ในหลวง-พระราชินี ทอดพระเนตรศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมไทย ม.ฮานอย ก่อนเสด็จฯ กลับประเทศไทย
เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 เวลา 15.26 น. (เวลาท้องถิ่น) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากโรงแรมแฟร์มอนต์ กรุงฮานอยโรงแรมที่ประทับ ไปทอดพระเนตรการดำเนินงานของศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมไทย มหาวิทยาลัยฮานอย (Thai Cultural Centre, Hanoi University) สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง รองศาสตราจารย์ เหวียน วัน จ่าว (Associate Professor Dr. Nguyen Van Trao) อธิการบดีมหาวิทยาลัยฮานอย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ แล้วเสด็จเข้าหอประชุมใหญ่ อธิการบดีมหาวิทยาลัยฮานอย กราบบังคมทูลรายงานเกี่ยวกับการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยฮานอย และความเป็นมาของศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมไทย ซึ่งเปิดการเรียนการสอนภาษาไทยมาตั้งแต่ปี 2552 แก่นักศึกษาและบุคคลทั่วไป





จากนั้นทอดพระเนตรการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยโดยนักศึกษาภาษาวิชาภาษาไทยของมหาวิทยาลัยฮานอย
ในการนี้ ตัวแทนนักศึกษาภาควิชาภาษาไทยกราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เป็นภาษาไทย เสร็จแล้ว ทรงพระดำเนินไปยังอาคารบี ทอดพระเนตรการสาธิตการเรียนการสอนภาษาไทยของมหาวิทยาลัย โดยมีนางฝุ่ง ถิ เฮือง ซาง (Mrs. Phung Thi Huong Giang) รองผู้อำนวยการศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมไทย รักษาราชการแทนผู้อำนวยการศูนย์ ฯ กราบบังคมทูลรายงานเกี่ยวกับการดำเนินงานของศูนย์และนำเสด็จทอดพระเนตรการสาธิตหัตถกรรมไทยโดยนักศึกษาชาวเวียดนาม ได้แก่ การวาดร่ม การทำตุง การร้อยมาลัย และการทำกระทง





ในโอกาสนี้ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ อธิการบดีมหาวิทยาลัยฮานอย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานสื่อการเรียนการสอน ประกอบด้วยคอมพิวเตอร์ เครื่องเสียง จอกระดานอัจฉริยะ หนังสือภาษาไทย วัฒนธรรมไทย และพระราชกรณียกิจ ตลอดจนอุปกรณ์เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมไทย สมควรแก่เวลา จึงประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังท่าอากาศยานนานาชาติโหน่ยบ่าย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม







ศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมไทย มหาวิทยาลัยฮานอย ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2552 ภายใต้โครงการพัฒนาภาษาไทยของกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศของไทย มีภารกิจหลักในการจัดการเรียนการสอนภาษาไทย ในฐานะวิชาโทให้แก่นักศึกษาจากคณะต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยฮานอย นอกจากนี้ ยังเปิดหลักสูตรภาษาไทยระยะสั้นแบบเร่งรัดสำหรับบุคคลภายนอก โดยมุ่งเน้นเยาวชนชาวเวียดนามและผู้สนใจทั่วไป เพื่อพัฒนาทักษะภาษาและความรู้ด้านวัฒนธรรมไทย โดยเน้นทักษะการสื่อสารพื้นฐานในชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังจัดกิจกรรมส่งเสริมและเผยแพร่วัฒนธรรมไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวเวียดนามและนักศึกษามหาวิทยาลัยฮานอยได้เรียนรู้และสัมผัสวัฒนธรรมไทย อาทิ เทศกาลลอยกระทง สงกรานต์ การรำไทย การร้อยพวงมาลัย การแต่งกายชุดไทย และการทำอาหารไทย









จากนั้น เวลา 16.25 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งถึงท่าอากาศยานนานาชาติโหน่ยบ่าย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ณ ที่นั้น นายเล แค้ง หาย หัวหน้าสำนักงานประธานาธิบดี ในฐานะรัฐมนตรีเกียรติยศฝ่ายเวียดนาม นายหวู่ ได่ ทั้งประธานคณะกรรมการประชาชนกรุงฮานอย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทส่งเสด็จ จากนั้น ทรงพระดำเนินผ่านแถวกองทหารเกียรติยศ และแถวผู้ส่งเสด็จฝ่ายไทยและฝ่ายเวียดนาม ตามลำดับ แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปประทับเครื่องบินพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับประเทศไทย เสร็จสิ้นการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ ตามคำทูลเชิญของ นายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ระหว่างวันที่ 14 – 16 กันยายน 2569


ประเทศไทยและสาธารณรัฐสังคมเวียดนามเป็นมิตรประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดกัน ซึ่งมีความคล้ายคลึงและผูกพันร่วมกันในหลายด้าน ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณี ยังมีความผูกพันร่วมกันในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีสันติภาพ มีพลวัต และเปี่ยมด้วยศักยภาพ ประเทศไทยและสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2519 การเสด็จพระราชดำเนินเยือนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของวาระการเฉลิมฉลองครบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – เวียดนาม ทั้งจะเป็นการเสริมสร้างและกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศทั้งสอง ในฐานะมิตรประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น














