1 ปีผ่านไป ทักษะการเขียน ‘พ่อหนูน้อย’ ดีขึ้น!!

23.06.18 | 18:04 น.

กรณีโลกออนไลน์แห่แชร์เรื่องราวน่ารักของพ่อหนูน้อยที่ขอลาออกจากโรงเรียนเพราะลืมไม้ปิงปองไว้ที่บ้าน แถมแม่ก็ไม่ยอมกลับไปเอาให้ คุณครูเลยให้พ่อหนูน้อยเขียนใบลาออกเอง ผลคือ พ่อหนูน้อยเขียนใบลาออกด้วยภาษาไทยผิดๆ ถูกๆ คุณครูเลยไม่อนุญาตให้ออก แต่ให้กลับไปเรียนเพิ่มเติม โดยเรื่องราวดังกล่าวเผยแพร่โดยครูกนกพร ลิ่มสุวรรณโรจน์  ผู้ก่อตั้งโรงเรียน Joy Bilingual School โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก “กนกพร ลิ่มสุวรรณโรจน์” นั้น (อ่านเพิ่มเติม ระงับลาออก!! เพราะเขียนภาษาไทยผิด )

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ครูกนกพร ลิ่มสุวรรณโรจน์  ผู้ก่อตั้งโรงเรียน Joy Bilingual School จ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นประมาณเดือนมิถุนายน 2560 ตอนนั้นเป็นกระแสพอสมควร มีสำนักข่าวมาสัมภาษณ์ด้วย ทั้งนี้โรงเรียน Joy Bilingual School เป็นโรงเรียนสองภาษา สอนภาษาอังกฤษ จีน และภาษาไทย ในระดับอนุบาล 1-3 จนถึงป.6 โดยเหตุการณ์ตอนนั้น น้องย้งกำลังเรียนชั้นป.1 ลืมไม้ปิงปองไว้ที่บ้าน คุณแม่ไม่ยอมกลับไปเอาให้ ซึ่งบ้านของน้องย้งอยู่ห่างจากโรงเรียน ขับรถใช้เวลาประมาณ 30 นาที แต่ที่แม่ของน้องย้งไม่ยอมกลับไปเอาไม้ปิงปองให้ ไม่ใช่เพราะบ้านอยู่ไกล กลับไปแล้วมาเข้าเรียนไม่ทัน แต่เหตุผลเป็นเพราะครอบครัวนี้เข้มงวดในเรื่องวินัย ต้องการฝึกวินัยให้ลูกรู้จักจัดตารางและเตรียมสิ่งของต่างๆ ก่อนวันรุ่งขึ้นเอง วันนั้นแม่ของน้องย้งต้องการดัดนิสัยลูก เมื่อลูกลืม ไม่จัดเตรียมสิ่งของให้ดี ก็เลยไม่กลับไปเอาให้ พอแม่ไม่ยอมกลับไปเอาไม้ปิงปองมาให้ น้องย้งก็เลยร้องไห้ บอกว่าไม่ยอม จะลาออกจากโรงเรียน แม่ไม่รู้จะทำอย่างไรก็เลยไปตามตน ตนก็เลยเดินทางมาหาน้องย้งที่รออยู่ที่ห้องธุรการ เหตุการณ์ที่เหลือก็เป็นไปตามที่โพสต์ ตนให้น้องย้งเขียนใบลาออก เมื่อน้องย้งเขียนภาษาไทยไม่ถูก ก็เลยไม่อนุญาตให้ลาออก บอกว่าต้องไปเรียนเพิ่มเติมก่อน เขียนภาษาไทยถูกแล้วแล้วค่อยกลับมาเขียนใบลาออก

“น้องๆ พูดและอ่านภาษาอังกฤษ ภาษาจีนและภาษาไทยได้ แต่ทักษะด้านการเขียนอาจจะพัฒนาการช้ากว่าทักษะด้านอื่นๆ โดยเฉพาะนักเรียนชายอาจจะมีพัฒนาการช้ากว่าเด็กหญิง แต่หลังจากจบป.1 น้องๆ ทุกคนก็จะมีพัฒนาการด้านการเขียนดีขึ้น ในส่วนของน้องย้งหลังเหตุการณ์นั้น ก็ไม่เคยลืมข้าวของอะไรอีก จัดเตรียมของต่างๆ อย่างดีก่อนมาเรียน ส่วนพัฒนาการการเขียน ก็ดีขึ้นซึ่งเด็กทุกคนก็เป็นแบบนี้ พัฒนาการจะดีขึ้นตามลำดับ ทั้งนี้น้องย้งเรียนกับเราตั้งแต่อนุบาล 1-3 และป.1 รวมเป็น 4 ปี หลังจากจบป.1 ในปีถัดมาคือราวเดือนพฤษภาคม 2561 น้องย้งก็ได้ย้ายไปเรียนระดับชั้นป.2 ที่กรุงเทพฯ ซึ่งแม่ของน้องย้งเป็นคนกรุงเทพฯ พ่อเป็นชาวสุราษฎร์ธานี” ครูกนกพร กล่าวและว่า ตนเรียนจิตวิทยาเด็กมา ฉะนั้นการรับมือกับเด็กแต่ละคนจะแตกต่างกันไปตามนิสัยเด็กซึ่งตนจะรู้จักนิสัยเด็กๆ แต่ละคนดี ฉะนั้นจะใช้รูปแบบแตกต่างกันไปในการรับมือเด็ก

ขอบคุณเฟซบุ๊ก ครูกนกพร ลิ่มสุวรรณโรจน์

Advertisement