“ธุรกิจขายลำไผ่ อาชีพที่ยังรุ่งโรจน์”แปรรูปสร้างมูลค่าได้ทุกส่วน

การนำลำไผ่มาใช้ประโยชน์ ในแต่ละชนิดงานอาจต้องพิจารณาสายพันธุ์ก่อน เพราะไผ่แต่ละพันธุ์มีคุณสมบัติข้อดี/ข้อเสียแตกต่างกัน ดังนั้น การเลือกใช้ลำไผ่ที่เหมาะสมกับการใช้งานจะช่วยลดต้นทุนได้

ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบอาชีพปลูกไผ่ขายลำ อย่าง คุณกฤษณ หอมคง มองว่าเส้นทางอาชีพนี้ยังมีความรุ่งโรจน์ เพียงแต่ขอให้ใส่ใจอย่างเต็มที่เท่านั้น

คุณกฤษณ ประกอบอาชีพผู้ปลูกขายลำไผ่และเจ้าของธุรกิจน้ำใบไผ่ จากจังหวัดกาญจนบุรี ถือเป็นคนรุ่นใหม่หัวใจเกษตรอย่างแท้จริง รู้จักกับไผ่มาตั้งแต่เกิดก็ว่าได้เพราะครอบครัวทำธุรกิจขายลำไผ่ส่งไปขายที่ชลบุรีเพื่อนำไปเลี้ยงหอยแมลงภู่ ภายหลังจากเรียนจบในระดับมหาวิทยาลัย โดนคุณพ่อดึงตัวเข้ามารับสานงานต่อด้วยการตระเวนรับซื้อไผ่จากทางภาคเหนือเป็นหลัก จนทำให้เกิดการเรียนรู้และเข้าใจธรรมชาติไผ่เป็นอย่างดี

1469414481-300x300

คุณกฤษณ มีสวนไผ่ที่บ้านตั้งชื่อว่า “สวนภูมิใจ” เขาบอกว่าเหตุผลที่มาของชื่อสวนแห่งนี้เพราะเคยมีนายทุนนำเงินมาให้เพื่อต้องการให้สานต่อสิ่งที่ผมเคยไปกล่าวไว้เรื่องการส่งเสริมปลูกไผ่เมื่อปี 2549 ที่น่านเพื่อให้ชาวบ้านปลูกไผ่รวก

ความจริงแล้วที่น่านไม่จำเป็นต้องส่งเสริมให้ปลูกไผ่รวกก็ได้ เพราะไผ่รวกที่ใช้เลี้ยงหอยแมลงภู่ได้ทนทานมากที่สุดอยู่ที่จังหวัดน่าน ทั้งนี้ เพราะอาจมีคุณสมบัติที่เหมาะสมอันเกิดมาจากลักษณะเฉพาะของภูมิประเทศ แม้ที่อื่นจะปลูกไผ่รวกแต่คุณภาพความคงทนสู้ที่น่านไม่ได้

ทั้งนี้ เพราะไผ่ชนิดเดียวกันเจริญเติบโตต่างถิ่นกันจะมีคุณภาพต่างกันด้วย ยกตัวอย่างไผ่เลี้ยงที่นำมาทำบันไดของการไฟฟ้าฯ ที่ใช้ในกรุงเทพฯ ทราบหรือไม่ว่าต้องใช้งานปีละไม่ต่ำกว่า 30 คันรถสิบล้อ ขณะเดียวกัน ยังมีอีกหลายหน่วยงานที่ต้องใช้ด้วยเช่นกัน

ถ้าว่ากันในเรื่องคุณภาพไผ่เลี้ยงแล้วจังหวัดแถวภาคอีสาน อย่างยโสธร อุบลราชธานี มีความแข็งแรง ทนทานกว่าที่อื่น ส่วนไผ่เลี้ยงทางเหนือจะอวบน้ำเมื่อนำมาตากแดดเพียงเดือนเดียวจะแห้ง

 

ไผ่รวกที่น่านมีลักษณะข้อถี่และความแข็งแกร่งของไม้รวกอยู่ที่ผิวเปลือก ด้วยเหตุนี้จึงทนน้ำเค็มได้ดี สามารถนำมาใช้งานเพื่อเลี้ยงหอยแมลงภู่ได้นานอันเป็นประโยชน์ต่อผู้เลี้ยงเพราะไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย ช่วยลดต้นทุน อีกเหตุผลข้อดีไผ่รวกที่น่านคือเป็นไผ่ที่คนปลูก จึงสามารถระบุอายุของต้นไผ่ได้ชัดเจน จึงเป็นความสะดวกที่จะเลือกไผ่ให้เหมาะสมกับการนำไปใช้งาน

6-10

ทั้งนี้ ออเดอร์ที่รับซื้อไผ่รวกเพื่อนำไปใช้ในทะเลปีละ 100 คันรถเทรลเลอร์ (1 คันรถ มีจำนวน 30 ตัน หรือ 3,000 ลำ) โดยรับซื้อจากชาวบ้านลำละ 16 บาท ดังนั้น ราคารับซื้อ 1 คันรถ เป็นเงินเกือบ 50,000 บาท แต่ต้องเสียค่ารถขนคันละ 25,000 บาท

สรุปแล้วที่ชาวบ้านน่านปลูกไม้ไผ่รวกเป็นการช่วยให้เจ้าของรถและคนขายน้ำมันรวย จึงสงสัยว่าที่น่านมีการส่งเสริมให้ปลูกไผ่รวก แต่ทำไมไม่หาตลาดที่อยู่ใกล้เพื่อเป็นการช่วยลดต้นทุนในการขนส่งทางไกล

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ที่สวนภูมิใจมีแนวคิดการปลูกไผ่เพื่ออนุรักษ์ โดยมองว่าไม่เกิน 10 ปี ผู้ปลูกกับผู้ใช้จะเจอกันโดยตรง แล้วไม่ต้องผ่านคนกลาง เพราะเมื่อต้นทุนสูง คนปลูกจะหาทางออกด้วยการนำมาแปรรูปเอง ลงทุนเสียเอง อย่างที่ประเทศจีนทำ

สำหรับไม้ไผ่ที่รับซื้อมี 2 ชนิด ได้แก่ ไผ่รวกกับไผ่ตง โดยไผ่ตงซื้อแถวปราจีนบุรีและทางภาคเหนือ ทั้งนี้ พื้นที่ใดที่มีความชุ่มชื้นน้อยจะปลูกไผ่ได้ลำขนาดเล็ก ไผ่พันธุ์เดียวกันเมื่อนำไปปลูกต่างพื้นที่กันจะมีขนาดต่างกัน จึงสังเกตได้ว่าไผ่ที่ปลูกบนดอยจะมีขนาดราว 6-7 นิ้ว แต่เมื่อนำมาปลูกภาคกลางจะมีขนาดเล็ก เพราะจากประสบการณ์ที่คลุกกับไผ่มานานถึง 20 ปี ได้เก็บข้อมูลเรื่องไผ่มาตลอดพบว่าความสูงจากระดับน้ำทะเลมีผลต่อขนาดของลำไผ่

ไผ่ตงมีการรับซื้อจากกรมทรัพยากรชายฝั่งเพื่อนำไปทำแนวกันคลื่น ซึ่งในแต่ละปีต้องใช้ไม่ต่ำกว่า 3 ล้านท่อน แล้วใช้ขนาดที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางไม่ต่ำกว่า 3 นิ้ว ฉะนั้น ในเมื่อมีความต้องการอยู่แล้ว ทำไมจึงไม่มีการส่งเสริมให้ปลูก

ที่สวนภูมิใจปลูกไผ่ซางหม่นด้วย แล้วพบว่าเป็นไผ่ที่มีราคาสูงกว่าพันธุ์อื่นเนื่องจากโดยธรรมชาติมีลักษณะลำตรง ดังนั้น การปลูกไผ่เพื่อให้มีลักษณะลำตรงสวย จะต้องมีการจัดการแปลงอย่างถูกต้องและถูกวิธีด้วย แล้วซางหม่นเป็นพันธุ์ไผ่ที่มีลำต้นตรงโดยธรรมชาติ และเพราะการมีลำตรง มีขนาดลำสม่ำเสมอจะมีผลต่อต้นทุนในการนำไปแปรรูป เพราะไม่ต้องตัดทิ้ง สามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมดตลอดลำ เวลานำไปขายตัดเป็นท่อนยาว 2.50 เมตร ใส่รถปิกอัพนำไปส่งขายโรงงานทำตะเกียบและไม้จิ้มฟัน นอกจากนั้น ยังขายหน่อด้วย

สำหรับที่ญี่ปุ่นทางบริษัทโตโยต้าได้นำไม้ไผ่ไปสับแล้วผสมกับพลาสติกอัดขึ้นรูปเป็นชิ้นส่วนประกอบภายในรถ อย่างผลิตเป็นลำโพง

หรือแม้แต่ได้มีการนำไผ่มาผลิตเป็นถาดสำหรับไว้ใส่ปลาดิบในห้างสรรพสินค้า เพราะคุณสมบัติของไผ่ช่วยยืดอายุการเก็บปลาดิบไว้ที่ถาดได้นานกว่า 3 วัน แต่ถ้าเป็นถาดพลาสติกได้เพียงวันเดียว

BB-8-ผงไผ่หมัก-728x971

เหตุผลที่ใช้ตะเกียบเพื่อคีบปลาดิบเพราะเป็นการรักษารสชาติไว้ ส่วนในวงการก่อสร้างได้มีการนำไม้ไผ่ไปอัดเป็นแผ่นหรือเป็นชิ้นเพื่อเป็นไม้ปาร์เก้ แล้วได้รับความนิยมเนื่องจากไผ่ช่วยปรับอุณหภูมิในห้องเพื่อให้มีความสมดุล

ดังนั้น สิ่งที่คิดคือว่าในเมื่อสามารถกินหน่อได้ ลำนำมาใช้ประโยชน์ได้ แล้วใบก็น่าจะกินได้ด้วยเช่นกัน ความจริงใบไผ่ได้นำมาใช้ประโยชน์ในการทำเป็นเครื่องดื่มในจีนมานานแล้ว เกาหลีใต้ส่งใบไผ่เข้าอเมริกาปีละกว่าพันล้าน

จึงได้คิดต่อยอดด้วยการนำงานวิจัยของกรมป่าไม้ที่ระบุว่า ไผ่ซางหม่นมีสารฟลาโวนอยด์สูง เพียงแต่ถ้านำมาทำเป็นชาแล้วกลิ่นไม่หอม ก็เลยหาวิธีปรับหลายต่อหลายครั้ง ไปพบผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาทางแก้ไขจนกระทั่งมั่นใจว่าได้กลิ่นที่พึงประสงค์ จากนั้นเลยผลิตขึ้นมาแล้วส่งไปทดสอบรสชาติและกลิ่นที่ญี่ปุ่นจนปรากฎผลว่าทางญี่ปุ่นให้การยอมรับ และส่วนที่นำมาทำน้ำไผ่คือใบอ่อน ซึ่งจะตัดที่ความสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนด้านล่างถ้ามีแขนงแตกออกก็จะทำกิ่งตอนขาย อย่างไรก็ตาม จะรับซื้อใบไผ่อ่อนจากชาวบ้านในราคากิโลกรัมละ 35 บาท

นอกจากนั้น ยังมีอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้จากไผ่คือการนำจุลินทรีย์ของกรมพัฒนาที่ดินกับผงไผ่หมักรวมกันแล้วทดลองนำไปคลุกกับเมล็ดพืชอย่างข้าว พบว่าสามารถฆ่าเชื้อที่ติดมากับเมล็ดข้าวได้มากกว่าร้อยละ 95 นอกจากนั้นแล้ว ยังลองนำไปใช้กับไม้ผล ผัก อีกหลายชนิด พบว่าทำให้มีความสมบูรณ์ แข็งแรง มีอายุยาวนาน

คราวนี้มาดูในแปลงปลูกไผ่ของสวนภูมิใจกันบ้าง อย่างที่บอกว่าปลูกไผ่ 1 แปลง จะมีผลผลิตเกิดขึ้นเต็มที่บริเวณด้านริมแปลงมากที่สุด เพราะเป็นด้านที่ได้รับทั้งแสงและอากาศอย่างเต็มที่ ความจริงไผ่เมื่อโตเต็มที่ก็เป็นวัชพืชซึ่งกันและกันหรือจะเป็นศัตรูกัน จะเห็นว่าถ้าปลูกระยะ 4 คูณ 4 เมตร จะสังเกตว่าต้นไหนหากไม่สมบูรณ์เต็มที่จะมีลักษณะแคระแกร็น

สำหรับต้นทุนที่สูงที่สุดในการปลูกไผ่คือแรงงาน ดังนั้น เพื่อเป็นการหนีปัญหาแรงงาน จึงต้องนำเครื่องจักรและเทคโนโลยีเข้ามาใช้ให้มากที่สุด ทั้งนี้ จะต้องมีการบริหารจัดการที่ดีควบคู่ไปด้วยจึงจะเกิดผลอย่างมีคุณภาพ

ตัวอย่างเช่น การวางแนวปลูกให้มีร่องห่าง เช่น ถ้าปลูกระยะ 4 คูณ 4 เมตร จำนวน 100 กอ ก็เปลี่ยนเป็นปลูกแถวคู่ 2 เมตร ระหว่างต้นที่ 1 กับ 2 ในแถวแรกให้ห่างกัน 4 เมตร และแถวที่ 1 กับ 2 ห่างกัน 2 เมตร แล้วแถวที่ 1 กับ 2 ให้ปลูกสลับฟันปลา

BB-5-ชาใบไผ่

ส่วนแถวที่ 2 กับ 3 ห่างกัน 6 เมตร ทั้งนี้ เพื่อต้องการเว้นช่องกลางให้สามารถนำเครื่องจักรเข้าไปทำงานได้อย่างสะดวก และอีกเหตุผลคือต้องการให้ไผ่ได้รับแสงเต็มที่ตลอดทั้งวัน นอกจากนั้น ที่ว่างยังสามารถขนถ่ายแขนงที่ตัดทิ้งออกไปนอกพื้นที่ปลูกได้แล้วนำแขนงไปกองเก็บไว้เพื่อให้ย่อยสลายเป็นปุ๋ยในเวลา 1 ปี อีกข้อดีของการเว้นพื้นที่ตรงกลางระหว่างแถวคือการสร้างรายได้ด้วยการนำพืชมาปลูกระหว่างรอให้ไผ่โต

พื้นที่จำนวน 44 ไร่ ใช้คนงานเพียง 3 คน มีการวางระบบน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ถ้าวันใดหากคนงานน้อยก็สามารถขับรถเข้าไปในไร่เพื่อไปเปิดวาล์วน้ำได้อย่างสะดวก

ทราบดีว่าไผ่แต่ละสายพันธุ์ให้ประโยชน์และคุณค่าที่ต่างกัน ทุกวันนี้ในสวนของผมเลือกปลูกพันธุ์ซางหม่นเพียงชนิดเดียว โดยนำลำที่มีความหนาขาย ส่วนลำที่มีเปลือกบางจะส่งเข้าโรงงานผลิตตะเกียบ ไม้จิ้มฟัน ส่วนที่เหลือใช้ทำปุ๋ยโดยสับแล้วหมักกับมูลสัตว์ ใช้แขนงที่ตัดทิ้งนำเข้าเครื่องสับเพื่อหมักเป็นปุ๋ยเพราะมีอินทรียวัตถุสูง บ่อหนึ่งหมักได้ 10 ตัน และมีกำลังการผลิตได้เพียงเดือนละ 10 ตัน โดยใช้วิธีหมักสลับบ่อ

เมื่อผาปังพัฒนาไผ่เป็นพลังงาน แล้วทาง BEDO ก็มีนวัตกรรมหลายอย่างที่เกิดขึ้นจากไผ่ ทั้งหมดนี้เกิดจากเจตนารมณ์ที่ดี และอย่าลืมกลับไปมองว่าถ้าฝ่ายวางแผนเดินหน้าอย่างเดียวโดยไม่มองฝ่ายผลิตคือคนปลูกก็อาจจะประสบปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ

สำหรับท่านที่อยู่แถวชลบุรี ระยอง แนะให้ปลูกไผ่หนาม เพราะตลาดหนองมนต้องสั่งซื้อจากเขมรมา 20 กว่าปี ดังนั้น ถ้าปลูกไผ่หนามแล้วยังไงก็ขายได้แน่นอน หรือท่านที่อยู่แถวจันทบุรีควรปลูกไผ่สำหรับค้ำลำไย เพราะเมื่อปีที่ผ่านมา มียอดออเดอร์ท่วมท้น อย่างที่สวนของผมรับยอดสั่งไม่ต่ำกว่าแสนท่อน

จึงอยากสรุปว่าขณะนี้มีงานวิจัยรองรับเรื่องไผ่ไว้มากมาย ดังนั้น ถ้าปลูกไว้ตอนนี้ควรเก็บไว้อย่าตัดทิ้ง เพราะมีประโยชน์ เพียงแต่คุณต้องเข้าให้ถูกช่อง แล้วจึงมองว่าเวลานี้นับว่าไผ่เป็นพืชทางเลือกแล้วถ้าเทียบกับพืชทางเลือกชนิดอื่นแล้วเห็นว่าปลูกไผ่คุ้มค่ากว่ามาก

สอบถามข้อมูลการใช้ลำไผ่ หรือต้องการสั่งซื้อลำไผ่ น้ำชาใบไผ่ หรือน้ำหมักผงไผ่ ติดต่อได้ที่ คุณกฤษณ หอมคง โทรศัพท์ (092) 616-9369

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon