ยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ ‘พระราชินี’

6.11.26 | 23:46 น.

ยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เฉลิมพระชนมพรรษา  4 รอบ ‘พระราชินี’

 

สายน้ำเจ้าพระยาในวันที่ 6 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2569 ได้จารึกประวัติศาสตร์ความวิจิตรอลังการของโบราณราชประเพณีไทยอีกครั้ง เมื่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569


Advertisement

ภาพแห่งความประทับใจเริ่มต้นขึ้น ณ ท่าวาสุกรี เมื่อเสียงกระทั่งมโหระทึก สังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ และกลองชนะประโคมขานรับขบวนเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ที่ยาตราออกจากท่าเทียบอย่างสง่างาม ริ้วขบวนพยุหยาตราทางชลมารคตามแบบแผนโบราณราชประเพณี ประกอบด้วยเรือพระราชพิธีจำนวนทั้งสิ้น 52 ลำ จัดเป็น 5 ริ้ว 3 สาย ทอดยาวกว่า 1,280 เมตร ขับเคลื่อนด้วยกำลังพลฝีพายกองทัพเรือรวมกว่า 2,300 นาย ที่พายประสานท่วงทำนองกาพย์เห่เรืออันแว่วหวานกึกก้องไปทั่วคุ้งน้ำ

ในริ้วขบวนอันศักดิ์สิทธิ์นี้ “เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช” ทำหน้าที่อัญเชิญบุษบกประดิษฐานผ้าพระกฐินพระราชทานนำทางอย่างสมพระเกียรติ ขณะที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ประทับบน “เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์” เคียงคู่ด้วย “เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์” ซึ่งเป็นที่ประทับของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร โดยมี เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ร่วมโดยเสด็จในขบวน พร้อมด้วย “เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙” เป็นเรือพระที่นั่งรอง ตลอดจนเรือรูปสัตว์แสนยากรที่สะท้อนถึงศาสตร์และศิลป์เชิงช่างหลวงชั้นสูงของชาติไทย

ตลอดแนวสองฟากฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา คลาคล่ำไปด้วยพสกนิกรชาวไทย และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมาจับจองพื้นที่ตั้งแต่เช้ามืด ทันทีที่ริ้วขบวนเรือพระราชพิธีเคลื่อนผ่าน ทุกสายตาต่างจับจ้องด้วยความซาบซึ้งใจ หลายคนเดินทางมาพร้อมครอบครัว บางคนเตรียมกล้องถ่ายภาพและโทรศัพท์มือถือไว้บันทึกช่วงเวลาสำคัญ

ขณะที่อีกหลายคนเลือกนั่งเฝ้ารออย่างสงบ เพื่อให้ได้เห็นขบวนเรือพระราชพิธีด้วยตาตนเองสักครั้งในชีวิต
แม้สภาพอากาศจะร้อนและต้องใช้เวลารอคอยเป็นเวลานาน แต่ประชาชนที่มาร่วมเฝ้าชมต่างยังคงอยู่ในพื้นที่ด้วยความตั้งใจและความมุ่งมั่น

ทันทีที่เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ยาตราผ่าน ประชาชนทุกหมู่เหล่าต่างพร้อมใจกันเปล่งเสียงถวายพระพร “ทรงพระเจริญ” ดังกึกก้องไปทั่วคุ้งน้ำเจ้าพระยา หลายคนยกโทรศัพท์มือถือและกล้องถ่ายภาพขึ้นบันทึกภาพประวัติศาสตร์ ขณะที่บางคนยืนมองด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยความปลื้มปีติและตื้นตันใจ เสียงถวายพระพรที่ดังขึ้นพร้อมกันจากประชาชนริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

นอกจากประชาชนที่เฝ้าชมอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว ยังมีประชาชนอีกจำนวนหนึ่งร่วมชื่นชมความงดงามตระการตาของขบวนพยุหยาตราทางชลมารคผ่านจอ LED ขนาดใหญ่ที่กรุงเทพมหานครจัดเตรียมไว้ให้ โดยต่างจับจ้องภาพขบวนเรือพระราชพิธีที่เคลื่อนผ่านอย่างสง่างาม แม้จะไม่ได้อยู่ริมแม่น้ำโดยตรง แต่ก็ยังได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศแห่งความปลื้มปีติและความประทับใจในครั้งนี้

เมื่อขบวนเรือเทียบยังท่าฉนวนน้ำ หน้าวัดอรุณราชวราราม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จเข้าสู่พระอุโบสถ ทรงประกอบพิธีถวายผ้าพระกฐินบูชาพระพุทธธรรมิศรราชโลกธาตุดิลก และถวายราชสักการะพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรนิทรรศการพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม และทรงวางพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 2 อันเป็นการสืบสานพระราชกรณียกิจด้านการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและมรดกทางประวัติศาสตร์ของแผ่นดิน

ริ้วขบวนพยุหยาตราทางชลมารคที่เคลื่อนผ่านโค้งน้ำเจ้าพระยา มรดกทางสายน้ำอันล้ำค่าหนึ่งเดียวในโลก ความรุ่งเรืองแห่งอารยธรรมไทย และความจงรักภักดีของพสกนิกรที่จะยังคงประทับตราตรึงอยู่ในหัวใจของคนไทยไปตราบนานเท่านาน