ในหลวง-พระราชินี ทรงรับการทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ม.สงขลานครินทร์
เมื่อเวลา 18.11 น. วันที่ 12 ตุลาคม 2569 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ศาสตราจารย์สนิท อักษรแก้ว นายกสภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นำ คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการจัดการทรัพยากรเกษตรเขตร้อน พร้อมครุยวิทยฐานะ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และปริญญารัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการจัดการรัฐกิจ พร้อมครุยวิทยฐานะ แด่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ในโอกาสนี้ ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายผ้าทอเกาะยอลายราชวัตร แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายผ้าไหมพุมเรียงลายราชวัตรโคม แด่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านการเกษตรเพื่อช่วยเหลือราษฎร ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่างๆ ให้มีความต่อเนื่อง อันเป็นคุณูปการต่อประชาชนและประเทศชาติโดยส่วนรวม ทรงพระวิริยอุตสาหะ และพระปรีชาสามารถในการส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรของชาติ ทรงริเริ่มโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ราษฎรในทุกภูมิภาค ทรงเล็งเห็นความสำคัญของการแก้ไขปัญหาการเกษตรอย่างเป็นขั้นตอน โดยการปรับปรุงพื้นที่ ฟื้นฟูสภาพป่า และต่อยอดให้เกิดอาชีพและสร้างรายได้อันเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิต และพลิกฟื้นวิถีชีวิตของราษฎรให้มีความมั่นคงและยั่งยืน นอกจากนี้ ยังพระราชทานโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส รวมทั้งทรงสืบสานการดำเนินงานของศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนราธิวาส

และโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ เพื่อให้เกษตรกรในที่ห่างไกลได้รับบริการทางวิชาการเกษตรอย่างทั่วถึง อันเป็นการพลิกฟื้นคุณภาพชีวิตและเสริมสร้างความมั่นคงทางอาชีพแก่ราษฎรในภาคใต้ให้มีความยั่งยืน
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเปี่ยมด้วยพระปรีชาสามารถเป็นที่ประจักษ์แก่ปวงพสกนิกรชาวไทย ทรงแบ่งเบาพระราชภารกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยพระวิริยอุตสาหะ และพระราชปณิธานอันแน่วแน่ เพื่อความอยู่ดีมีสุขของอาณาประชาราษฎร์ และการพัฒนาประเทศชาติให้มั่นคงสืบไป ทรงแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถในศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการ และหลักการบริหารเชิงยุทธศาสตร์ ทรงเป็นแบบอย่างในการบริหารจัดการองค์กรภาครัฐโดยใช้หลัก “การบริหารงานแบบรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์” อันเป็นพื้นฐานสำคัญของนักบริหารรัฐกิจรุ่นใหม่ นอกจากนี้ ทรงเปี่ยมด้วยพระวิสัยทัศน์ในการนำทุนทางวัฒนธรรมของชาติ ให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม ด้วยหลักการบริหารจัดการภาครัฐหลายภาคส่วน เพื่อผลักดันเอกลักษณ์ไทยสู่เวทีสากล ทรงเป็นแบบอย่างในการทรงฉลองพระองค์ผ้าไทยไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจทั้งในและต่างประเทศ อันเป็นการส่งเสริมงานหัตถศิลป์ของไทยให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในระดับนานาชาติ




