หลังพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เช้าวันศุกร์ที่ 27 ตุลาคม ในการพระราชพิธีเก็บพระบรมอัฐิ เริ่มยาตราริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 4 อัญเชิญพระบรมอัฐิเข้าพระบรมมหาราชวัง


จากนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯโดยมีนายทหารราชองครักษ์เชิญธงชัยพระครุฑพ่าห์ ธงชัยราชกระบี่ยุทธ นำเสด็จฯตามขบวนอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิและพระบรมราชสรีรางคาร พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเข้าริ้วขบวนไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง ทางประตูวิเศษไชยศรี เจ้าพนักงานอัญเชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคารจากพระที่นั่งราเชนทรยานน้อยไปประดิษฐานพักไว้ในพระศรีรัตนเจดีย์ ภายในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

ขบวนพระบรมราชอิสริยยศพระบรมอัฐิตรงไปยังพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นทรงรอรับพระโกศพระบรมอัฐิที่พระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท โดยเจ้าพนักงานภูษามาลาอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิจากพระที่นั่งราเชนทรยานเข้าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ขึ้นประดิษฐานในบุษบกแว่นฟ้าเหนือพระแท่นสุวรรณเบญจดล เสร็จแล้ว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดธูปเทียนเครื่องสักการะพระบรมอัฐิ


จากนั้นเช้าวันเสาร์ที่ 28 ตุลาคม เป็นพระราชพิธีพระราชกุศลพระบรมอัฐิ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และวันอาทิตย์ที่ 29 ตุลาคม เวลา 10.30 น. เป็นพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลและอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิขึ้นประดิษฐานพระวิหารบนพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

เวลา 17.30 น. ริ้วขบวนที่ 5 อัญเชิญพระบรมอัฐิ โดยพระที่นั่งราเชนทรยาน จากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ขึ้นประดิษฐาน ณ พระวิมาน บนพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท และ พันโทหญิง พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ผู้บังคับกองทหารม้าเกียรติยศ ทรงนำริ้วขบวนที่ 6 อัญเชิญพระบรมราชสรีรางคาร จากพระศรีรัตนเจดีย์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ด้วยรถยนต์พระที่นั่งไปบรรจุ ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และเชิญพระบรมราชสรีรางคารไปบรรจุ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ซึ่งเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 9








