6 บุคคลในภาพ ประทับใจ-ภูมิใจ ถวายงานพระเทพฯ

29.03.18 | 12:50 น.

วันที่ 2 เมษายน ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ในปีนี้กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้จัดโครงการ ”ตามหาบุคคลในภาพ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนต่างประเทศ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 63 พรรษา 2 เมษายน 2561Ž” จำนวน 6 ภาพ จาก 6 ประเทศ

ประกอบด้วย สาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ ราชอาณาจักรภูฏาน ราชอาณาจักรกัมพูชา สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และสาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน

ล่าสุด ได้มีการจัดแถลงข่าวเปิดตัวบุคคลในภาพขึ้นที่หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย วันที่ 28 มีนาคม งานนี้บุคคลในภาพได้บอกเล่าความรู้สึก ความประทับใจ และความภาคภูมิใจที่ได้มีโอกาสถวายงานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

อาจารย์ชาฮาริน ซัลทานา อาซู อาจารย์ใหญ่ประจำโรงเรียนประถมศึกษามารีอาลี สาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ เปิดเผยว่า เมื่อครั้งพระองค์เสด็จพระราชดำเนินเยือนบังกลาเทศ เพื่อทอดพระเนตรการดำเนินงานของโรงเรียนประถมศึกษาของรัฐบาลมารีอาลี กาจิปูระ จังหวัดธากา ซึ่งเป็นโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนในบังกลาเทศตามพระราชดำริ พระองค์พระราชทานความช่วยเหลือด้านความเป็นอยู่ สุขอนามัย การเกษตร ถึงแม้จะมีพื้นที่ในโรงเรียนเล็กน้อย แต่การจัดสรรพื้นที่การปลูกต้นไม้ ด้านโภชนาการ ทรงสอนให้ปลูกผักสวนครัว ใช้สุขาให้ถูกสุขลักษณะ อีกทั้งยังพระราชทานนมอัดเม็ดให้เด็กนักเรียนเพื่อสุขภาพแข็งแรง และจะยึดการทรงงานเป็นแบบอย่างโดยเฉพาะการศึกษา และจะสืบสานโครงการต่อไป

Advertisement

พันตรีโชกี วังดี นายทหารองครักษ์นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรภูฏาน กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 6 คน ของทีมรักษาความปลอดภัยของพระองค์ เมื่อครั้งที่พระองค์เสด็จไปทอดพระเนตรการดำเนินงานของโรงเรียนต่างๆ ตามโครงการความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนในโรงเรียนภูฏาน เป็นเวลา 4 วัน

การได้ถวายงานพระองค์ทำให้เห็นว่าพระองค์ทรงมีความเมตตา ทรงห่วงใยประชาชนทุกชาติไม่ใช่แค่ชาวไทยเท่านั้น เป็นความประทับใจที่ไม่มีวันลืม และคิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทยและภูฏานจะใกล้ชิดแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น วันนี้รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้รับเลือกเป็นบุคคลในภาพ

จึงขอให้พระองค์มีพระชนมายุยืนยาวและมีความเกษมสำราญตลอดไป

นายเพชร แสง ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีกำปงเฌอเตียล ราชอาณาจักรกัมพูชา กล่าวว่า เมื่อครั้งพระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนกัมพูชา ทรงเปิดสถาบันเทคโนโลยีกำปงเฌอเตียล จังหวัดกำปงธม รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระราชทานความช่วยเหลือในด้านการศึกษาและด้านต่างๆ ช่วงที่โครงการเกิดขึ้นในปี ค.ศ.2000 ได้รับใช้ถวายงานเบื้องพระยุคลบาทตั้งแต่เริ่มโครงการ สำรวจพื้นที่ และมีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯที่สวนจิตรลดา

อีกทั้งมีโอกาสรับใช้เป็นล่ามของพระองค์ รู้สึกซาบซึ้งมาก เพราะผมได้รับพระราชทานทุนการศึกษาในระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ และระดับปริญญาเอกที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประชาชนในโรงเรียนรู้สึกซาบซึ้งที่พระองค์พระราชทานของขวัญล้ำค่าคือการศึกษา ซึ่งปัจจุบันมหาวิทยาลัยผลิตบัณฑิตหลายรุ่น เป็นจำนวนกว่า 5,000 คน และยังพระราชทานทุนการศึกษาต่อให้นักศึกษาเรียนต่อที่ไทย

เป็นจุดที่เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ชายแดนต่างๆ ซึ่งโครงการต่างๆ นี้ยังดำเนินอยู่เรื่อยๆ และจะพยายามสร้างสิ่งต่างๆ สืบต่อไป

“สาธารณรัฐประชาชนจีน”Ž ศ.พญ.โจว ฉงเล่อ ศาสตราจารย์ประจำภาควิชากุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาลหมายเลข 1 มหาวิทยาลัยปักกิ่ง กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ได้เข้าเฝ้าฯพระองค์ รู้สึกเป็นเกียรติและมีแรงใจในการทำงานมากยิ่งขึ้น การถวายงานครั้งนั้นได้พูดคุยเเลกเปลี่ยนปัญญาเรื่องสุขภาพ สตรี และเด็ก รวมทั้งปัญหาสุขภาพเด็กแรกเกิดและอัตราการตายของเด็กแรกเกิด เป็นการเเลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกัน ประทับใจมากและรู้สึกถึงความเมตตา ความเป็นมิตร ความห่วงใยเเละเอาใจใส่สตรีเเละเด็กจากพระองค์ท่าน

พระองค์ทรงเป็นผู้หญิงที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่งในโลก ชาวจีนรักพระองค์มาก และอยากให้พระองค์เสด็จฯไปเยือนจีนอีกครั้ง

“สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา”Ž ดร.เม สบาย พยู นู อาจารย์ใหญ่ประจำโรงเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น หมายเลข 7 เขตการปกครองมิงกาลาดอน กรุงย่างกุ้ง เผยว่า เมื่อครั้งที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนเมียนมาเพื่อทอดพระเนตรกิจการของโรงเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น หมายเลข 7 ที่เมืองย่างกุ้ง ความรู้สึกที่ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯพระองค์ท่าน ซึ่งไม่ได้มีโอกาสง่ายๆ ตอนแรกมีความกังวลมาก แต่เมื่อพระองค์ท่านเสด็จฯมาถึงและทรงยิ้มให้รู้สึกดีใจ คลายกังวล และโรงเรียนได้รับคัดเลือกเป็นโครงการที่ท่านพระราชทานความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นห้องสมุด สุขอนามัย เกษตรกรรม และสัญญาว่าจะพัฒนาโครงการต่อไป เพื่อประโยชน์ในการศึกษาของเยาวชนและต่อยอดต่อไป

และ “สาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน”Ž ศ.ไฮเดอร์ ชาฮ์ อดีตรองอธิการบดี วิทยาลัยอิสลาเมียแห่งเปศวาร์ บอกว่า พระองค์เสด็จฯไปทรงเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์และมหาวิทยาลัยอิสลาเมียแห่งเปศวาร์ ได้เเลกเปลี่ยนความรู้เรื่องการศึกษา โดยพระองค์ทรงยินดีที่จะให้การสนับสนุนทั้งในเรื่องของการศึกษา สุขอนามัย และสาธารณูปโภค และเรื่องของการก่อการร้ายที่ปากีสถานกำลังเผชิญหน้าอยู่นั้น พระองค์ทรงมีความเป็นห่วงประชาชนชาวปากีสถานเช่นกัน อีกทั้งพระองค์ตรัสว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เเละสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เคยเสด็จฯไปทรงเยือนปากีสถานเมื่อ 15 ปีก่อน ทำให้ผมประทับใจและรู้สึกว่าประเทศไทยและปากีสถานมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน

ความประทับใจกับเรื่องราวที่ 6 คนเล่าให้ฟัง ยังไม่จบเพียงเท่านี้

ทั้งนี้เพราะในวันที่ 29 มีนาคม กรมส่งเสริมวัฒนธรรมจะเชิญบุคคลในภาพทั้ง 6 คนเข้าเฝ้าฯรับเสด็จ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 46 และงานสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 16 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ อีกครั้ง