ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ร้านเสริมสวยแห่งหนึ่งในจังหวัดนครนายกตั้งอยู่ที่ 201/2 ต. พรหมณี อ.เมือง จ.นครนายก ซึ่งสถานที่ดังกล่าวเป็นห้องแถว 3 ห้องและมีร้านเสริมสวยติดกันถึง 2 ร้าน และได้มีร้านเสริมสวยอยู่ 1ร้านที่มีความคิดที่จะช่วยชาติประหยัดน้ำ ได้นำน้ำที่ได้จากการสระผมของลูกค้าต่อท่อพีวีซี มารดน้ำต้นไม้ เช่น ต้นมะละกอ กะเพรา โหระพา ยี่หร่า สะระแหน่ ฯลฯ
น.ส.มัจฉรี พนมกุล อายุ30 ปี เจ้าของร้านเสริมสวยเล่าว่าตนและแฟน ชอบปลูกต้นไม้และเนื่องด้วยในวิกกฤตขณะนี้ เข้าสู่ภาวะภัยแล้งเป็นอย่างมากทำให้ต้นไม้พืชสวนในหลายๆพื้นที่นั้นตายเพราะขาดน้ำ และที่ร้านของตนนั้นปลูกพืชสวนครัวหลายอย่างแต่อยู่ในพื้นที่จำกัด แลได้ปลูกต้นมะละกอ กว่า 10 ต้น ซึ่งตอนนี้กำลังออกลูก และพืชสวนครัวอีกจำนวนหนึ่งซึ่งถ้าจะให้เอาน้ำประปามารดนั้นคงไม่ไหวแต่ถ้าไม่รดน้ำเลยพืชดังกล่าวก็ต้องตาย เพราะ ณ ตอนนี้แดดแรงอากาศ ร้อนมาก ตนจึงได้นำเอาท่อพีวีซีมาต่อ จากน้ำที่สระผมลูกค้าที่จะไหลทิ้งได้นำเอาท่อพีวีซีมาต่อวางเป็นแนวยาวที่ใต้ต้นมะละกอเพื่อให้น้ำนั้นได้ไหลไปหาต้นมะละกอได้ทุกต้นและพืชสวนครัวโดยที่เราไม่ต้องเสียเวลาไปรดน้ำและยังทำให้เกิดความชุ่มชื้นกับต้นไม้ไม่ต้องเสียเวลาเอาน้ำประปาไปรดน้ำเพราะสิ้นเปลืองน้ำที่ร้านของตนอีกต่อไป อีกทั้งยังสามารถช่วยชาติประหยัดน้ำได้อีกด้วย
น.ส.มัจฉรี ยังพูดทิ้งท้ายไว้อีกว่า ตั้งแต่ใช้วิธีนี้ตอนนี้มะละกอนั้นได้ออกลูกดกมากและยังมีราคาในท้องตลาดถึง กิโลกรัมละ 25 บาท ได้ขายไปส่วนหนึ่งและยังมีคนมาขอซื้อมะละกอถึงที่ร้านสร้างรายได้ให้ทางครอบครัวอีก 1หนทางและจะคงใช้วิธีการนี้ขยายพืชพันธ์ไม้ต่อไป ไม่ต้องเอาน้ำไปทิ้งให้เสียประโยชน์และสิ้นเปลืองน้ำ แต่ก็ควรเลือกพืชที่ทนน้ำเช่นนี้ได้ อีกทั้งยังได้ประหยัดน้ำในการรดน้ำต้นไม้ในฤดูแล้งนี้อีกด้วย.

