ฤดูกาลแห่งผลไม้ภาคตะวันออกยังไม่สิ้นสุด แม้จะเข้าสู่ช่วงฤดูมาระยะหนึ่งแล้ว เพียงแต่ปีนี้เป็นปีที่แล้งหนัก แหล่งน้ำเพื่อใช้ในการเกษตรแทบไม่มี ชาวสวนไม้ผลหลายรายต้องทยอยถอดใจ ปล่อยให้ต้นตายไปต่อหน้าต่อตา หรือหากทำให้ติดดอกออกผลเก็บเกี่ยวได้ ก็น้อยรายที่จะได้ผลที่สมบูรณ์แบบตามที่คาดหวัง
แต่สำหรับสวนนี้ สวนนวรัตน์ ตั้งอยู่ ตำบลเขาบายศรี อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี มี คุณรังสฤษดิ์ รัตนพันธ์ และ คุณจารุวรรณ รัตนพันธ์ เป็นเจ้าของ กล้าการันตีได้ว่า เป็นสวนทำทุเรียนคุณภาพส่งออก แม้ฤดูแล้งขณะนี้ ก็ยังสามารถทำทุเรียนได้คุณภาพตามต้องการ แม้คุณรังสฤษดิ์ จะยอมรับว่า “ยาก”
ความยากที่สามารถทำทุเรียนคุณภาพได้นั้นคือ เทคนิค ที่ต้องขอความรู้จากคุณรังสฤษดิ์ เพื่อนำมาเผยแพร่ให้กับผู้อ่านได้หยิบยกนำไปประยุกต์ใช้ประโยชน์ได้
ในวันที่ไปพบคุณรังสฤษดิ์ และคุณจารุวรรณ ทั้งคู่พร้อมให้ข้อมูล และเปิดโอกาสให้ซักถามได้ตามต้องการ จึงเป็นโอกาสดีที่จะนำเทคนิคการทำสวนทุเรียนคุณภาพส่งออกมาเผยแพร่ในครั้งนี้

คุณรังสฤษดิ์ เท้าความให้ฟังว่า สวนทุเรียนเดิมเป็นของครอบครัว เมื่อต้องดูแลมรดกตกทอดของครอบครัว ก็จำเป็นต้องประคับประคองสวนไปให้รอด และตัวเขาเองไม่ได้ร่ำเรียนมาทางด้านเกษตรแม้แต่น้อย จึงต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม แรกเริ่มเมื่อเห็นสิ่งใดในสวนขวางหูขวางตา ก็จับเปลี่ยน ปรับปรุงตามความถนัดและเห็นว่าดีงาม แต่สุดท้ายก็ขาดทุนถึงกับเป็นหนี้ เมื่อถึงที่จะต้องดิ้นรนเพื่อให้สวนอยู่รอดและคงคุณภาพทุเรียนไว้ให้ได้เช่นเดียวกับที่บรรพบุรุษทำมา จึงตัดสินใจโค่นต้นทุเรียนอายุกว่า 30 ปี กว่า 200 ต้นทิ้ง เพื่อเริ่มปลูกใหม่และวางระบบภายในสวนใหม่ทั้งหมด
“ตอนนั้นเหลือทุเรียนพันธุ์ชะนีไว้จำนวนหนึ่ง เพราะต้นเพิ่งอายุ 6 ปี ส่วนพันธุ์หมอนทองโค่นทิ้งปลูกใหม่ทั้งหมด เดิมปลูกระยะห่าง 10×10 เมตร เป็นระยะ 8×8 เมตร เพราะจากเดิมการปลูกทุเรียนจะปล่อยให้ทุเรียนสูงชะลูดขึ้น โดยไม่มีการตัดแต่งกิ่ง เมื่อถึงระยะต้องพ่นยา ก็ต้องใช้ไม้ต่อ เอื้อมมือสูงขึ้นไป บางทียังไม่ถึง การโยงรับน้ำหนักลูกของกิ่งทุเรียน ก็ทำได้ยาก แม้จะจ้างคนงานก็จะมาโยงให้ แต่ก็ช้ากว่าสวนอื่น เพราะสวนเราทุเรียนต้นสูง อายุมาก กว่าจะมาถึงกิ่งก็หักไปบ้าง ผลเสียหายไปก็เยอะ”

ด้วยเหตุนี้ ทำให้คุณรังสฤษดิ์ ปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทอง ด้วยระยะ 8×8 เพราะเหตุผลว่า มีการจัดการภายในสวนด้วยการบล็อกทรงพุ่ม ตัดแต่งทรงพุ่มทุกครั้งหลังเก็บผลผลิต ต้นจะไม่สูงชะลูด ทำให้การจัดการยากเหมือนที่ผ่านมา รวมถึงการให้น้ำด้วยระบบสปริงเกลอร์ เดิมใช้หัวสปริงเกลอร์ขนาด 200 ลิตร ต่อชั่วโมง เปิดครั้งละ 45 นาที 2 วัน ให้น้ำ 1 ครั้ง กว่าจะครบทั้งสวนใช้เวลานาน แต่ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นหัวสปริงเกลอร์ขนาด 150 ลิตร ต่อชั่วโมง ระยะเวลาการให้น้ำทั้งสวนลดลง เพราะเมื่อแรงดันน้ำไปยังหัวสปริงเกลอร์แต่ละหัวมากขึ้น จะช่วยให้การรดน้ำใช้เวลาไม่นาน ความชื้นก็ได้ตามต้องการแล้ว
คลิกอ่านเคล็ดลับทำทุเรียนคุณภาพส่างออกเพิ่มเติมคลิกที่นี่

