หน้าแรก SDG Updates กนอ. ผนึก ส.อ...

กนอ. ผนึก ส.อ.ท. เร่งรัดลงทุนอุตฯเป้าหมาย ชี้1ปีครึ่ง คำขอเข้าไทยทะลุ 2 ล้านล้านบาท

10.09.25 | 16:31 น.

กนอ. ผนึก ส.อ.ท. เร่งรัดลงทุนอุตฯเป้าหมาย ชี้1ปีครึ่ง คำขอเข้าไทยทะลุ 2 ล้านล้านบาท

ที่การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ กนอ.เปิดเผยภายหลังลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อยกระดับและเร่งรัดการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ระหว่าง กนอ. กับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ว่า ขอบข่ายความร่วมมือหลัก ประกอบด้วยหลัก 4 ด้าน คือ 1.การเร่งรัดการลงทุน ด้วยการร่วมกันจัดทำแนวทางและแผนสร้างแรงจูงใจ เพื่อรองรับการย้ายฐานการผลิตและปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม 2.ความร่วมมือทางวิชาการและข้อมูล แลกเปลี่ยนข้อมูลภาวะเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม เพื่อใช้กำหนดนโยบายและสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน  3.การพัฒนากฎหมายและกฎระเบียบ เพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ โดย กนอ. จะสนับสนุนการใช้บริการแบบเบ็ดเสร็จครบวงจร (One Stop Service) และ “ทางด่วน” การลงทุน (Investment Fast Track และ 4.การส่งเสริมความยั่งยืน ด้วยการร่วมกันยกระดับผู้ประกอบการด้วยมาตรฐาน “โรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Factory)” ตั้งแต่การพัฒนาเกณฑ์มาตรฐาน การให้การรับรอง การพัฒนาบุคลากร ไปจนถึงการมอบสิทธิประโยชน์และจัดพิธีมอบรางวัล

นายสุเมธ กล่าวว่า กนอ. มีความพร้อมด้านพื้นที่ โครงสร้างพื้นฐาน และการอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน  ขณะที่ ส.อ.ท. เป็นตัวแทนภาคอุตสาหกรรมที่ใกล้ชิดและมีความเข้าใจในความต้องการของผู้ประกอบการอย่างลึกซึ้ง ดังนั้นความร่วมมือนี้จะเป็นเวทีสู่การพัฒนานวัตกรรม สร้างมูลค่าเพิ่ม และเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)

“ผมเชื่อมั่นว่า ด้วยการเกื้อหนุนศักยภาพระหว่าง กนอ. และ ส.อ.ท. จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้อุตสาหกรรมเป้าหมายเติบโตอย่างมั่นคง และนำพาประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและนวัตกรรมของภูมิภาค พร้อมกับการเติบโตที่สมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม” นายสุเมธ กล่าว

Advertisement

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กล่าวว่า ไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากเศรษฐกิจโลกและการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ก็มีโอกาสสำคัญจากการไหลเข้าของเงินลงทุนต่างประเทศ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรม S-Curve และ New S-Curve ซึ่งจากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ระบุว่า มูลค่าการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในช่วง 6 เดือนแรกปี 2568 สูงถึง 1.058 ล้านล้านบาท เติบโต 138% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และปี 2567 มีคำขอกว่า 1 ล้านล้านบาทเช่นกัน รวมแล้วกว่า 2 ล้านล้านบาท ซึ่งการที่นักลงทุนจะตัดสินใจเลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตนั้น ต้องพิจารณาปัจจัยสำคัญรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นทำเลยุทธศาสตร์ โครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับเทคโนโลยีขั้นสูง พื้นที่ใกล้กับแหล่งวัตถุดิบ ตลาด และท่าเรือเพื่อความพร้อมสำหรับการส่งออก ซึ่งทั้งหมดนี้ ชี้ให้เห็นว่าพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม คือ หัวใจสำคัญในการดึงดูดการลงทุน

“พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมีบทบาทสำคัญในการดึงดูดการลงทุน เนื่องจากมีความพร้อมทั้งด้านทำเล โครงสร้างพื้นฐาน และระบบนิเวศการผลิต (Ecosystem) ที่เอื้อต่ออุตสาหกรรมสมัยใหม่ อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) แบตเตอรี่ Data Center เกษตรและชีวภาพขั้นสูง รวมถึง Climate Tech ด้วยเหตุนี้ ส.อ.ท.จึงมุ่งผลักดันให้เกิดการยกระดับอุตสาหกรรมจากอุตสาหกรรมเดิม (First Industries) สู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต (Next-Gen Industries) ซึ่งประกอบไปด้วย S-Curve & New S-Curve  รวมทั้ง BCG และ Climate Change ซึ่งเป็นนโยบายที่ไปในทิศทางเดียวกับการพัฒนาอุตสาหกรรมของโลก และนโยบายของภาครัฐ”นายเกรียงไกรกล่าว