อ.เศรษฐศาสตร์ ชวนจับตารัฐ ‘นโยบายต้องชัด’ ชี้เป้าเก็บภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้า จี้ขจัดเหลื่อมล้ำ
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เขตคลองเตย กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศงาน SUSTAINABILITY EXPO 2025 (SX2025) มหกรรมความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ซึ่งในช่วงเช้ามีผู้ทยอยเข้าร่วมงานอย่างต่อเนื่องทั้งชาวไทย และต่างชาติ โดยให้ความสนใจกับบูธในโซนต่างๆ รวมถึงเวทีเสวนาหลากหลายหัวข้อ
กระทั่งเมื่อเวลา 12.00 น. มีเสวนาหัวข้อ Geo-Insights: Pathways from Land Disparity to Sustainability มุมมองเชิงพื้นที่ต่อความเหลื่อมล้ำที่ดินไทยและแนวทางสู่ความยั่งยืน ผู้ร่วมเสวนาได้แก่ รศ.ดร.อดิศร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ที่ปรึกษา สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI), นางกานดาศรี ลิมปาคม รองผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ และภูมิสารสนเทศ(GISTDA), ผศ.ดร.ดวงมณี เลาวกุล คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และดร.กลวัฒน์ สาขากร ผู้อำนวยการกอง ยุทธศาสตร์และแผนงานสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ดำเนินการ เสวนาโดย อาศิรา พนาราม รองบรรณาธิการบริหาร เนชั่นแนล จีโอกราฟิก ฉบับภาษาไทย
ผศ.ดร.ดวงมณี กล่าวว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำของประชาชนในประเทศไทย จากตารางแสดงค่าสัมประสิทธิ์ความไม่เสมอภาคของทรัพย์สิน รายได้ และรายจ่ายของประชาชนไทยในช่วงพ.ศ. 2549 – 2566 สังเกตได้ว่าสังคมไทยเป็นสังคมที่มีค่าความเหลื่อมล้ำทางทรัพย์สินสูง โดยเฉพาะความเหลื่อมล้ำในการถือครองที่ดิน ซึ่งหากนำข้อมูลการถือครองที่ดินในพ.ศ. 2555 จะเห็นว่ากลุ่มคนที่มีรายได้สูงที่สุดถือครองที่ดินมากถึง 61.48 % ต่อจำนวนที่ดินทั้งหมดในประเทศไทย และส่วนใหญ่เป็นที่ดินที่ถูกถือครองโดยภาคเอกชน
การถือครองที่ดินกระจุกตัวเกินความจำเป็นของภาคเอกชนเป็นผลจากการเก็บภาษีที่ดินที่น้อยเกินไป ตนได้เสนอทางแก้ว่าควรเก็บภาษีที่ดินเอกชนในอัตราก้าวหน้าตามขนาดการถือครอง และนำภาษีเหล่านั้นมาเป็นงบประมาณให้องค์กรท้องถิ่นใช้ในการพัฒนาชุมชน
“ขอเสนอให้แก้ปัญหาการเลี่ยงภาษีของผู้ที่ถือครองที่ดินมากเกินไป และปัญหาชาวรากหญ้าไม่มีที่ดินสำหรับทำกินด้วยการให้ธนาคารที่ดินเป็นตัวกลางในการจัดสรรที่ดินรกร้างในระบบมาทำเป็นพื้นที่สาธารณะ และเปิดให้ประชาชนที่ไม่มีที่ดินเข้ามาใช้ประโยชน์ร่วมกัน เพื่อลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในการถือครองที่ดิน และยังช่วยลดปัญหาการขายขาดที่ดินในกรณีที่ยกที่ดินให้ประชาชนแบบปัจเจกอีกด้วย” ผศ.ดร.ดวงมณี กล่าว

ผศ.ดร.ดวงมณี กล่าวต่อว่า ชุมชนจะสามารถใช้ประโยชน์จากที่ดินผืนนั้นได้อย่างต่อเนื่อง และยั่งยืนได้ หากภาครัฐ ภาคเอกชน รวมไปถึงภาคประชาชนสามารถดูแลรักษาที่ดินชุมชนร่วมกัน
“ปัญหาความเหลื่อมล้ำไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สิน ที่ดินต่างๆ ยังคงเป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทย เราจึงต้องจับตาดูว่าควรทำอย่างไรให้รัฐบาลมีนโยบายที่ชัดเจน และตั้งใจแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง” ผศ.ดร.ดวงมณี กล่าวปิดท้าย

