระดำรัสสั้นๆ หากแต่สะท้อนพระปณิธานที่ทรงยึดมั่นตลอดพระชนม์ชีพ นั่นคือการใช้วิชาความรู้เพื่อสร้างความยุติธรรม และทรงอุทิศพระองค์เพื่อประโยชน์ของประชาชน

ศาสตราจารย์ ดร.เสาวนีย์ อัศวโรจน์

 

  • ความทรงจำจาก ‘พระสหาย’ ผู้เคียงข้างในรั้วโดม

อีกหนึ่งความทรงจำที่ทำให้ผู้ร่วมเสวนาหลายคนยิ้ม คือเรื่องเล่าจาก รองศาสตราจารย์ ดร.สุปรียา แก้วละเอียด คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พระสหายร่วมรุ่น ที่เล่าย้อนถึงวันแรกที่ทราบข่าวว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ จะทรงเข้าศึกษาที่คณะนิติศาสตร์ ทุกคนต่างคิดว่าคงต้องมีการจัดพื้นที่หรือการดูแลเป็นพิเศษ แต่เมื่อถึงวันจริง ภาพที่เห็นกลับแตกต่างจากที่หลายคนคาดคิด พระองค์ทรงร่วมเล่นเกม ร่วมร้องเพลง เต้นกิจกรรมรับน้อง และทรงใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยเช่นเดียวกับนักศึกษาทุกคน

ภายในห้องเรียน พระองค์ทรงใช้ถ้อยคำธรรมดา ไม่ทรงใช้ราชาศัพท์ในการสนทนากับพระอาจารย์หรือพระสหาย ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความเป็นกันเอง และเกิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่ทุกคนมีความเท่าเทียม ส่วนนอกห้องเรียน พระองค์เสด็จไปเสวยพระกระยาหารร่วมกับพระสหายตามโรงอาหารของมหาวิทยาลัย รวมถึงร้านอาหารเล็กๆ ในซอยท่าพระจันทร์ โดยไม่ทรงถือพระองค์ สิ่งที่พระสหายทุกคนจดจำตรงกัน คือพระจริยวัตรอันอ่อนน้อม ทรงให้ความเคารพพระอาจารย์ เพื่อนร่วมรุ่น ตลอดจนแม่บ้าน ภารโรง และบุคลากรทุกคนอย่างเสมอภาค “ทรงเป็นเจ้าฟ้าที่เดินเคียงข้างประชาชนอย่างแท้จริง” คือถ้อยคำที่พระสหายคนนี้ใช้บรรยายพระองค์

“แม้ต้องทรงปฏิบัติพระกรณียกิจควบคู่กับการทรงศึกษา แต่ด้วยพระวิริยอุตสาหะ พระองค์ทรงสำเร็จการศึกษาระดับนิติศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับสอง ด้วยพระปรีชาสามารถอย่างแท้จริง โดยมิได้ทรงขออภิสิทธิ์ใดๆ” รองศาสตราจารย์ ดร.สุปรียาเล่า

หลังทรงสำเร็จการศึกษา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ มิได้ทรงห่างเหินจากมหาวิทยาลัย หากยังเสด็จกลับมาทรงงานและสนับสนุนมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง

ก่อนจะเล่าต่อว่า พระองค์ทรงเคยเป็นอาจารย์พิเศษบรรยายในรายวิชาวิธีพิจารณาความอาญาชั้นสูง ระดับปริญญาโท ถ่ายทอดประสบการณ์จากการทรงปฏิบัติหน้าที่อัยการ รวมถึงประสบการณ์ด้านการคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องขังและผู้เปราะบาง ในทุกครั้งที่มหาวิทยาลัยจัดกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ จะเสด็จมาทรงร่วมงานด้วยพระองค์เอง ภาพที่หลายคนยังจดจำ คือทรงร่วมวิ่งระยะ 25 กิโลเมตร ในงานเดิน-วิ่งการกุศลของมหาวิทยาลัยเมื่อปี 2562 ร่วมกับประชาชนทั่วไป ซึ่งพระองค์มีพระดำรัสว่า “ดีใจที่ได้กลับบ้าน” เพราะธรรมศาสตร์มิใช่เพียงสถาบันการศึกษา หากเป็นบ้านอีกหลังที่ทรงผูกพันตลอดช่วงเวลาที่ทรงศึกษา

องศาสตราจารย์ ดร.สุปรียา แก้วละเอียด
  • เจ้าฟ้า ผู้นำด้านกระบวนการยุติธรรม พระปณิธานเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาชน

จากความทรงจำของพระสหายในรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สู่บทบาทสำคัญบนเวทีระหว่างประเทศ พระอัจฉริยภาพของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ มิได้ปรากฏเพียงในฐานะนักกฎหมายผู้ทรงพระวิริยอุตสาหะ หากยังทรงได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ จากพระปณิธานในการส่งเสริมหลักนิติธรรม การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และการยกระดับกระบวนการยุติธรรมเพื่อผู้เปราะบาง โดยมีผู้ถวายงานใกล้ชิดร่วมถ่ายทอดพระกรณียกิจและพระวิสัยทัศน์ที่สร้างคุณูปการต่อประชาคมโลก

“อดิศักดิ์ ภาณุพงศ์” อดีตเอกอัครราชทูต และอดีตที่ปรึกษาโครงการกำลังใจในพระดำริ ถ่ายทอดอีกมุมหนึ่งของพระองค์ในเวทีระหว่างประเทศ ตลอดระยะเวลาที่ถวายงานอย่างใกล้ชิด เขาเห็นถึงพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกลและพระปณิธานในการยกระดับกระบวนการยุติธรรมของโลก พระองค์ทรงได้รับการยอมรับจากนานาชาติในฐานะผู้ผลักดันการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะผู้ต้องขังหญิง เด็ก และกลุ่มเปราะบาง ในช่วงที่ทรงดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญาแห่งสหประชาชาติ ณ กรุงเวียนนา พระองค์ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจอย่างหนัก วันละกว่า 12 ชั่วโมง และไม่เคยทรงขาดการประชุมแม้แต่วันเดียว

หนึ่งในพระกรณียกิจสำคัญ คือการทรงผลักดัน “ข้อกำหนดกรุงเทพ (Bangkok Rules)” มาตรฐานสากลว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ นอกจากนี้ ยังทรงมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้หลักนิติธรรมได้รับการบรรจุเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ รวมถึงทรงส่งเสริมการแก้ไขปัญหายาเสพติด การคุ้มครองเด็กและเยาวชน และการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของผู้ก้าวพลาดผ่านกระบวนการยุติธรรม

อดิศักดิ์กล่าวว่า ไม่ว่าจะทรงดำรงพระอิสริยยศใด พระองค์ทรงยึดมั่นอยู่เสมอว่า “ประชาชน” คือศูนย์กลางของการทรงงาน แม้ในช่วงที่ทรงดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำเครือรัฐออสเตรเลีย พระองค์ก็ทรงให้ความสำคัญกับการดูแลคนไทยในต่างแดน ทั้งด้านกฎหมาย การคุ้มครองสิทธิ และการให้ความช่วยเหลือด้านกงสุล มากกว่าพระราชพิธีการหรือกิจกรรมทางการทูต

อดิศักดิ์ ภาณุพงศ์

แม้เวลาจะล่วงเลย แต่เรื่องราวจากผู้ถวายงานใกล้ชิดทั้งสามท่านกลับยิ่งทำให้พระจริยวัตรของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ แจ่มชัดในความทรงจำของปวงชนมากยิ่งขึ้น พระองค์มิได้ทรงเป็นเพียงพระราชธิดาผู้ทรงพระปรีชาสามารถ หากยังทรงเป็นนักกฎหมาย นักการทูต นักพัฒนาสังคม และ “เจ้าฟ้าขวัญโดม” ผู้ทรงใช้ความรู้ ความเพียร และพระเมตตาเป็นหลักในการทรงงานเพื่อประชาชน

ภายหลังการเสวนา ผู้เข้าร่วมงานต่างร่วมกันเขียนข้อความแสดงเจตนารมณ์ในการสืบสานพระปณิธาน ก่อนเยี่ยมชมนิทรรศการซึ่งถ่ายทอดพระประวัติ พระกรณียกิจ พระดำริ และแรงบันดาลใจผ่านสื่อร่วมสมัย พร้อมกิจกรรมที่ต่อยอดจากโครงการกำลังใจในพระดำริ อันสะท้อนพระปณิธานในการให้โอกาสและฟื้นฟูผู้ก้าวพลาด

นิทรรศการ พัชรกิติยาภา เจ้าฟ้าขวัญโดม The Eternal Inspiration จึงมิใช่เพียงพื้นที่จัดแสดงพระประวัติ หากเป็นพื้นที่แห่งการน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณ และสะท้อนถึงพระปณิธานในการสร้างความยุติธรรม ความเสมอภาค และการรับใช้ประชาชน จะยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้คนไทยสืบสานต่อไปตราบนิรันดร์

เพราะพระเกียรติคุณ พระวิริยอุตสาหะ และพระเมตตาแห่ง “เจ้าฟ้าขวัญโดม” จะยังคงสถิตอยู่ในความทรงจำของประชาคมธรรมศาสตร์และคนไทยตราบนานเท่านาน