วันที่ 12 มีนาคม เวลา 09.00 น. ชาวสวนยางในพื้นที่ตำบลโนนสมบูรณ์ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ใช้เวลาว่างหลังจากกรีดยางพาราเสร็จ รวมกลุ่มกันออกหาน้ำผึ้งมาขายในช่วงหน้าแล้ง ทำรายได้ต่อคน 500-1,000 บาท เพื่อเป็นรายได้ช่วยเหลือครอบครัว หน้าแล้งแดดจัดอากาศร้อนผึ้งจับรังขยายพันธุ์ ออกหาน้ำหวานตามเกษรดอกไม้ป่ามาเตรียมเลี้ยงลูกอ่อน น้ำผึ้งมี 2 ช่วง คือ เดือนมีนาคม-เมษายน ที่เรียกกันว่าน้ำผึ้งเดือนห้า และช่วงกรกฎาคม-สิงหาคม พบได้ทั่วไปตามชายป่าใกล้พื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะน้ำผึ้งในหน้าแล้งจะมีความเข้มข้น สีเหลืองทอง หวานหยดย้อย มีคุณภาพดีเยี่ยม ขายได้ราคา
นายอุดร สอนเฒ่า อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 131 หมู่ 13 บ้านทรายทอง ต.โนนสมบูรณ์ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ได้พาผู้สื่อข่าวเข้าไปดูการเอาน้ำผึ้งแท้ๆ จากรัง (การตีผึ้ง) ถึงในป่ายูคาแถวบ้านดอนอุดม ต.โนนสมบูรณ์ อ.เมืองบึงกาฬ ที่เจ้าของสวนปลูกไว้กว่า 1,000 ไร่ ซึ่งต้นยูคาแต่ละต้นมีความสูงมากกว่า 20 เมตรขึ้นไป นายอุดรเล่าว่า ตนมีอาชีพทำสวนยางพารามีพื้นที่ปลูกกว่า 10 ไร่ ในช่วงหน้าแล้งนี้หลังจากกรีดยางพาราเสร็จก็ไม่รู้จะไปทำอะไร จะไปปลูกพืชอย่างอื่นก็อยู่ไกลคลองชลประทาน ไม่มีน้ำมาใช้ จึงได้ออกหาผึ้งที่ทำรังตามป่าเอาน้ำผึ้งไปขาย โดยได้รวมกลุ่มกับเพื่อนๆ น้องๆ ในหมู่บ้านออกตระเวนหารังผึ้ง เมื่อเจอก็จะนัดหมายกันเตรียมอุปกรณ์ออกไปเอา
โดยการเอารังผึ้งป่ามีอยู่หลายวิธีแล้วแต่ละคนจะนำมาประยุกต์ใช้ ส่วนตัวแล้วการเอารังผึ้งมีวิธีง่ายๆ อุปกรณ์ก็ไม่เยอะ 5-6 ชิ้นเท่านั้น มี 1.มีด 2.ค้อนตีตะปู ตะปู 3.ไฟแช็ก 4.เชือก 5.ปีบหรือกระป๋องมีหูหิ้วเจาะรูให้รอบ (ไว้ใส่เศษใบไม้หรือเศษกิ่งไม้เผาแล้วจะมีแต่ควันออกมา) 6.ตะกร้าหรือกระติกไว้ใส่รังผึ้ง การเอารังผึ้งเริ่มแรกเราต้องเอามีดที่เตรียมมาไปตัดต้นไม้หรือกิ่งไม้ขนาดวัดรอบ 1.5-2 นิ้ว ยาว 80 ซม.-1 เมตร (ใช้ไม้เนื้ออ่อนตอกตะปูง่าย) เพื่อนำมาทำเป็นขั้นบันไดสำหรับปีนขึ้นไป (หรือชาวบ้านเรียกว่าทอย) ขณะเดียวกันอีกคนก็ไปหาเก็บเศษไม้กิ่งไม้แห้งมาเตรียมก่อไฟ แล้วนำกิ่งไม้สดที่มีใบเขียวๆ อยู่มาวางเรียงกับพื้นจากนั้นเอากิ่งไม้แห้งเศษไม้แห้งมาวางข้างบน ก่อนที่จะนำกิ่งไม้สดมาวางทับอีกทีหนึ่ง รวบเข้าหากันมัดด้วยเชือกปอหรือเถาวัลย์คล้ายคบเพลิง
เมื่อพร้อมแล้วคนที่จะขึ้นไปเอารังผึ้งก็เริ่มนำไม้ที่เตรียมไว้มาตอกเข้ากับต้นไม้ที่จะขึ้นไปเอารังผึ้งเป็นขั้นๆ ขึ้นไป ซึ่งแต่ละขั้นให้ห่างกันราว 1 เมตร ช่วงนี้จะใช้เวลานานพอสมควรขึ้นอยู่กับความสูงของต้นไม้ด้วย เมื่อใกล้ถึงรังผึ้งประมาณ 5 เมตร ก็จะหย่อนเชือกลงมาเอาอุปกรณ์ที่เหลือขึ้นไป เมื่อถึงคนที่อยู่ด้านล่างและข้างบนต้นไม้ก็จะเริ่มจุดไฟเผาให้เกิดกลุ่มควันขึ้นเพื่อให้ผึ้งมึนงงแสบหูแสบตาไปชั่วคราวและบินออกจากรัง จากนั้นใช้มีดตัดเอาหัวน้ำผึ้งใส่ถังก่อนแล้วค่อยหย่อนลงมาให้คนที่อยู่ด้านล่างแล้วก็ตัดเอารังผึ้งที่เหลือใส่ตะกร้าพายลงมาด้วย ซึ่งใช้เวลาเพียงแค่ 5 นาทีเท่านั้น
หลังจากได้รังผึ้งมาแล้ว ก็เอาส่วนที่มีน้ำผึ้งมาคั้นเอาน้ำก่อนกรองเฉพาะน้ำผึ้ง แยกสิ่งที่ไม่ต้องการออก แล้วจึงบรรจุขวดส่งขายในราคาขวดละ 200 บาท หากเป็นน้ำผึ้งเดือนห้าเต็มที่มีความเข็มข้น ก็ขายขวดละ 300 บาท ส่วนรังผึ้งที่เต็มไปด้วยตัวอ่อนและไขผึ้ง พร้อมทั้งนมผึ้ง ก็จะนำไปตัดแบ่งขาย 3-4 นิ้ว ชิ้นละ 20 บาท เพราะสามารถนำไปประกอบอาหารทำเป็นเมนูเด็ดๆ โดยต้องนึ่งหรือจะต้มให้สุกก่อน เช่น แกงหน่อหวายใส่ตัวอ่อนผึ้ง (แทนไข่มดแดง) หรือจะเป็นยำประเภทต่างๆ หรือผสมทอดกับไข่ก็ได้ น้ำผึ้ง รังผึ้งมีสารอาหารสำคัญที่มีคุณค่าสูง และนับเป็นสมุนไพรชั้นดีเยี่ยมช่วยบำรุงร่างกาย เหมาะสำหรับท่านสุภาพบุรุษที่ต้องการความแข็งแกร่ง การทำอาชีพหารังผึ้งขายทำมานานหลายปีแล้วไม่ต้องลงทุนอะไรมาก ซื้อตะปูอย่างเดียวที่เหลือก็เพียงเศษไม้กิ่งไม้มีอยู่ทั่วไป แต่ก็ต้องบวกกับความกล้า เพียงเท่านี้ก็สามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวแต่ละวันในช่วงหน้าแล้ง วันละ 500-1,000 บาท หลังจากแบ่งกันแล้วบางวันก็ได้มากกว่านี้ นายอุดรกล่าว


