ข้าราชการครูที่ทำงานอยู่กับเด็ก ให้การศึกษา มือเปื้อนชอร์ค ทำหน้าที่เหมือนเรือนแจวที่ส่งลูกศิษย์ผ่านพ้นไป โดยไม่มีคำค่อนแคะว่าจะรอรับสิ่งตอบแทน เพียงแต่เฝ้าถามไถ่ข่าวสารว่า “ลูกศิษย์จะมีความสำเร็จในอาชีพ” วันเวลาผ่านไปตามกาลเวลา บางคนรับราชการจนเกษียณอายุราชการ 30-40 ปี บางคนต้องหลุดจากวงโคจรของความเป็นข้าราชการ ด้วยวิถีที่แตกต่าง อาทิ ประกอบอาชีพที่เหมาะสมกว่า ดีกว่า บางคนต้องออกจากราชการก่อนวัยอันควร ด้วยความผิดทั้งทางวินัยและอาญา บางคนล้มหายตายจาก

วันนี้ ครูเดช ศรีเที่ยง บ้านเลขที่ 128 หมู่ 1 ตำบลดงแดง อำเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด ตำแหน่งสุดท้าย คือ อาจารย์ 2 ระดับ 7 โรงเรียนบ้านเหล่าจั่นหนองทุ่ม ตำบลดงแดง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1 กระทรวงศึกษาธิการ โทร.081-9758800 หรือ 089-5761250 และ 085-0029349 มีภรรยา คือ คุณอ่อนจันทร์ ศรีเที่ยง อายุ 61 ปี อาชีพแม่บ้าน มีบุตร-ธิดา 3 คน ได้แก่ คุณพิทักษ์ ศรีเที่ยง อายุ 39 ปี การศึกษาปริญญาตรี พนักงานราชการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติร้อยเอ็ด บุตรคนที่ 2 คือ คุณทิพวรรณ ศรีเที่ยง และบุตรคนที่ 3 คือ คุณสุนทรีย์ ศรีเที่ยง พนักงานบริษัทเอกชน
ครูเดช ตัดสินใจเข้าโครงการก่อนวัยเกษียณราชการ ปี 2548 สร้างชีวิตอย่างพอเพียง น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ภูมิพลอดุลยเดช แบบอย่างของสังคมชนบท เป็น “ครูติดแผ่นดิน” การเกษตร คือ หัวใจของการดำเนินกิจไร่นาสวนผสมตามแนวพระราชดำริฯ วิถีชีวิตอยู่อย่างเกื้อกูลกับธรรมชาติ

พื้นที่นาข้าว 20 ไร่ บ่อปลา 2 ไร่ ขณะรับราชการ ครูเดช เป็นเกษตรควบคู่กับข้าราชการครู หลังเกษียณอายุราชการ จึงดำเนินกิจกรรมภาคการเกษตรอย่างเต็มที่ เริ่มต้นการเลี้ยงสุกร 8 ตัว ลงทุน 8,000 บาท ขุนขายได้ จำนวน 40,000 บาท และเป็นการเลี้ยงอย่างต่อเนื่อง การเลี้ยงไก่แบบครอบครัว คือ สร้างเล้าไก่แบบกงรวม แม่ไก่ 5 ตัว/พ่อพันธุ์ไก่ 1 ตัว ขยายพันธุ์เป็นไก่รุ่น 80-100 ตัว การเลี้ยงเป็ด รุ่นละ 30 ตัว ขายได้รุ่นละ 1,800-2,000 บาท เลี้ยงแบบธรรมชาติ วัวพื้นเมือง วัวลูกผสมบราห์มัน 3 ตัวลงทุน 14,000 บาท ขยายพันธ์ ปี ละ 2-3 ตัว และมีวัว 15 ตัว
ครูเดช เล่าให้ฟังว่า ต้นทุนการผลิต เงินบำนาญ เดือนละ 15,000 บาท เก็บไว้เป็นทุนสำรอง เมื่อยามแก่เฒ่ามากกว่านี้ จึงต้องกู้จาก ธกส.จำนวน 50,000 บาท ส่งใช้ปีละ 5,000 บาท บ่อเลี้ยงปลาโครงการ “น้ำบอกใจถวายในหลวง” สามารถสร้างรายได้ 45,000-50,000 บาท ปลูกมะม่วง พันธุ์แรด ลิ้นงูเห่า บนคันดิน งานฟาร์ม ต้องทำงานทุกวันอย่างต่อเนื่อง ตื่นเช้าเข้าสวน ตอนสายแดดร้อน พักผ่อน เข้าไปในหมู่บ้าน พบปะพูดคุย เข้าวัด ฟังธรรมะ

ครูเดช เล่าให้ฟังด้วยว่า ตนได้รับการส่งเสริมจากคุณเมธี เศรษฐบุปผา นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ ปัจจุบันเป็นเกษตรอำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม รายได้มีทั้งรายวันที่ได้จากการขายพืชผักสวนครัว การเลี้ยงปลา เป็ด ไก่ วันละ 150-200 บาท รายสัปดาห์ เป็นรายได้จากการขายไก่เนื้อ เป็ดเนื้อ 500-1,000 บาท ส่วนรายเดือน 5,000-10,000 บาท เป็นรายได้จากเงินเดือน หรือขายวัว รายปี จับปลาขาย และผลผลิตจากนาข้าว 40,000-50,000 บาท
“ผมมีความสุขกับธรรมชาติ ชีวิตที่ดำเนินอย่าพอเพียง พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน มีคุณธรรม นำหลักวิชาการ ผมทำมาตั้งแต่สมัยรับราชการครู ชาวบ้านเรียกว่า ครูเกษตร แต่ผมขอเป็น ครูติดแผ่นดิน เป็นครูตลอดชีวิต ทำงานกับเกษตรกร ทำงานสนับสนุนงานส่งเสริม พร้อมเป็นแบบอย่างที่ดี ยินดีต้อนรับ เกษตรกร ข้าราชการ หรือผู้ที่สนใจเข้ามาเยี่ยมชม”

สำหรับครูเดช จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนจตุศึกษา ความใฝ่ฝันคือต้องการเป็นข้าราชการตำรวจ สอบไม่ติด จึงไปสมัครเป็นครูโรงเรียนราษฎร์ พร้อมกับการศึกษาด้วยตนเอง และสอบเทียบครูพิเศษมัธยม (พ.ม.) กระทั่งสอบบรรจุเป็นครู โรงเรียนเทศบาลวัดป่าเรไร เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด ปี 2521 ก่อนย้ายมาสอนที่โรงเรียนจตุศึกษา เป็นเวลา 4 ปี ได้เงินเดือน 1,550 บาท จากนั้น ย้ายไปที่ โรงเรียนบ้านเหล่าจั่น หนองทุ่ม จนเกษียณอายุราชการ

