การใช้ชีวิตอยู่บนความฝันของคนอื่น อาจมีคุณภาพชีวิตที่ดี แต่ไม่มีความสุข เมื่อความฝันของตัวคุณเองถูกละเลย “คุณมุก-ณัชคิรากร ดำชมทรัพย์” เกษตรกรปริญญาโท เมืองแปดริ้ว จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำในบริษัทเอกชน เพื่อไล่ตามความฝันของตัวเองในฐานะเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในเส้นทางอาชีพได้อย่างน่าทึ่ง

คุณมุก-ณัชคิรากร ดำชมทรัพย์ นักศึกษาปริญญาโทรายนี้ สนใจเรียนสายเกษตร ตั้งแต่ ม.3 ช่วงนั้นธุรกิจคอมพิวเตอร์กำลังบูม คุณแม่แนะนำให้เธอเรียนด้านคอมพิวเตอร์ เพื่อจบแล้วมีงานทำแน่นอน คุณมุกยอมรับว่าตอนนั้นเธอยังไม่รู้จักตัวเองมากพอ จึงตัดสินใจเรียนในสาขาธุรกิจคอมพิวเตอร์ ตามความต้องการของคุณแม่ หลังเรียนจบในปี 2540 เธอทำงานกับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งได้ประมาณ 2 ปี ก็ตัดสินใจลาออกเพื่อทำอาชีพเกษตรที่เธอใฝ่ฝัน
จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเธอมีสภาพภูมิประเทศเอื้อต่อการเลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลา คุณมุกจึงตัดสินใจเช่าบ่อกุ้งร้าง เนื้อที่ 20 ไร่ เพื่อนำมาเลี้ยงกุ้งขาว เพราะเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูง เป็นที่ต้องการของตลาดทั่วไป ต่อมาเจอวิกฤตราคากุ้งตกต่ำและมีปัญหาโรคกุ้ง จึงเปลี่ยนแนวทางการลงทุนใหม่ นำปลานิลมาเลี้ยงผสมกับกุ้ง และเปิดลู่ทางการค้าขายกุ้งให้ครบวงจรมากขึ้น เช่น ขายลูกกุ้ง และรับไข่กุ้งจากภาคใต้มาขายให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง

คุณมุกบอกว่า เธอรู้จักกล้วยน้ำว้าพันธุ์ปากช่อง 50 ด้วยความบังเอิญ ช่วงนั้นเพื่อนรุ่นพี่รายหนึ่งในพื้นที่ อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ที่ทำสวนกล้วยน้ำว้าปากช่อง 50 แต่ขายหน่อไม่ได้ เขารู้ว่า คุณมุกเก่งเรื่องการตลาด จึงฝากให้คุณมุกช่วยขายหน่อให้เขาหน่อย คุณมุกช่วยขายหน่อพันธุ์กล้วยปากช่อง 50 ของสวนดังกล่าวในราคาหน่อละ 35 บาท และรับหน่อพันธุ์กล้วยหอมทองและกล้วยไข่มาขายควบคู่กันไป ปรากฏว่าช่วง 1 ปีที่ขายหน่อพันธุ์กล้วยสร้างผลกำไรที่ดี ทำให้เธอสนใจที่จะปลูกกล้วยเพื่อขายหน่อพันธุ์บ้าง
คุณมุกให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “กล้วยน้ำว้าพันธุ์ปากช่อง 50” เริ่มเป็นที่รู้จักของตลาดอย่างแพร่หลาย ช่วงประมาณ ปี 2551 กล้วยพันธุ์นี้เป็นผลงานวิจัยของ อาจารย์กัลยาณี สุวิทวัส และคณะ สถานีวิจัยปากช่อง สถาบันอินทรีจันทรสถิตย์เพื่อการค้นคว้าและพัฒนาพืชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

กล้วยน้ำว้าปากช่อง 50 ตอบโจทย์ความต้องการตลาดได้อย่างดีเยี่ยม เพราะมีเครือขนาดใหญ่ น้ำหนักเครือมากกว่า 30 กิโลกรัม (กก.) จำนวนหวีมากกว่า 10 หวี จำนวนผลต่อหวีประมาณ 18 ผล ผลกล้วยใหญ่อ้วนดี น้ำหนักผลโดยเฉลี่ยประมาณ 140 กรัม/ผล ไส้กลางไม่แข็ง ออกสีเหลือง เนื้อแน่น ผลสุกมีความหวาน 26 องศาบริกซ์ หากปลูกดูแลดี เกษตรกรจะมีผลกำไรจากการขายกล้วยน้ำว้าปากช่อง 50 ประมาณ 10,000-12,000 บาท/ไร่
หลังจากทำอาชีพเลี้ยงกุ้งขาวไปได้ 10 ปี คุณมุกก็เรียนรู้ว่า อาชีพการเกษตรมีความเสี่ยงสูงในเรื่องความผันผวนของราคาสินค้า เกษตรกรไม่ว่าจะทำงานเก่งสักแค่ไหน ก็มักตกม้าตายในเรื่องราคาสินค้า ไม่ว่าจะเป็นราคากุ้ง ราคาปลา คุณมุกจึงตัดสินใจปลูกพืชคือ กล้วย เพื่อกระจายความเสี่ยงในการตลาด เมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว คุณมุกปลูกกล้วยน้ำว้าพันธุ์ปากช่อง 50 บนเนื้อที่ 30 ไร่ ปรากฏว่ากล้วยพันธุ์นี้ปลูกง่าย ตลาดตอบรับดีมาก จึงมองหาทำเลใหม่เพื่อขยายพื้นที่ปลูกกล้วยน้ำว้าพันธุ์ปากช่อง 50 ในอนาคต
คุณมุกบอกว่า ปลูกกล้วย 1 ต้น จะได้กล้วย 1 เครือ กล้วยเป็นพืชที่มีอายุสั้น ปลูกดูแลง่าย อย่างไรก็ได้กินกล้วยแน่นอน เมื่อคุณมุกเริ่มศึกษาเรื่องกล้วยมากขึ้น จึงรู้ว่ากล้วยน้ำว้า 1 ผล ให้พลังงานถึง 100 แคลอรี อุดมด้วยน้ำตาลธรรมชาติ 3 ชนิด คือ ซูโครส ฟรุกโทส และกลูโคส มีเส้นใยกากอาหาร ในบรรดากล้วยทั้งหมด กล้วยน้ำว้ามีปริมาณแคลเซียมสูงสุด ยิ่งนำกล้วยน้ำว้าไปปิ้งหรือย่าง ปริมาณแคลเซียมจะยิ่งออกมาเยอะ คนไทยมีทางเลือกในการบริโภคมากขึ้น แทนที่จะกินนมวัว ก็หันมากินกล้วยก็ได้แคลเซียมเช่นกัน

นอกจากนี้ การบริโภคกล้วยยังได้คุณค่าอาหารประเภทโพแทสเซียมสูงและมีโซเดียม (เกลือ) ต่ำ ในผลกล้วย จะช่วยลดความเสี่ยงจากโรคความดันเลือดสูงและหลอดเลือดแตกได้ ตอนนี้โรคฮิตของคนไทยคือ โรคกรดไหลย้อน หากกินกล้วยมื้อละ 1-2 ผล ประมาณ 1 เดือน ก็หายขาดจากโรคกรดไหลย้อนได้ แถมกล้วยยังมีวิตามินบี 6 ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกาย หากบดกล้วยน้ำว้าให้เด็กทารกอายุ 4 เดือนขึ้นไป โปรตีนที่อยู่ในกล้วย คือ กรดอะมิโนอาร์จินินและฮีสติดินจะช่วยในการเจริญเติบโตของทารก ในระยะหลังคนไทยเริ่มหันมาตระหนักถึงคุณประโยชน์ของกล้วยว่าเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทั้งด้านอาหารและยา ยิ่งทำให้กล้วยขายดี เป็นที่ต้องการของตลาดในวงกว้างมากขึ้น
การปลูกกล้วยให้ได้ผลผลิตที่ดี อันดับแรกต้องเริ่มจากปรับสภาพพื้นที่ปลูกให้มีความเหมาะสมเสียก่อน สำหรับสวนกล้วยของคุณมุกในอดีตเคยเป็นบ่อเลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลามาก่อน เธอจึงปรับสภาพพื้นที่ใหม่เป็นแปลงยกร่อง ขนาดความกว้าง 4 เมตร แม้จะปลูกต้นกล้วยได้ปริมาณน้อย แต่ช่วยป้องกันปัญหาน้ำท่วมได้ดี หลังจากเตรียมแปลงปลูกเสร็จ หว่านปูนขาวเพื่อปรับสภาพความเป็นกรดด่างของดิน หลังจากนั้นจึงค่อยนำหน่อพันธุ์กล้วยน้ำว้าปากช่อง 50 มาปลูก ในระยะห่าง 2×4 เมตร หากใครต้องการปลูกกล้วยน้ำว้ายักษ์ คุณมุกแนะนำให้ปลูกในระยะห่าง 3×4 เมตร หากใครอยากได้กล้วยหวีใหญ่ๆ ควรกำหนดระยะห่างระหว่างต้นให้มากสักหน่อย เพื่อช่วยในเรื่องคุณภาพของกล้วย
กล้วยน้ำว้าปากช่อง 50 ปลูกดูแลรักษาง่าย ระวังอย่าให้ต้นกล้วยขาดน้ำ เพราะน้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญของต้นกล้วย เธอใช้ปุ๋ยหมักบำรุงต้นกล้วยเพื่อประหยัดต้นทุน หลังปลูกจะใส่ปุ๋ยหมักโบกาฉิ ที่ทำจากปุ๋ยขี้ไก่ ประมาณเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อกระตุ้นให้ต้นกล้วยเกิดการเจริญเติบโตทางด้านลำต้น โรยรอบทรงพุ่ม ประมาณต้นละ 2 กก.
พอเข้าเดือนที่ 4-5 เป็นต้นไป คุณมุกเปลี่ยนมาใช้ปุ๋ยหมักจากขี้หมูและขี้แดดนาเกลือ เดือนละ 1 ครั้ง เพื่อให้ต้นกล้วยได้รับธาตุอาหารประเภทฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม ทั้งนี้ ต้นกล้วยจะให้ผลผลิตเร็วหรือช้าก็ขึ้นกับสภาพภาวะอากาศและการดูแลเป็นสำคัญ สำหรับสวนกล้วยของคุณมุก เมื่อปลูกได้เดือนที่ 7-8 ต้นกล้วยจะเริ่มแทงปลีออกมา รอไปอีก 3-4 เดือนก็สามารถเก็บผลผลิตออกขายได้แล้ว
คุณมุกแนะนำว่า ระหว่างที่ปลูกกล้วยในช่วงเดือนที่ 1-8 เกษตรกรควรมองหาตลาดรับซื้อผลผลิตไว้ล่วงหน้า เพื่อลดความเสี่ยงทางการตลาด ผลผลิตกล้วยรุ่นแรกที่เก็บขาย ประมาณ 4-5 ตะกร้า คุณมุกนำไปฝากขายหน้าร้านขายอาหารสัตว์ในท้องถิ่น ออกจากร้านไม่ถึง 15 นาที เจ้าของร้านโทรศัพท์มาบอกว่า กล้วยขายหมดแล้ว เพราะกล้วยสวย แม่ค้าเหมาซื้อทั้งหมด ในราคาหวีละ 25 บาท สร้างความภูมิใจให้กับเธอมาก เพราะเป็นผลผลิตรุ่นแรกที่นำออกขาย

ทุกวันนี้ คุณมุกก็เน้นขายกล้วยน้ำว้าปากช่อง 50 ให้กับแม่ค้าแผงในตลาดสดและแม่ค้ากล้วยทอด โดยอาศัยวิธีแนะนำตัวและแจกนามบัตรกับแม่ค้าให้รู้จักว่า สวนของเธอปลูกกล้วยน้ำว้าปากช่อง 50 หากแม่ค้าต้องการผลผลิตช่วงไหนโทรสั่งซื้อได้ มีสินค้าส่งถึงมือได้ตลอด อาศัยเทคนิคการขายลักษณะนี้ ทำให้เธอมีฐานลูกค้ากระจายอยู่ในตลาดท้องถิ่นเป็นจำนวนมาก
คุณมุกบอกว่า ก่อนตัดสินใจปลูกกล้วย ควรศึกษาแหล่งที่รับซื้อด้วยว่า ตลาดต้องการกล้วยพันธุ์ไหน หากตลาดต้องการซื้อกล้วยเพื่อนำไปแปรรูปในลักษณะกล้วยตาก ควรปลูกกล้วยน้ำว้ามะลิอ่อง หากตลาดต้องการซื้อเพื่อทำกล้วยทอด กล้วยฉาบ ควรปลูกกล้วยพันธุ์ปากช่อง 50 เพราะเป็นพันธุ์กล้วยที่ให้ผลผลิตสูง สามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้เป็นอย่างดี กล้วยพันธุ์ปากช่อง 50 ที่ปลูกรุ่นแรกจะมีขนาดผลใหญ่เท่าขวดกระทิงแดง กล้วย 1 ผล จะผ่าได้ 4 ชิ้น เมื่อนำไปทำกล้วยทอด แม่ค้าจะชอบมาก เพราะขายแล้วได้กำไรงาม
การปลูกกล้วยของแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน คุณมุกมีโอกาสสำรวจพื้นที่การทำเกษตรในรัศมี 30 กม. รอบ จ.อุบลราชธานี พบว่าพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเขตนาข้าว ที่มีศักยภาพในการปลูกกล้วยน้ำว้าได้มากมายมหาศาล เพียงแค่ปลูกกล้วยน้ำว้าบนคันนาสัก 1-2 กอ/ครัวเรือน ก็จะมีกล้วยสำหรับบริโภคในครัวเรือนและส่งขายตลาด หากใครมีผืนนา 30 ไร่ ปลูกกล้วยล้อมรอบคันนา ก็มีโอกาสสร้างรายได้ก้อนโต จากการขายหน่อกล้วย ขายผลกล้วย ป้อนเข้าตลาดสด หรือห้างสรรพสินค้าทั่วไป
หากใครสนใจอยากเรียนรู้เรื่องการปลูก-ตลาดกล้วยอย่างจุใจ ขอเชิญร่วมฟังงานสัมมนา “กล้วยหอมทอง-กล้วยน้ำว้า ปลูกกินเองได้ ปลูกขายทำเงิน” ในวันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน 2559 ณ ห้องประชุมหนังสือพิมพ์ข่าวสด งานดังกล่าวได้เชิญคุณมุก เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยและผู้ค้ากล้วยที่ประสบความสำเร็จในเส้นทางอาชีพมาร่วมวิเคราะห์เจาะลึก เรื่องการปลูก-ตลาดกล้วยน้ำว้า กล้วยหอมทองในทุกแง่มุม ผู้เข้าสัมมนาจะได้ชิมชาเปลือกกล้วยน้ำว้า กล้วยตาก บางกระทุ่ม กล้วยน้ำว้ายักษ์ พร้อมชมนิทรรศการสายพันธุ์กล้วยน้ำว้า และเลือกซื้อหน่อกล้วยหลากหลายสายพันธุ์
สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร 0-2954-3977-84 ต่อ 2115, 2116, 2123, 2124 Mobile 08-2993-9097, 08-2993-9105 ww.matichonacademy.com และ www.facebook.com/matichon.academy.thailand

