พสกนิกรจับจองที่นั่งหน้าพระบรมมหาราชวัง-วัดราชบพิธ-วัดบวรเนืองแน่น เตรียมชมริ้วขบวนที่ 6

29.10.17 | 16:16 น.

เมื่อเวลา 15.05 น. วันที่ 29 ตุลาคม ที่บริเวณด้านหน้าวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร พสกนิกรจากทั่วสารทิศเดินทางมาจับจองพื้นที่ตั้งแต่เช้าเพื่อชมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคาร และทยอยกันมาจับจองจนเต็มพื้นที่บริเวณหน้าวัดและบริเวณโดยรอบในช่วงบ่าย ทั้งนี้ พสกนิกรที่อยู่บริเวณหน้าวัดต้องผ่านจุดคัดกรองและติดสติ๊กเกอร์สีดำก่อน เจ้าหน้าที่จึงอนุญาตให้อยู่ในพื้นที่หน้าวัดได้ แม้อากาศจะร้อน แสงแดดจะจัด แต่ทุกคนก็ไม่ย่อท้อ ต่างกางร่มสีดำ สวมหมวก เพื่อบรรเทาความร้อน และรอคอยด้วยความอดทนด้วยอาการสำรวม โดยมีจิตอาสาเฉพาะกิจฯ คอยดูแลแจกข้าวแจกน้ำและแอมโมเนียโดยตลอด

เมื่อเวลา 15.30 น. ที่บริเวณหน้าศาลฎีกา ประชาชนเริ่มทยอยเข้ามาจับจองพื้นที่เพื่อรอชมขบวนพระราชอิสริยยศ ยาวตลอดเส้นทางไปยังหน้าศาลหลักเมือง เต็มทั้งสองข้างทาง จนเต็มพื้นที่ ท่ามกลางอากาศที่ไม่ร้อนมากเนื่องจากมีเมฆปกคคลุมพระอาทิตย์

ร.ต.ท.หญิงรัชนี โกศลกิตย์ ปฏิบัติงาน กอ.รมน.สวนรื่นฤดี อายุ 56 ปี มาพร้อมมารดา นางเยี่ยมกมล โกศลกิตย์ อายุ 91 ปี โดยนั่งแท็กซี่กันมาจากบางซ่อน กล่าวร่วมกันว่า มาร่วมพระราชพิธีตั้งแต่วันที่ 25-26 และ 28 ตุลาคม โดยวันที่มีพระราชพิธีถวายพระเพลิงพวกตนได้อยู่จุดหน้าพระเมรุมาศโดยได้นั่งอยู่แถวหน้า รออยู่ทั้งวันทั้งคืนโดยเตรียมเตียงพับ ร่ม และเสื้อผ้าไป แม้จะต้องทนแดดทนฝนก็ไม่ย่อท้อ เพราะสิ่งที่พบเจอเพียงแค่น้อยนิดเท่านั้น หากเทียบกับในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่ทรงงานหนักมาตลอด 70 ปี และวันนี้ ก็เป็นวันที่มาส่งพระองค์เป็นครั้งสุดท้าย รู้สึกใจหาย และรู้สึกเสียใจว่าที่ผ่านมาน่าจะมากราบพระองค์ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทให้มากกว่านี้ ที่ผ่านมาได้ขึ้นกราบพระบรมศพ 9 ครั้ง

“หากคิดถึงในหลวง รัชกาลที่ 9 ให้คิดถึง 4,000 กว่าโครงการที่พระองค์ทรงทำไว้ให้พวกเรา และให้ปฏิบัติตามที่พระองค์ทรงสอน ซึ่งถ้าเราทำตามก็เหมือนกับพระองค์ยังไม่จากไปไหน และยังอยู่กับพวกเราตลอดเวลา” ร.ต.ท.หญิงรัชนีกล่าว

ต่อมาเวลา 16.00 น. วันที่ 29 ตุลาคม ที่บริเวณหน้าวัดบวรนิเวศวิหาร ซึ่งเป็นเส้นทางริ้วขบวนอัญเชิญพระสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มาบรรจุ ณ ฐานพระพุทธชินสีห์พระประธานในวัดบวรนิเวศวิหาร ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศต่างเดินทางมาปักหลักจับจองพื้นที่บริเวณหน้าวัดบวรนิเวศวิหาร ตลอดถนนพระสุเมรุ ไปจนแยกสะพานวันชาติ ไปจนถึงถนนดินสอ

Advertisement

โดยเจ้าหน้าที่อนุญาตให้ประชาชนนั่งอยู่ริมทางเท้าฝั่งกำแพงวัดบวรนิเวศวิหาร เนื่องจากฝั่งตรงข้ามเป็นที่พักม้าซึ่งอาจทำให้ม้าตกใจได้ โดยประชาชนยังได้ปักหลักอยู่ตามซอยฝั่งตรงข้ามของวัดเพื่อเฝ้ารับชมริ้วขบวนม้า เช่นซอยตรอกบ้านพานถมที่มีประชาชนอยู่เต็มพื้นที่ซอย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าประชาชนต่างทยอยเข้ามาจับจองพื้นที่ตั้งแต่ 1 ทุ่มของวันที่ 28 ตุลาคม เช่นชาวกลุ่มนักเรียนและประชาชนจากจังหวัดกำแพงเพชร ที่มาร่วมชมบรรยากาศเป็นสักครั้งในชีวิต

ขณะที่ ที่บริเวณหน้าประตูวิเศษไชยศรี มีประชาชนจากทั่วสารทิศทยอยเข้ามาจับจองที่นั่งเพื่อรอชมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 6 อัญเชิญพระบรมราชสรีรางคาร ซึ่งตรงประตูวิเศษไชยศรีจะเป็นจุดแรกที่ขบวนเริ่มยาตรา ผู้สื่อข่าวรายงานประชาชนต่างนั่งรอกันอย่างมุ่งมั่นท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าว บางคนพกร่มมากางเพื่อกันแสงแดด และพกพัดมาพัดคลายร้อน ตลอดจนมีเจ้าหน้าที่และจิตอาสาเฉพาะกิจฯคอยอำนวยความสะดวก อาทิ เก็บขยะ แจกน้ำ กวาดถนน ตลอดจนเดินตะเวนแจกแอมโมเนียและตรวจตราเผื่อมีประชาชนจะเป็นลม

นางสมจิต เหมียริมแม อายุ 59 ปี เดินทางมาจากอำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร โดยอาศัยรถส่วนตัวของหลานสาวมา ด้วยความตั้งใจที่จะเดินทางมาดูริ้วขบวนที่ 6 ในวันนี้ เนื่องจากในวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ตนไม่ได้เดินทางมาร่วมที่สนามหลวง แต่ร่วมส่งเสด็จในหลวงร.9 พร้อมครอบครัว ที่จังหวัดชุมพร โดยเล่าให้ฟังถึงบรรยากาศการจัดงานถวายดอกไม้จันทน์ที่จังหวัดชุมพรว่า มีชาวชุมพรมาร่วมงานกันเยอะมาก ทุกคนร้องไห้และบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า

นางสมจิต กล่าวทั้งน้ำตาว่า เดินทางมาที่พระบรมราชวังเพื่อรอชมริ้วขบวนตั้งแต่เวลา 10.00 ของวันนี้ มาด้วยความคิดถึง ไม่รู้สึกกลัวเหนื่อยหรือต้องผจญกับประชาชนที่มาร่วมรอชมริ้วขบวนจำนวนมาก แต่กับดีใจที่เห็นมีคนมาเยอะ เพราะทุกคนมาด้วยใจที่รัก ‘พ่อ’

นอกจากนี้ยังได้น้อมนำเอาคำพ่อสอนเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เนื่องจากประกอบอาชีพหลักเป็นเกษตรกร นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น

 

 

รัชนี-เยี่ยมกมล
นางสมจิต เหมียริมแม

บริเวณหน้าวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร
บริเวณด้านข้างมณฑลพิธีท้องสนามหลวง ถนนราชดำเนินใน
บริเวณหน้าศาลฎีกา ถนนราชดำเนินใน

บริเวณหน้าวัดบวรนิเวศวิหาร

บริเวณด้านหน้าพระบรมมหาราชวัง