นับเป็นความสัมพันธ์ที่แนบแน่นต่อกันอย่างแน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยและภูฏาน โดยสมเด็จพระราชชนนี ดอร์จิ วังโม วังชุก พระอัครมเหสีพระองค์ที่ 1 ในสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ซิงเย วังชุก พระบรมราชชนกในสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรภูฏานพระองค์ปัจจุบัน เสด็จฯเยือนประเทศไทยและทรงเยี่ยมชมโรงเรียนนานาชาติรีเจ้นท์ กรุงเทพฯ ตามคำกราบบังคมทูลเชิญเสด็จฯ เข้าเยี่ยมชมโรงเรียนของ ดร.วีระชัย เตชะวิจิตร์ ผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มโรงเรียนรีเจ้นท์
ในการนี้ สมเด็จพระราชชนนีดอร์จิ วังโม วังชุก ทรงลงพระนามาภิไธยในหนังสือของโรงเรียนและมีพระราชปฏิสันถารกับนักเรียนชาวภูฏานที่มาเรียนอยู่ที่นี่ทั้ง 13 คน โดยนักเรียนเหล่านี้ส่วนหนึ่งเป็นเด็กที่ได้รับทุนสมเด็จพระราชชนนี จากนั้นทรงมีพระราชดำรัสกับคณะครูและนักเรียนว่า
“รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มาเยี่ยมชมที่โรงเรียน ตั้งแต่แรกเริ่มถึงปัจจุบันมีนักเรียนชาวภูฏานมาเรียนที่โรงเรียนรีเจ้นท์รวม 54 คน และยังคงศึกษาอยู่ 13 คน ซึ่งเด็กที่มาเรียนที่นี่มีความขยัน เอาใจใส่เป็นอย่างมาก โดยเมื่อเรียนจบแล้วก็จะเตรียมกลับไปช่วยเหลือประเทศ บางคนก็ไปถวายงานราชวงศ์”
สมเด็จพระราชชนนีทรงฝากข้อคิดทิ้งท้ายให้กับเด็กนักเรียนว่า “ให้คิดตลอดเวลาว่า ฉันสามารถทำได้”
นอกจากมีพระราชดำรัสกับคณะครูและนักเรียนแล้ว สมเด็จพระราชชนนีพระราชทานสัมภาษณ์กับสื่อมวลชนไทยถึงการศึกษาช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศว่า “การศึกษาช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศได้เป็นอย่างดี เนื่องจากไม่ได้มีนักเรียนจากภูฏานมาเรียนที่โรงเรียนรีเจ้นท์เท่านั้น แต่ยังมีเรียนในโรงเรียนอื่นๆ ในกรุงเทพฯ โรงเรียนในแถบภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ และยังมาเรียนในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งโดยมวลรวมของประเทศไทยแล้วเป็นประเทศที่มีความน่าสนใจด้านการศึกษา”
จากนั้นมีรับสั่งถึงความรักที่ชาวภูฏานมีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ว่า “คนภูฏานมีความรักและเคารพในหลวง รัชกาลที่ 9 เป็นอย่างมาก ซึ่งพระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีพระปรีชาสามารถมาก สิ่งที่ชาวภูฏานนำไปใช้คือหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยนำมาเป็นต้นแบบในการดำรงชีวิต”



ในช่วงท้าย พระองค์ทรงเล่าให้สื่อมวลชนไทยฟังว่า เวลาที่เสด็จฯ มาประเทศไทยนั้น มักจะมีคนไทยถามพระองค์ว่ามาจากประเทศอะไร
“ข้าพเจ้าจะตอบกลับว่ามาจากภูฏาน และคนไทยมักจะพูดกลับมาว่า กษัตริย์จิกมี ฉันรักกษัตริย์จิกมี ข้าพเจ้ารู้สึกประทับใจมาก และได้ตอบพวกเขาว่า ฉันก็รักกษัตริย์จิกมี สิ่งเหล่านี้เป็นความประทับใจที่คนไทยให้เกียรติภูฏาน ทำให้ข้าพเจ้ารักเมืองไทย และชอบประเทศไทย” สมเด็จพระราชชนนีรับสั่งด้วยพระพักตร์แจ่มใส
ดร.วีระชัยกล่าวว่า การเสด็จฯ มาครั้งนี้ สมเด็จพระราชชนนีทรงอนุญาตให้ประธานโรงเรียนและคณะครูเฝ้าฯ รับเสด็จ สมเด็จพระราชชนนีมีรับสั่งขอบคุณที่ให้การสนับสนุนการศึกษาที่ดีแก่นักเรียนที่พระองค์ทรงคัดเลือกมาศึกษาที่โรงเรียนนานาชาติรีเจ้นท์ ภายใต้โครงการที่ชื่อว่าทุนสมเด็จพระราชชนนี ซึ่งโรงเรียนได้มอบทุนการศึกษา 100% เป็นจำนวน 2 ทุน เพื่อให้เรียน IB Diploma (โรงเรียนนานาชาติระบบอังกฤษ) เป็นเวลา 2 ปีทุกปีมาตั้งแต่ปี 2013 ทั้งนี้ เมื่อปี 2004 โรงเรียนได้จัดตั้งทุน Global Connect ให้แก่นักเรียนชาวภูฏานเฉพาะที่เป็นบุตรของข้าราชการระดับสูงที่ได้ถวายงานแด่พระราชาธิบดีอีกด้วย ทุนการศึกษาดังกล่าวมีบทบาทสำคัญที่เชื่อมความสัมพันธ์อันดีและยาวนานระหว่างประเทศไทยและสหราชอาณาจักรภูฏาน
นับเป็นความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่าง 2 ประเทศ



