หนุุ่มเกษตรกรเจ๋ง เลิก”สวนยาง” 7 ไร่ เปลี่ยนเป็นสวนผสมครบสูตร สร้างรายได้หมุนเวียนตลอดปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายยะโกบ เจ๊ะโส๊ะ อายุ 31 ปี อยู่บ้านควนล่อน หมู่ 11 ต.แม่ขรี อ.ตะโหมด จ.พัทลุง เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ได้โค่นยางพาราหมดอายุโดยทำการสงเคราะห์ จากสำนักงานการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) จำนวน 7 ไร่ ทำการปลูกพืชผลไม้อื่นๆ ไม่เอายางพารา “ส่วนสวนยางพารา ที่ยังคงเหลืออีกจำนวนหนึ่ง ก็ต้องรอคอยสถานการณ์ว่าเหมาะสมที่จะโค่นปลูกพืชผักผลไม้ หรือทำอื่นๆ อีกหรือไม่” สำหรับพื้นที่ จำนวน 7 ไร่ มีการทำเป็นสวมผสม ปลูกพืชที่ทำได้รายได้เป็นรายวัน เป็นรายเดือน และเป็นรายปี โดยจะต้องให้มีรายได้ตลอดทั้งปี
ชุดแรก คือปลูกมะนาว จำนวน 350 ต้น เป็นพืชชั้นเอก โดยซื้อมาต้นละ 50 บาท นอกนั้นเป็นพืชชั้นรอง โดยชุดที่ 2 ปลูกชมพู่สายพันธุ์กิมจู จำนวนหนึ่ง ชุดที่ 3 กล้วยหอมทอง 150 ต้น ชุดที่ 4 อ้อย จำนวน 250 หลุม ชุดที่ 4 ทุเรียนสายพันธุ์หมอนทอง จำนวน 40 ต้น ชุดที่ 5 มังคุด จำนวน 30 ต้น และชุดที่ 7 พืชผล สวนครัว ตั้งแต่ข้าวโพด ดีปลี ถั่ว ขมิ้น ตะไคร้ มะเขือ และพริกไทย ฯ ลฯ และชุดที่ 8 มันสำปะหลัง โดยปลูกเป็นแนวรั้วล้อมรอบสวนผสมโดยใช้มันสำปะหลัง เป็นอาหารของไก่พื้นบ้าน ซึ่งเป็นชุดที่ 9 สำหรับฐานสำคัญคือแหล่งน้ำ โดยได้ขุดสระน้ำ ประเภท 10 คูณ 8 เมตร มีน้ำไว้อุปโภคบริโภคตลอดทั้งปี โดยนำน้ำไปหล่อเลี้ยงพืชผักผลไม้ โดยระบบสายยางน้ำหยด โดยออมกำลังแรงได้ดี โดยใช้เวลาการทำงาน 2 ผลัด ผลัดแรก ช่วง 05.30-09.00 น. ผลัดหลัง 16.00 น. เป้าหมายตามกำหนด 2 ปี สวนผสมให้ผลผลิตเต็มรูปแบบ
“จากการสำรวจประเมินผลที่ผ่านมา มะนาว จำนวน 90 ต้น จะให้ผลผลิตตลอดทั้งปีและทุกวัน ขนาดปลูกตามธรรมชาติ หาได้ใช้เทคโนโลยีผสมผสานภูมิปัญญาชาวบ้าน มีรายได้ตั้งแต่ 80,000 บาท/ปี และบางคราวถึง 100,000 บาท/ปี และว่า ปัจจุบันราคามะนาว ประมาณ 120 บาท/กก. และราคามะนาว มีเสถียรภาพ ต่ำสุด 60 บาท/กก. ส่วนอ้อย 5 บาท/กก.”

