ปตท.สผ. เปิดตัวประติมากรรมใต้ทะเล Ocean for Life ช่วยฟื้นฟู-เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ระบบนิเวศทะเลไทย
เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม นายชยงค์ บริสุทธิ์สวัสดิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานเทคโนโลยี คาร์บอนโซลูชั่น และการเติบโตอย่างยั่งยืน บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า ปตท.สผ. ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยหนึ่งในกลยุทธ์หลักคือ “ทะเลเพื่อชีวิต” หรือ Ocean for Life ซึ่งให้ความสำคัญกับการดำเนินกิจกรรมเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้กับชุมชนบริเวณ 17 จังหวัดรอบอ่าวไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยครั้งนี้ปตท.สผ. ได้ร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวเกาะเต่า ชมรมรักษ์เกาะเต่า และชุมชนในพื้นที่เกาะเต่า เปิดตัวประติมากรรมใต้ทะเล Ocean for Life โดยเป็นการสร้างสรรค์งานประติมากรรมเป็นรูปสัตว์น้ำ จำนวน 9 ชนิด โดยจะนำไปวางเป็นปะการังเทียม บริเวณพื้นที่ Buoyancy World ซึ่งเป็นแหล่งสำหรับ การฝึกดำน้ำ บริเวณเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำและสิ่งมีชีวิตเกาะติด ช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลและเพิ่มความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต และยังเป็นแหล่งดำน้ำแห่งใหม่ของเกาะเต่าด้วย

นายชยงค์กล่าวว่า งานประติมากรรมรูปสัตว์น้ำดังกล่าว สร้างจากวัสดุที่ใช้ในการทำปะการังเทียม เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีความสูงเฉลี่ยประมาณ 2.50 เมตร โดยจัดทำขึ้นภายใต้แนวคิด Ocean for Life ประกอบด้วย ประติมากรรมชุดคู่ตนุ ประติมากรรมชุดกระเบนจุดฟ้า ประติมากรรมชุดครอบครัวเต่า ประติมากรรมชุดม้าน้ำ ประติมากรรมชุดฉลามวาฬ ประติมากรรมกระเบนนก ประติมากรรมซุ้มเต่า ประติมากรรมชุดฉลามหูดำ และประติมากรรมชุดโรนัน นอกจากประติมากรรมสัตว์น้ำทั้ง 9 ชิ้นแล้ว ยังมีปะการังเทียมรูปแบบใหม่ (Coral ball) จำนวน 4 ชิ้น และปะการังเทียมรูปแบบโดม จำนวน 80 ชิ้น ซึ่งทั้งหมดจะถูกนำไปจัดวางเป็นรูปแบบของลานประติมากรรมใต้ทะเล บริเวณเกาะเต่า ประมาณเดือนมีนาคม – เมษายน 2569 โดยได้มีการสำรวจพื้นที่ใต้ทะเลอย่างละเอียดจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้มั่นใจว่า การจัดวางเป็นไปอย่างเหมาะสมและปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม

“การจัดวางประติมากรรมใต้ทะเลที่เกาะเต่าครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งความร่วมมือที่สำคัญระหว่าง ปตท.สผ. กับหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา ภาคธุรกิจท่องเที่ยวและชุมชนท้องถิ่น ในการร่วมกันฟื้นฟูระบบนิเวศแนวปะการังและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยลานประติมากรรมใต้ทะเลครั้งนี้ จะเป็นแหล่งดำน้ำแห่งใหม่จะที่ช่วยลดความหนาแน่นของนักดำน้ำในบริเวณแหล่งดำน้ำตามแนวปะการังธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยรักษาความสมบูรณ์ของแนวปะการังตามธรรมชาติ และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้ง ยังสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวให้กับชุมชนในระยะยาวอีกด้วย” นายชยงค์ กล่าว

