เมื่อเวลา 18.15 น. วันที่ 25 พฤศจิกายน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ไปในพิธีมหามงคลบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ พระลานพระราชวังดุสิต

อนึ่ง เมื่อเวลา 17.45 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลอากาศเอกเกษม อยู่สุข อัญเชิญพระชัยนวรัฐ ไปในพิธีมหามงคล โดยอัญเชิญจากห้องพระชั้น 3 พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ประดิษฐานบนพระราชยานอัญเชิญโดยริ้วขบวนไปยังพลับพลาพิธี ณ พระลานพระราชวังดุสิต และภายหลังเสร็จจากพิธีแล้ว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลอากาศเอกเกษม อยู่สุข อัญเชิญพระชัยนวรัฐ กลับมาประดิษฐาน ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

สำหรับพระชัยนวรัฐ เป็นพระพุทธรูปนั่งขัดสมาธิราบ หน้าตักกว้างศอกเศษ พระกรซ้ายวางทอดกับพระเพลา พระหัตถ์ซ้ายถือตาลปัตร เป็นพระหล่อมาแต่โบราณโดยฝีมือช่างชาวล้านนา เจ้าแก้วผู้เป็นเจ้าอุปราชเมืองนครเชียงใหม่เชิญมาถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ.2452 นับเป็นพระชัยวัฒน์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และนับถือกันว่ามีคุณวิเศษเนื่องจากได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุตามแบบพระชัยแต่โบราณ ทั้งยังมีลักษณะที่แตกต่างและมีการประดับตกแต่งที่พิเศษกว่าพระชัยองค์อื่นๆ จึงถือว่าเป็นพระพุทธรูปสำคัญอีกองค์หนึ่งของประเทศไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศว่า ตั้งแต่เวลา 12.00 น. ประชาชนจากทั่วสารทิศเดินทางมาจับจองที่นั่งเพื่อร่วมพิธีมหามงคลครั้งนี้อย่างไม่ขาดสาย เนื่องด้วยเป็นวันหยุดทำให้มีประชาชนบางส่วนนำบุตรหลานมาร่วมสวดมนต์ด้วย ทั้งนี้ ตลอดทั้งงาน มีเจ้าหน้าที่และประชาชนจิตอาสาคอยอำนวยความสะดวก แจกน้ำ และจัดการเพิ่มเก้าอี้ และเบาะรองนั่งให้เพียงพอต่อประชาชนที่มาร่วมสวดมนต์ ตลอดจนมีสุขาเคลื่อนที่คอยให้บริการ



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่ได้ขอความร่วมมือให้ประชาชนเข้าแถวบริเวณประตูทางเข้า เพื่อเข้ารับการตรวจคัดกรอง พร้อมรับหนังสือบทเจริญพระพุทธมนต์ ก่อนปล่อยเข้าด้านในพระลานพระราชวังดุสิต โดยมีประชาชนมาร่วมในพิธีครั้งนี้จำนวนมากจนเต็มพระลานพระราชวังดุสิต
นางปราณี สุพรรณ์ อายุ 60 ปี เดินทางมาจากเขตบางแค กรุงเทพฯ พร้อมครอบครัว เผยว่า เดินทางมาจับจองที่นั่งตั้งแต่เวลา 13.00 น. และได้เข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ทุกครั้งที่ผ่านมา ซึ่งทุกครั้งตนและครอบครัวมาด้วยความตั้งใจจริง ด้วยความรักและความคิดถึงที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช โดยในครั้งนี้ยังตั้งใจมาเนื่องในโอกาสครอบรอบวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เพราะที่บ้านให้การเคารพและสักการะพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์อยู่เสมอ พระองค์ยังคงสถิตอยู่ในใจ

ด้าน นางสาวสัตตบุษย์ เหมะยุฑา อายุ 60 ปี เดินทางมาจากบางแค กรุงเทพฯ กล่าวว่า เดินทางมาจับจองที่นั่งตั้งแต่เวลา 14.00 น. มาด้วยความตั้งใจที่จะสวดมนต์ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9
“ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้มาร่วมสวดมนต์ และมาด้วยความตั้งใจจริง คิดถึงในหลวง ร.9 มาก” นางสาวสัตตบุษย์กล่าว


