ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่ จ.นครพนม ในช่วงนี้สภาพอากาศได้กลับมาหนาวเย็นอีกรอบ หลังอุณหภูมิเพิ่มขึ้นได้ไม่กี่วัน ล่าสุดเช้านี้อุณหภูมิลดลงเฉลี่ยต่ำสุดที่ประมาณ 12-14 องศาเซลเซียส ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ประสบปัญหาภัยหนาว โดยทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประกาศเตือนให้ประชาชนในพื้นที่ หมั่นดูแลสุขภาพ ป้องกันการเจ็บป่วย จากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงเริ่มหนาวเย็น พร้อมระดมเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานเกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบ ช่วยเหลือนำผ้าห่มออกไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านที่ประสบปัญหาความเดือดร้อน เบื้องต้นจากการสำรวจพบว่ามีชาวบ้านขาดแคลนเครื่องนุ่งห่มกันหนาว มีความต้องการขอรับการช่วยเหลือกว่า 1.5 แสนราย
ขณะเดียวกัน ในช่วงนี้พบว่าตามตลาดการค้าชายแดน จุดผ่อนปรนไทยลาว ไม่เพียงธุรกิจการขายเครื่องนุ่งห่มกันหนาวเท่านั้นที่คึกคักเพราะมีประชาชนแห่มาเลือกซื้อ แต่ยังคึกคักไปด้วยพ่อค้าแม่ค้าชาวไทย ได้มีการสั่งออเดอร์นำเข้าถ่านก่อไฟ เพื่อมาสต๊อกจำหน่ายหน้าหนาว ภายหลังสภาพอากาศเริ่มหนาวเย็น ทำให้ตลาดไทยมีความต้องการถ่านจำนวนมาก ส่งผลดีต่อการค้าชายแดน มีเงินสะพัดวันละหลายแสนบาท เนื่องจากราคาซื้อขายถ่านก่อไฟจากลาวจะมีราคาถูกกว่าไทยเท่าตัว ซึ่งพ่อค้าแม่ค้าชาวลาว จะบรรทุกใส่เรือหางยาวข้ามมาขาย ในราคากระสอบละ ประมาณ 80 -100 บาท
โดยจะมีพ่อค้าแม่ค้าชาวไทย รวมถึงประชาชนทั่วไป มาติดต่อซื้อไปขาย และไปใช้ในครัวเรือน เพราะถ่านไม้ก่อไฟของไทย ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด และมีราคาแพงกว่าของลาวเท่าตัว ตกราคากระสอบละ 200-300 บาท ทำให้กลายเป็นสินค้านำเข้าที่สร้างเงินหมุนเวียนสะพัดรับฤดูหนาว และในปีนี้อากาศหนาวเย็นทำให้มีออเดอร์สั่งซื้อนำเข้ามากขึ้นเท่าตัว
ขณะที่จากการสอบถามพ่อค้าชาวลาว ระบุว่า ถ่านก่อไฟจากลาว เป็นที่นิยมของตลาดไทยเป็นอย่างมาก มีพ่อค้าแม่ค้ารวมถึงชาวลาว มารับซื้อไม่อั้น เพราะไม่เพียงราคาถูกกว่าของไทย ยังเป็นถ่านที่มีคุณภาพ เนื่องจากเผาจากไม้เนื้อแข็ง ทำให้สามารถก่อไฟได้ดี และให้ความร้อนได้นาน เหมาะสำหรับนำไปใช้ในการประกอบอาหาร ก่อไฟผิงคลายหนาว โดยเฉพาะร้านเนื้อย่างเกาหลีมาสั่งซื้อจำนวนมากในช่วงหน้าหนาว

