ประชาชนสรงน้ำ ‘พระพุทธกำเนิดกาสาวพัตร์’ เป็นศิริมงคลสงกรานต์

7.04.18 | 15:52 น.

เมื่อเวลา 13.35 น. วันที่ 7 เมษายน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้พลอากาศเอก เกษม อยู่สุข หัวหน้าสำนักงานเลขานุการในพระองค์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อัญเชิญพระพุทธกำเนิดกาสาวพัตร์ จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิตไปในพิธี “งานเถลิงศกสุขสันต์ มหาสงกรานต์ ตำนานไทย” ณ พระลานพระราชวังดุสิต เพื่อให้ประชาชนได้สรงน้ำพระในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ ท่ามกลางประชาชนจำนวนมากปักหลักรออยู่สองฝั่งทาง โดยเมื่อได้อัญเชิญพระพุทธกาสาวพัตร์แล้ว ประชาชนต่างเข้าคิวสรงน้ำพระเพื่อเป็นสิริมงคล ทั้งยังได้นำเอาภาชนะที่ได้เตรียมมารองน้ำพระพุทธมนต์ที่บรรจุอยู่ในอ่างที่ต่อท่อจากฐานองค์พระกลับไปบูชาด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศของงานเถลิงศกสุขสันต์ มหาสงกรานต์ ตำนานไทย ที่จัดขึ้นที่พระลานพระราชวังดุสิต และสนามเสือป่านั้น ในวันนี้เจ้าหน้าที่ได้เปิดจุดคัดกรองให้ประชาชนเข้ามาภายในตั้งแต่เวลา 10.00 น. ซึ่งประชาชนจะต้องแสดงบัตรประชาชน และตรวจสิ่งของเพื่อความปลอดภัยของผู้ร่วมงาน โดยประชาชนส่วนใหญ่ต่างใส่ชุดไทย รวมทั้งเสื้อลายดอกหลากสีสัน โดยเฉพาะโจงกระเบน มาถ่ายภาพตามจุดต่างๆ อาทิ เจดีย์ทราย เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์จำลอง ณ พระลานพระราชวังดุสิต รวมถึงภาพถ่าย 3 มิติ ที่อยู่บริเวณริมกำแพง ทั้งนี้ประชาชนจำนวนมากยังได้พาญาติผู้ใหญ่เดินทางมาร่วมงานด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมรถเข็นวีลแชร์ไว้สำหรับผู้สูงอายุด้วย โดยเมื่อเดินทางมาถึงประชาชนต่างร่วมสรงน้ำพระ และร่วมรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุตามซุ้มต่างๆ ที่สำนักพระราชวังได้จัดไว้ให้ตลอดเส้นทางภายในงาน

ขณะที่ด้านในสนามเสือป่า วันนี้คณะผู้จัดงานได้เปิดให้ผู้เข้าแข่งขันก่อเจดีย์ทรายชิงโล่พระราชทานสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้ง 44 ทีม ได้เริ่มก่อเจดีย์ตั้งแต่เวลา 09.00 น. โดยแต่ละทีมต่างนำเอากลวิธี และเคล็ดลับต่างๆมาใช้ อาทิ ทีมเทศบาลปากเกร็ด ก็ได้นำเอาดินเผามาปั้นขึ้นรูปเป็นยอดเจดีย์ประดับ อันเป็นภูมิปัญญาที่สำคัญของชาวปากเกร็ด, การใช้ไม้ไผ่และไม้ ในการขึ้นรูปเจดีย์ โดยจะประกาศผลผู้ชนะเลิศในวันพรุ่งนี้ ซึ่งหลายคนยังได้ซื้ออาหารไทยที่จัดอยู่ภายในสนามเสือป่าด้วยราคาย่อมเยาว์

Advertisement

นางนิตยาพร วิเศษฤทธิ์ อายุ 39 ปี เจ้าของธุรกิจส่วนตัว ซึ่งพาครอบครัวมา ประกอบด้วย นางหล่ำ วิเศษฤทธิ์ อายุ 77 ปี คุณย่าของครอบครัว พร้อมด้วยคุณยาย และลูกสาววัย 7 ปี และลูกชายวัย 5 ปี ที่ได้ร่วมรดน้ำดำหัวในจุดรดน้ำ กล่าวว่า รู้สึกดีใจมากที่ได้มาร่วมงานครั้งนี้ ก่อนหน้านี้มางานอุ่นไอรัก คลายความหนาว ซึ่งมีคนมาร่วมงานจำนวนมากก็รู้สึกกลัวว่าคนจะแน่นหรือเปล่า แต่เมื่อมาถึงเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมวีลแชร์ รวมถึงมีจุดบริการอย่างดีก็ไม่รู้สึกกลัว ส่วนตัวแล้วดีใจ และภูมิใจที่ได้เห็นวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม ที่ผ่านมาก็ได้สอนให้ลูกรู้จักวัฒนธรรมไทยอยู่แล้ว ช่วงสงกรานต์ก็จะมีไปทำบุญและรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ แต่วันนี้เขาได้มาเห็นวัฒนธรรมไทยอย่างแท้จริง

นายสุวิทย์ ปรทุมวงษ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 ภาควิชาวิจิตรศิลป์ สาขาวิชาประติมากรรม วิทยาลัยเพาะช่าง เผยว่า รวมกลุ่มกับเพื่อนร่วม 8 คน มาสมัครแข่งขันก่อพระเจดีย์ทรายเพราะมีความสนใจในศิลปวัฒนธรรมไทย อีกทั้งไม่เคยร่วมแข่งขันก่อพระเจดีย์ทรายมาก่อน จึงคิดว่าน่าจะเป็นประสบการณ์ที่ดี ประจวบกับเป็นช่วงปิดเทอมพอดี สำหรับวันนี้เริ่มเข้ามาก่อพระเจดีย์ตั้งแต่เวลา 09.00 น. โดยได้รับคำแนะนำจากอาจารย์ในช่วงแรก ก่อนตัวเองและเพื่อน ๆ ร่วมกันก่อพระเจดีย์เป็นทรงลังกา ซึ่งมีรูปทรงสวยงามเป็นเอกลักษณ์ ก่อนหน้านี้ก่อแล้วล้มมาถึง 2 ครั้งเหมือนกับต้องเริ่มต้นใหม่ ต้องใช้ทั้งความอดทน และสามัคคี ทั้งนี้ ตัวเองและเพื่อนไม่ได้หวังว่าจะได้รับรางวัล เพียงแต่อยากมาร่วมสนุกและรับประสบการณ์ที่ดีกลับไป

ครอบครัววิเศษฤทธิ์
นักเรียนเพาะช่าง