‘พิชัย’ เปิดเวที GCNT EXPO 2025 ชูภาครัฐ-เอกชนผนึกพลังเร่งเป้าหมาย SDGs – ‘ศุภชัย’ ดัน 7 ด้านเปลี่ยนผ่านประเทศ, ‘จิราพร’ หนุนซอฟต์พาวเวอร์เติบโตคู่ความยั่งยืน
เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ที่ห้อง Grand Hall ชั้น 3 ทรูดิจิทัล พาร์ค กรุงเทพฯ สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (Global Compact Network Thailand: GCNT) ภายใต้เครือข่ายท้องถิ่น UN Global Compact จัดพิธีเปิดงาน “GCNT Expo 2025” ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “Forward SDGs Faster Together through 7 Transformations” รวมพลังสร้างโลกสร้างโลกที่ยั่งยืน ขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ผ่านความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมทุกภาคส่วน
นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานเปิดงานเปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง โดยสนับสนุนให้สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (GCNT) ยังคงแสดงบทบาทสำคัญอย่างเป็นรูปธรรมสำหรับการรวมพลังของภาคเอกชนไทยให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยและโลกไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน

“แนวคิดเรื่อง SDGs ทั้ง 17 ข้อ ได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2000 โดยมีการคาดการณ์ว่าประชากรโลกจะเพิ่มขึ้นแตะ 8,000 ล้านคน ภายในไม่กี่ทศวรรษ ในขณะที่ทรัพยากรธรรมชาติยังคงมีอยู่อย่างจำกัด ดังนั้น ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง แม้ปัจจุบันประเทศไทยจะบรรลุเป้าหมายความยั่งยืนเพียงร้อยละ 18 แต่ยังมีโอกาสและเวลาในการเร่งมือเพื่อบรรลุเป้าหมาย” นายพิชัยกล่าว
นายพิชัย กล่าวว่า ขอชื่นชมงาน GCNT EXPO 2025 ซึ่งถือเป็นเวทีความร่วมมือที่สะท้อนบทบาทของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และเยาวชน นำเสนอผลงานด้านความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเรียกร้องให้ภาครัฐสนับสนุนภาคเอกชนด้วยนโยบายที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และเน้นย้ำว่า ‘ความยั่งยืนจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากคนยังขาดความรู้และความเข้าใจ’ ดังนั้น การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์จึงเป็นหัวใจสำคัญเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ
ด้าน น.ส.จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “มองอนาคตไทยพัฒนาพลังซอฟต์พาวเวอร์ มุ่งบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” ว่า ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โลกเผชิญกับความท้าทายหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาวะโลกร้อน ความเปราะบางของระบบเศรษฐกิจ หรือความเหลื่อมล้ำทางสังคม สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียวไม่อาจเพียงพอ หากปราศจากการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบและยั่งยืน
ดังนั้น การนำหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืนมาประยุกต์ใช้จึงมีบทบาทสำคัญสำหรับการสร้างประโยชน์ ร่วมบริหารความเสี่ยง และผลักดันนวัตกรรมใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น ขณะเดียวกันยังเป็นการต่อยอดพลัง Soft Power ให้กลายเป็นแรงบันดาลใจ และแรงดึงดูดสำคัญเพื่อยกระดับขีดความสามารถของประเทศ
“รัฐบาลตระหนักถึงศักยภาพของ Soft Power เพื่อเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่าสองทศวรรษ ภายใต้นโยบายคู่ขนาน (Dual Policy) ที่มุ่งสร้างความเข้มแข็งให้แก่ทั้งเศรษฐกิจฐานราก ผ่านการส่งเสริมอาชีพที่มั่นคงและยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อน 14 อุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยมีภาคเอกชนเป็นหัวเรือหลักนำทิศทางการเปลี่ยนผ่าน ขณะที่ภาครัฐทำหน้าที่สนับสนุนให้ระบบนิเวศเอื้อต่อความก้าวหน้า เพื่อให้การพัฒนาประเทศเกิดขึ้นอย่างครอบคลุม ยั่งยืน และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังในทุกมิติ” น.ส.จิราพรชี้

ต่อมา นายศุภชัย เจียรวนนท์ นายกสมาคมเครือโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (GCNT) และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด กล่าวว่า การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย ต้องอาศัยการเปลี่ยนผ่าน 7 ด้าน (7 Transformations) ครอบคลุมธรรมาภิบาล การพัฒนาคน การยกระดับดิจิทัล การศึกษาที่เท่าเทียม เศรษฐกิจโปร่งใส การมีส่วนร่วมของเยาวชน และความมั่นคง
“ในด้านธรรมาภิบาลและการพัฒนานั้น ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ ก.ล.ต. มีบทบาทสำคัญผลักดันบริษัทจดทะเบียนเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืน ผ่าน ESG Ratings ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 1,200 บริษัท ถือเป็นการใช้กลไกตลาดสร้างความโปร่งใสและแข่งขันกันทำความดี พร้อมเสนอเร่งพัฒนา e-Government และส่งเสริม Digital ID กับ Cashless Society เพื่อลดเศรษฐกิจใต้ดินซึ่งคิดเป็นกว่า 50% ของ GDP
ส่วนด้านการพัฒนาคน ต้องขอขอบคุณยูนิเซฟที่สนับสนุนข้อมูลทุนมนุษย์ และเน้นว่าทุกคนควรเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ พร้อมปลูกฝัง Growth Mindset และการเรียนรู้ตลอดชีวิต สมาคมฯ ยังได้ต้อนรับเยาวชนจากหลากหลายสถาบัน และประกาศความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในการจัดตั้ง ‘หลักสูตรบริหารจัดการเพื่อความยั่งยืน’ พร้อมขยายผลสู่มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ พร้อมกันนี้ยังเสนอจัดตั้ง Learning Centers ทั่วประเทศ เพื่อปลูกฝังเป้าหมาย SDGs แก่เยาวชนผ่านการเรียนรู้ที่ลงมือทำจริง พร้อมระดมสมาชิกและภาคการศึกษาพัฒนานวัตกรรมจากชุมชน ปลุกพลัง Soft Power อย่างแท้จริง” นายศุภชัยระบุ
นายศุภชัยกล่าวอีกว่า ประเทศไทยต้องพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ฟื้นฟูความเชื่อมั่น ขจัดความเหลื่อมล้ำ เปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจยั่งยืน สานต่อโลกที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และส่งต่ออนาคตที่ดีกว่าให้คนรุ่นใหม่ บนหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

จากนั้น นายศุภชัย เจียรวนนท์ และ ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง GCNT และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดตั้งหลักสูตรบริหารจัดการเพื่อความยั่งยืน โดยมี น.ส.จิราพร สินธุไพร และคยองซอน คิม รักษาการผู้ประสานงานองค์การสหประชาชาติประจำประเทศไทย และผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ร่วมเป็นพยานในการลงนามและถ่ายภาพที่ระลึกร่วมกัน
โดยภายในงานยังได้รับเกียรติจากผู้นำองค์กรชั้นนำของประเทศจากหลากหลายอุตสาหกรรม ขึ้นเวทีร่วมถ่ายทอดวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง สะท้อนบทบาทของภาคเอกชนในฐานะพลังขับเคลื่อนสำคัญสู่การเปลี่ยนผ่านประเทศไปสู่อนาคตที่สมดุลทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยแต่ละท่านได้นำเสนอแนวคิด นวัตกรรม และบทเรียนจากการลงมือทำจริง ซึ่งล้วนเป็นแรงบันดาลใจและจุดประกายให้ทุกภาคส่วนเร่งเดินหน้าสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนร่วมกัน
ทั้งนี้ งาน GCNT Expo 2025 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 – 31 กรกฎาคม 2568 โดยในปีนี้ GCNT ได้จัดงานขึ้นภายใต้หัวข้อ “รวมพลังประเทศไทย มุ่งบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 2030 (Forward SDGs Faster Together)” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการแสดงพลังภาคธุรกิจในการดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ภายในปี 2573 โดยภายในงานมีกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กับ GCNT เพื่อสร้างความร่วมมือในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมถึงการจัดเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การประชุมเชิงปฏิบัติการ และการหารือด้านนโยบายและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับ SDGs เป็นต้น


