ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 1 เมษายน ที่บริเวณริมทางรถไฟบ้านสะพานสี่ หมู่ 8 ต.บึงพระ อ.เมืองพิษณุโลก นายราเชน ขวัญเนตร อายุ 40 ปี บ้านเลขที่ 272 หมู่ 9 บ้านเขาปรัง ต.ดงประคำ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ซึ่งกำลังตัดก้านบอนอยู่กับเพื่อนบ้าน เปิดเผยว่า พวกตนมีอาชีพทำนา ตอนนี้เจอภัยแล้งอย่างหนักขาดแคลนน้ำไม่สามารถทำนาได้ ส่งผลกระทบให้ครอบครัวไม่มีรายได้เจอปัญหาสารพัด เลยชักชวนเพื่อนบ้านตัดก้านบอนแถวหมู่บ้านข้างเคียงภายใน อ.พรหมพิราม บริเวณหนองน้ำสาธารณะ โดยใส่ชุดป้องกันเนื่องจากต้นบอนคัน เช่น รองเท้าบูท เสื้อแขนยาว ถุงมือ ก่อนนำไปตากแห้งแล้วเอาไปขายให้แม่ค้าคนกลางชื่อนางหงษ์ อยู่ที่หมู่ 3 บ้านท้องโพลง ต.ดงประคำ อยู่ห่างจากหมู่บ้านของพวกตนประมาณ 2 กิโลเมตร เท่าที่ทราบนางหงษ์จะส่งไปขายต่อที่ประเทศจีน
โดยการตัดก้านบอนนั้นจะเลือกตัดต้นขนาดใหญ่ มีความสูงประมาณ 100 ซม.ขึ้นไป จากนั้นเอาไปตัดทอนให้เหลือความสูงประมาณ 50 ซม. ปอกเปลือกสีเขียวออกนำไปตากแดดประมาณ 2 -3 วัน จนแห้ง แล้วรวบรวมไปขาย กิโลกรัมละ 30 บาท วันหนึ่ง ๆ จะตัดได้ประมาณ 20 – 30 มัดใหญ่ ๆ ต่อคน หลังตากแห้งแล้วน้ำหนักจะเหลือมัดละประมาณ 1 กิโลกรัม ส่วนเศษก้านบอนนั้นสามารถนำไปแกง ผัดเผ็ด รับประทานกันได้
นายราเชน กล่าวต่อว่า หลังจากต้นบอนที่หลายคนมองว่าเป็นวัชพืชที่ไร้ค่าที่มีอยู่มากมายในเขตหมู่บ้านใกล้เคียงของ ต.ดงประคำ หมดแล้ว พวกตนประมาณ 20 ครัวเรือน จึงชักชวนกันมาตัดก้านบอนที่ขึ้นในหนองน้ำริมทางรถไฟเขต ต.บึงพระ และในพื้นที่ของทหารซึ่งได้รับการอนุญาตให้เข้าไปตัดแล้ว โดยจะทำการตัด มัด ขนใส่รถกว่าจะเต็มก็ใช้เวลาประมาณครึ่งวัน จากนั้นก็จะเดินทางกลับบ้านที่อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 60 กิโลเมตร เพื่อนำก้านบอนไปตากแห้ง


