เมื่อวันที่ 26 กันยายน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ส่วนพระองค์ในการติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างพระเมรุมาศและอาคารประกอบ ตลอดจนงานศิลปกรรม ประณีตศิลป์ ประติมากรรมรอบพระเมรุมาศในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยกรมศิลปากรได้นำภาพจิตรกรรมฉากบังเพลิงดำเนินการเสร็จแล้ว 100% มาใส่ในกรอบฉากบังเพลิงทางทิศตะวันตกเป็นด้านแรก ในภาพจิตรกรรมเป็นพระนารายณ์อวตาร ปางที่ 8 กฤษณาวตาร ทรงอวตารเป็นพระกฤษณะ และปางที่ 10 กัลกยาวตาร ทรงอวตารเป็นมนุษย์ขี่ม้าขาว ด้านล่างเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในหมวดลม ด้านล่างถัดมาเป็นนกเจ้าฟ้าสิรินธร โดยกรอบฉากบังเพลิงได้มีการปิดทองประดับกระจกสวยงาม ทั้งนี้ ฉากบังเพลิงทิศตะวันตกนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงร่วมเจิมสี 9 สี หรือเรียกว่า สีมณีนพเก้า ที่บริเวณกระบังหน้าเหนือหน้าผากขึ้นไปถึงส่วนชฎาของพระกฤษณะในปางที่ 8 เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ทางกรมศิลปากรจึงตั้งใจนำฉากบังเพลิงทิศนี้มาทดลองติดตั้งให้ทรงทอดพระเนตรก่อน ส่วนกรอบของฉากบังเพลิงทิศอื่นๆ อยู่ระหว่างดำเนินการปิดทองประดับกระจก คาดว่าจะทยอยมาติดตั้งทั้งหมดภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้


นอกจากนี้ รอบพระเมรุมาศยังประกอบไปด้วยประติมากรรมต่างๆ อาทิ ครุฑยืน พระพิฆเนศ สัตว์ประจำทิศ สัตว์หิมพานต์ในสระอโนดาต ตลอดจนสุนัขทรงเลี้ยงคุณทองแดงคุณโจโฉที่เก็บไว้ที่ศาลาลูกขุน 1 เพื่อรอนำมาติดตั้งข้างพระจิตกาธานในลำดับต่อไป เป็นต้น



สำหรับพระพิฆเนศนั้น ปั้นโดยนายประสพสุข รัตน์ใหม่ หัวหน้ากลุ่มประติมากรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ออกแบบโดยนายสุดสาคร ชายเสม ที่ปรึกษาคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ ขยายแบบโดยนายสมชาย ศุภลักษณ์อำไพพร นายช่างศิลปกรรมอาวุโส กลุ่มงานศิลปประยุกต์และเครื่องเคลือบดินเผา สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ตามตำราระบุว่าพระพิฆเนศ เป็นบุตรของพระศิวะ กับพระแม่อุมา ในงานพระเมรุมาศ รัชกาลกาลที่ 9 ได้มีการปั้นพระพิฆเนศ 2 องค์ คือ พระพิเนก และพระพินาย มีลักษณะกายเป็นมนุษย์ เศียรเป็นช้าง มี 4 มือ
พระพิเนก มีกายเป็นมนุษย์ เศียรเป็นช้าง มี 4 กร มีงาขวา กายสูงใหญ่ประทับยืนแบบนาฏยลักษณ์ของโขน ทรงเทพศาสตราวุธดอกบัวตูม ถือสังข์ อีกสองมืออยู่ในท่าวรมุทรา (ประทานพร) และท่าอภัยมุทรา (ประทานอภัย)

ส่วนพระพินาย มีกายเป็นมนุษย์ เศียรเป็นช้าง มี 4 กร มีงาซ้าย กายสูงใหญ่ประทับยืนแบบนาฏยลักษณ์ของโขนเช่นกัน ทรงเทพศาสตราวุธขอช้างอังกุศ ถือบาศ (เชือกบาศ) อีกสองกรอยู่ในท่าวรมุทราและและอภัยมุทรา







