ปลูกผักเหมียง หรือ ผักเหลียงในสวนมังคุด ฟันเดือนละหมื่นกว่า

14.03.16 | 13:48 น.

ผักเหมียงหรือผักเหลียง เป็นผักใบเขียว กินใบ มีรสชาติดี มีรสอร่อยโดยนิยมบริโภคใบที่ไม่อ่อน หรือแก่จนเกินไป สามารถนำไปปรุงอาหารได้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นผัด ต้มหรือกินสดๆ ร่วมกับน้ำพริกต่างๆ ขนมจีน และอาหารอื่นๆ

คุณปลื้ม จันทุง อายุ 67 ปี เกษตรกรชาวสวนไม้ผลอินทรีย์ อยู่บ้านเลขที่ 37 หมู่ที่ 6 ตำบลเกาะเต่า อำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง กล่าวว่า ตนเองเริ่มทำเกษตรอินทรีย์ เมื่อปี 2520 โดยใช้พื้นที่ 14 ไร่ ในการทำสวนปลูกผลไม้

โดยเริ่มแรกได้ปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทอง ประมาณ 200 กว่า ต้น เมื่อทุเรียนอายุได้ 7 ปี เริ่มให้ผลผลิต แต่ต่อมาได้ประสบปัญหาโรครากเน่า โคนเน่า ทำให้ทุเรียนเริ่มตาย จึงตัดสินใจโค่นทุเรียนทิ้งทั้งหมด

หลังจากนั้น ก็ได้หันมาปลูกมังคุด เมื่อปี 2528 พร้อมกับปลูกลองกอง เงาะ สะละ มะพร้าว ส้มแขก และสะตอ เป็นพืชแซม แต่เน้นมังคุดและลองกอง เป็นพืชหลัก ซึ่งในการทำเกษตรของตนจะเน้นเกษตรอินทรีย์ จะไม่ใช้สารเคมีในพื้นที่สวนในการปรับปรุงดินก็จะใช้ปุ๋ยหมัก และดูแลตามหลักวิชาการเกษตร

ปัจจุบัน มีมังคุด ประมาณ 215 ต้น ลองกอง 120 ต้น นอกจากนั้น ยังมีพืชชนิดอื่นๆ ผสมผสานอีกเล็กน้อย ต่อมาในปี 2550 เริ่มปลูกผักเหมียง เป็นพืชแซม ใช้ผักเหมียงพันธุ์ใบใหญ่ เนื่องจากว่ารสชาติอร่อยกว่าผักเหมียงชนิดใบเล็ก และราคายังสูงกว่าอีกด้วย ที่สำคัญเป็นที่นิยมของผู้บริโภค

Advertisement

โดยผักเหมียงที่ปลูก มีประมาณ 3200 ต้น ปลูกระยะห่างประมาณ 2 เมตร ใช้ปุ๋ยหมัก และให้น้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีความชุ่มชื้น  เมื่อปลูกได้ประมาณ 6 เดือน ก็สามารถเก็บยอดผักเหมียงขายได้

ส่วนในเรื่องตลาดไม่มีปัญหา ปัจจุบันจะมีพ่อค้าแม่ค้ารับซื้อถึงที่ ในราคากิโลกรัมละ 60 บาท เพื่อส่งขายตลาดทั่วไป ทั้งตลอดในจังหวัดพัทลุงและตลาดต่างจังหวัด โดยเฉลี่ยในแต่ละเดือนจะมีรายได้จากการขายยอดผักเหมียงประมาณ 6000-7000 บาท

นอกจากนี้ ยังสามารถตอนกิ่งพันธุ์ผักเหมียงจำหน่ายได้อีกเดือนละกว่า 4000 บาท รวมแล้วเฉพาะขายผักเหมียง มีรายเดือนละกว่าหมื่นบาท นับว่าการทำเกษตรผสมผสาน เป็นรายได้เสริมที่งดงามอีกทางเลือกหนึ่ง