พสกนิกรร้อยดวงใจลงนามถวายพระพร ‘ในหลวง ร.10’

28.07.17 | 12:14 น.

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 28 กรกฎาคม เลขาธิการพระราชวัง รับพระราชโองการเหนือเกล้าฯ สั่งว่า พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สำนักพระราชวังจัดการลงพระนามและลงนามถวายพระพรไว้ที่ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. และเวลา 12.00 น. ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ จะได้ยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติฝ่ายละ 21 นัด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศการลงนามถวายพระพร ณ พระบรมมหาราชวัง สำนักพระราชวังได้จัดโต๊ะลงนามถวายพระพรภายในศาลาแดง สำหรับคณะรัฐบาล ข้าราชการระดับสูง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ผู้นำเหล่าทัพ คณะทูตานุทูต นักการเมือง ขณะที่ศาลาสหทัยสมาคม จัดให้นักธุรกิจ ข้าราชการ และบริเวณสนามหญ้าด้านข้างศาลาลูกขุน ตั้งเต็นท์และโต๊ะให้ประชาชนลงนามถวายพระพร ซึ่งมีประชาชนจากทั่วประเทศตั้งใจเดินทางมาลงนามถวายพระพรจำนวนมาก

นางพจนันท์ สินมานะ อายุ 83 ปี ชาว จ.กาญจนบุรี แต่มาพักอาศัยย่านสวนหลวง ร.9 เขตประเวศ กรุงเทพฯ เดินทางมาคนเดียวด้วยรถประจำทาง กล่าวว่า ตนและลูกมีความผูกพันต่อพระองค์ เพราะมีโอกาสได้เฝ้าฯรับเสด็จพระองค์บ่อยครั้งเมื่อหลายสิบปีก่อน ครั้งหนึ่งที่เสด็จฯ จ.กาญจนบุรี ได้ไปเฝ้าฯรับเสด็จ โดยเตรียมเห็ดไปถวายด้วย ตอนนั้นนั่งอยู่ข้างทางที่จะเสด็จฯผ่าน พระองค์ทอดพระเนตรเห็นตนที่กล่าวทูลถวายเห็ด จึงตรัสถามว่า “เห็ดคงจะหวานน่าดู” และรับถวาย ตนประทับใจพระองค์มาโดยตลอด และยิ่งช่วงที่ทรงราชย์ ทรงมีพระราชดำรัสว่าจะสานต่องานของในหลวง ร.9 และทรงแสดงออกถึงน้ำพระราชหฤทัย อย่างกรณีกระเป๋ารถเมล์เก็บเงินหลักล้านคืนเจ้าของ พระองค์พระราชทานกระเช้าสิ่งของและเสื้อจิตอาสาให้ เพื่อเป็นกำลังใจให้ทำความดีต่อไป

“ดิฉันตั้งใจมากกับการเดินทางมาลงนามถวายพระพร เพราะเป็นครั้งแรกหลังจากพระองค์ทรงราชย์ ขอถวายพระพรให้พระองค์ทรงพระเจริญ และทรงเป็นที่พึ่งของประชาชนตลอดไป และขอชวนคนไทยมาร่วมถวายความจงรักภักดี” นางพจนันท์กล่าวด้วยสีหน้าปลาบปลื้ม

Advertisement

พจนันท์ สินมานะ

ขณะที่ น.ส.ชนกานต์ วงษ์ทอง อายุ 44 ปี ชาว อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา และนางบุญเรียม สุ่นสุนทร อายุ 60 ปี ชาวเขตวัฒนา กรุงเทพฯ กล่าวร่วมกันว่า ตั้งใจมาลงนามถวายพระพร และมากราบสักการะพระบรมศพ ทั้งนี้ พวกเราประทับใจสิ่งที่พระองค์และทุกๆ พระองค์ทรงทำเพื่อปวงชนชาวไทย อย่างล่าสุดในโครงการขุดลอกคูคลองแก้ปัญหาน้ำท่วม ถือเป็นโครงการที่ดีมาก เพราะเดี๋ยวนี้ฝนตกทีไรน้ำท่วมตลอด

 

ชนกานต์ วงษ์ทอง – บุญเรียม สุ่นสุนทร

น.ส.กิตติยา คำฝึกฝน อายุ 61 ปี ลูกเสือชาวบ้านและจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” จากเขตยานนาวา กรุงเทพฯ กล่าวว่า ตนมีหัวใจเป็นจิตอาสาอยู่เดิมแล้ว ปัจจุบันประกอบอาชีพขายเครื่องมือทางการแพทย์ให้โรงพยาบาล ก็จะทำบุญกับโรงพยาบาลตลอด จนมาเมื่อ 4 ปีก่อนที่มีโอกาสได้เข้าร่วมเป็นลูกเสือชาวบ้าน ได้ทำงานจิตอาสาต่างๆ ตั้งแต่ปลูกป่า ทอดกฐิน ทอดผ้าป่า และที่สำคัญได้มีโอกาสได้เฝ้าฯรับและส่งเสด็จ พระบรมวงศานุวงศ์ ที่สนามบินและตามวัดอารามหลวงต่างๆ เวลามีงานพระราชพิธี

“สิ่งที่ได้จากการเป็นจิตอาสาคือความสุขที่แท้จริง ความสุขนี้ทำให้ดิฉันร่างกายแข็งแรง ทุกวันนี้ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บเลย เหล่านี้เป็นแรงบันดาลใจจากในหลวง ร.9 และ ร.10 ที่ดิฉันตั้งใจจะทำความดีให้ดียิ่งขึ้นต่อไป” น.ส.กิตติยากล่าว

ตติยา คำฝึกฝน